แลนเซสส์ (LANXESS) ยันผลประกอบการทั้งปีใกล้เคียงกับ Guidance ปี 2020 ท่ามกลางผลกระทบ COVID-19


กรุงเทพฯ  21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 :แลนเซสส์ (LANXESS) บริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษเผยผลประกอบการของไตรมาส 3 ยังคงเป็นตามที่คาดการณ์ไว้แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัส COVID-19 หลังจากไตรมาส 3 ผ่านไป แลนเซสส์จะสามารถยืนยันและลดช่องว่างการดำเนินงานจริง ได้ใกล้เคียงที่ประมาณการไว้ใน Guidance ของปี 2020 และขณะนี้คาดว่า EBITDA จากการดำเนินงานตามปกติตลอดทั้งปีจะอยู่ระหว่าง 820 – 880 ล้านยูโร ใกล้เคียงกับก่อนหน้านี้คาดไว้ว่ารายได้จะอยู่ที่  800 – 900 ล้านยูโร

“เรายังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่องได้ตามเป้าหมายท่ามกลางวิกฤตโคโรนาไวรัสและใกล้จะบรรลุเป้าหมายของปีการเงิน 2020 ที่ประกาศคาดการณ์ไว้เดิมซึ่งจะประกาศผลสำเร็จอย่างเป็นทางการณ์ของทั้งปีในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ เมื่อพิจารณาถึงช่วงเวลาที่ผันผวนและความไม่แน่นอนมากมาย นี่ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของทีมแลนเซสส์ทั้งหมด ซึ่งทำให้ผมภูมิใจในสิ่งนี้มาก” แมตเธียส แซกเชิร์ต (Matthias Zachert) ประธานคณะกรรมการบริหารของ LANXESS AG กล่าว

แลนเซสส์ (LANXESS) จะจ่ายโบนัสพิเศษสำหรับความมุ่งมั่นที่ไม่ธรรมดาของพนักงานในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนานี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนร่วมงานของเราที่ทำงานในโรงงานซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้ธุรกิจของเราดำเนินต่อไปได้ในช่วงวิกฤต

“ด้วยโบนัสนี้ เราขอขอบคุณพวกเขาและคนอื่น ๆ ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยรวมแล้วแลนเซสส์ จะใช้เงินจำนวนหลายล้านยูโรในการนี้ จ่ายให้พนักงานแตกต่างกัน ในเยอรมนีโบนัสพิเศษจะจ่ายให้ในเดือนธันวาคม ส่วนประเทศอื่น ๆ จะจ่ายตามระเบียบของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป” แซกเชิร์ต กล่าว

วิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบต่อตัวเลขทางธุรกิจในไตรมาส 3

วิกฤต COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อตัวเลขทางธุรกิจในไตรมาส 3  ส่งผลให้ EBITDA จากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 193 ล้านยูโรเท่ากับลดลง 28.3 เปอร์เซ็นต์จากตัวเลขของไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 269 ล้านยูโร ขณะที่ EBITDA Margin จากการดำเนินงานตามปกติลดลงเหลือ 13.2 เปอร์เซ็นต์เทียบกับ 15.8 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสก่อนหน้า

นอกจากการแพร่ระบาดแล้ว ยังมีการปิดโรงงานในเบลเยียมเพื่อซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผน รวมถึงผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงและผลกระทบจากความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ในทางตรงกันข้ามธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปกป้องผู้บริโภค (Consumer Protection Segment) ยังคงพัฒนาไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากตลาดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

“ในหลาย ๆ ธุรกิจของเราบ่งชี้ว่าสิ่งต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น อุปสงค์ในอุตสาหกรรมของลูกค้ารายสำคัญรวมถึงภาคยานยนต์เพิ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกากำลังส่งสัญญาณกระตุ้นในเชิงบวก” แซกเชิร์ต กล่าว

ในไตรมาส 3 นี้ยอดขายทั้งกลุ่มแลนเซสส์มีมูลค่า 1.461 พันล้านยูโรลดลง 14.3 เปอร์เซ็นต์จากตัวเลขปีที่ผ่านมา ซึ่งทำได้ 1.704 พันล้านยูโร รายได้สุทธิ (Net Income) จากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลง 68.4 เปอร์เซ็นต์จาก 79 ล้านยูโรเป็น 25 ล้านยูโร

กลุ่มผลิตภัณฑ์ปกป้องผู้บริโภคยังเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่ง

