เทรนด์ไมโครเผยงานวิจัยชี้ชัด “การตั้งค่าที่ผิดพลาด” เป็นต้นเหตุให้เกิดความเสี่ยงในการทำงานบนคลาวด์


เทรนด์ไมโครเผยงานวิจัยชี้ชัด “การตั้งค่าที่ผิดพลาด” เป็นต้นเหตุให้เกิดความเสี่ยงในการทำงานบนคลาวด์

กรุงเทพฯ : บริษัท เทรนด์ไมโคร บริษัทระดับโลกด้านความปลอดภัยบนคลาวด์ ได้ออกมาเผยถึงผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของคลาวด์ ที่เห็นได้ชัดว่าความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ และการวางระบบที่ซับซ้อนนั้นเป็นตัวการที่เปิดช่องต้อนรับอันตรายทางไซเบอร์หลากหลายรูปแบบ แนะควรพิจารณาถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกี่ยวกับการย้ายขึ้นไปบนคลาวด์ให้ครบถ้วนทุกด้าน

Gartner ได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปีค.ศ.2021 องค์กรทั้งขนาดกลาง และขนาดใหญ่มากกว่า 75% จะหันมาใช้ยุทธศาสตร์แบบมัลติคลาวด์ หรือระบบไอทีแบบไฮบริดจ์ ขณะที่แพลตฟอร์มบนคลาวด์กำลังได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นนั้น ทีมงานไอที และ DevOps ต่างเผชิญกับความกังวล และความไม่แน่นอนเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของอินสแตนซ์ตัวเองบนคลาวด์ด้วย

รายงานฉบับล่าสุดที่ปล่อยออกมานี้ตอกย้ำว่า การตั้งค่าที่ผิดพลาดเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาความปลอดภัยบนคลาวด์ และจากข้อเท็จจริงที่ระบบ Trend Micro Cloud One – Conformity ได้ตรวจพบปัญหาการตั้งค่าผิดพลาดมากกว่า 230 ล้านรายการในแต่ละวันโดยเฉลี่ย ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดว่าความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในวงกว้าง

Greg Young รองประธานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ บริษัท เทรนด์ไมโคร กล่าวว่า การจัดการความปลอดภัยบนคลาวด์นั้นกลายเป็นเรื่องของการตั้งกฎมากกว่าการคอยตั้งข้อยกเว้นที่จำกัดเฉพาะการใช้งานที่จำเป็นแบบแต่ก่อน ทำให้อาชญากรไซเบอร์ปรับตัวเองมาใช้ประโยชน์จากการตั้งค่า หรือบริหารจัดการระบบบนคลาวด์ที่ผิดพลาดได้

“เราเชื่อว่าสำหรับการย้ายขึ้นไปบนคลาวด์นั้น วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาความปลอดภัยก็คือการกำหนดขอบเขต และเอนด์พอยต์ของระบบไอทีในองค์กรใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรเหล่านั้นปฏิบัติตามโมเดลการรับผิดชอบร่วมกันสำหรับความปลอดภัยบนคลาวด์ การเป็นเจ้าของข้อมูลบนคลาวด์นั้นยิ่งทำให้ต้องใส่ใจกับการปกป้องมากขึ้นไปอีก เราจึงพัฒนาให้พร้อมที่จะช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จในการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์” Greg Young กล่าว

งานวิจัยฉบับนี้ยังพบอันตรายและจุดอ่อนด้านความปลอดภัยในจุดสำคัญหลายจุดของคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่อาจทำให้ข้อมูลรหัสผ่าน และความลับของบริษัทตกอยู่ในความเสี่ยงได้ ซึ่งอาชญากรที่อาศัยช่องโหว่ของการตั้งค่าที่ผิดพลาดนั้นเตรียมโจมตีบริษัทเหล่านี้ด้วยแรนซั่มแวร์, การแอบขุดเหมืองเงินคริปโต, การสกิมมิ่งทางอิเล็กทรอนิกส์, รวมทั้งการถลุงข้อมูลออกมาจากระบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการแนะนำ หรือคอร์สออนไลน์ที่สอนแบบผิด ๆ จนทำให้ธุรกิจเกิดความเสี่ยงในการบริหารจัดการรหัสผ่าน และใบ Certificate อิเล็กทรอนิกส์ผิดพลาดด้วย โดยรายงานนี้สรุปว่า ถึงแม้ทีมงานด้านไอทีสามารถใช้ประโยชน์จากทูลที่มีอยู่แล้วบนคลาวด์เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ แต่พวกเขาก็ไม่ควรพึ่งพาเฉพาะ เครื่องมือเหล่านี้อย่างเดียว

ทั้งนี้ เทรนด์ไมโคร ได้แนะนำวิธีการทำงานที่ดีที่สุดในการรักษาความปลอดภัยของระบบบนคลาวด์ไว้ดังนี้ :

  • วางระบบควบคุมที่ให้สิทธิ์น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น จำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่จำเป็นเท่านั้น
  • ทำความเข้าใจโมเดลการแชร์ความรับผิดชอบ ที่ว่าแม้ผู้ให้บริการบคลาวด์จะมีระบบความปลอดภัยบิวท์อินมาให้ ลูกค้าก็ยังต้องรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของตัวเองด้วย
  • ตรวจสอบหาระบบที่มีช่องโหว่หรือตั้งค่าผิดพลาด ด้วยเครื่องมืออย่างเช่น Conformity ที่สามารถตรวจหาการตั้งค่าที่ผิดบนสภาพแวดล้อมแบบคลาวด์ของคุณได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ผสานเรื่องความปลอดภัยเข้ากับวัฒนธรรม DevOps: โดยเราควรสร้างความปลอดภัยในกระบวนการ DevOps ตั้งแต่เริ่มต้น