อุปสงค์ของกลุ่มสารตัวกลางขั้นสูง (Advanced Intermediates) มีเสถียรภาพในทั้งสองหน่วยธุรกิจย่อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ซึ่งทำให้ยอดการขายเกือบถึงระดับของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามด้วยราคาขายที่ลดลงและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นลบทำให้ยอดขายและกำไรลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดย ยอดขายลดลง 14.4 เปอร์เซ็นต์จาก 549 ล้านยูโรเป็น 470 ล้านยูโร มี EBITDA จากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 65 ล้านยูโร เท่ากับลดลง 28.6 เปอร์เซ็นต์เทียบกับ 91 ล้านยูโรของปีก่อน ส่วน EBITDA Margin จากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 13.8 เปอร์เซ็นต์เทียบกับ 16.6 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ที่ผ่านมา

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังส่งผลกระทบต่อกลุ่มสารเติมแต่งพิเศษ (Specialty Additives) โดยไตรมาส 3  ปริมาณการขายลดลงอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงของอุตสาหกรรมยานยนต์และการบิน ราคาขายที่ลดลงและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นลบก ยอดขายลดลง 18.5 เปอร์เซ็นต์จาก 503 ล้านยูโรเป็น 410 ล้านยูโร EBITDA จากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 65 ล้านยูโรเท่ากับลดลง 33.0 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับตัวเลขปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 97 ล้านยูโร ส่วน EBITDA Margin จากการดำเนินงานตามปกติลดลงจาก 19.3 เปอร์เซ็นต์เป็น 15.9 เปอร์เซ็นต์

กลุ่มผลิตภัณฑ์ปกป้องผู้บริโภค (Consumer Protection) ยังคงเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทแลนเซสส์ เนื่องจากธุรกิจเคมีเกษตรที่แข็งแกร่งและอุปสงค์ของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ผลงานในเชิงบวกจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัท IPEL ซึ่งเป็นผู้ผลิตไบโอไซด์ของบราซิล ช่วยชดเชยผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่พึงประสงค์ โดยมียอดขาย 278 ล้านยูโรถือว่าค่อนข้างมีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา EBITDA จากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 59 ล้านยูโรสูงขึ้น 7.3 เปอร์เซ็นต์จากตัวเลข 55 ล้านยูโรของปีที่ผ่านมา และ EBITDA Margin จากการดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้นถึง 21.2 เปอร์เซ็นต์เทียบกับ 19.9 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา

กลุ่มวัสดุวิศวกรรม (Engineering Materials) ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะในยุโรปแม้ว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดขายอยู่ที่ 285 ล้านยูโรลดลง 19.3 เปอร์เซ็นต์จากตัวเลขปีก่อนที่ 353 ล้านยูโรเนื่องจากราคาขายที่ลดลงและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นลบ การปิดซ่อมบำรุงโรงงานในเบลเยียมครั้งใหญ่ตามแผนส่งผลกระทบต่อ EBITDA จากการดำเนินงานตามปกติ เช่นเดียวกับอุปสงค์ที่อ่อนแอทำให้กำไรลดลง 44.1% จาก 59 ล้านยูโรเป็น 33 ล้านยูโร ส่วน EBITDA Margin จากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 11.6 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าตัวเลข 16.7 เปอร์เซ็นต์ที่ทำได้ในปีที่ผ่านมา

แลนเซสส์ (LANXESS) ปรับปรุงการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านความยั่งยืน (Sustainability Credentials) ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หลังจากแลนเซสส์ได้ประกาศเมื่อปีที่ผ่านมาว่าจะตั้งเป้าปลอดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี พ.ศ.2583 (ค.ศ.2040) บริษัทเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษยังได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการพิทักษ์น้ำ” (Water Stewardship Program) แลนเซสส์จะเสริมสร้างการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนด้วยโครงการเฉพาะในท้องถิ่นในพื้นที่ 4 แห่งที่มีปัญหาความตึงเครียดในการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค (Water Stress) มากที่สุด จุดมุ่งหมายคือลดการถอนน้ำจากแหล่งธรรมชาติทั้งใต้ดินและบนดินมาใช้ (Water Withdrawal) ในพื้นที่เหล่านี้ลงให้ได้ 15 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ.2566 ประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำทั่วโลกต่อไป

MSCI ESG ได้ปรับการจัดอันดับของแลนเซสส์ให้ดีขึ้นจากอันดับ BBB เป็น A เนื่องจากการมีกลยุทธ์ดูแลสภาพอากาศ หลักการกำกับดูแลกิจการที่กำหนดไว้เป็นอย่างดีและทุ่มเทความพยายามที่จะสร้างความปลอดภัยในการใช้สารเคมี (Chemical Safety)