VMware พัฒนาโซลูชันและบริการตอบโจทย์ Digital Transformation ในอาเซียน


VMware พัฒนาโซลูชันและบริการตอบโจทย์ Digital Transformation ในอาเซียน

30 กันยายน 2563 : งาน VMworldงานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่ระดับโลกจาก VMware ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยงาน VMworld 2020ในปีนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2563 ในรูปแบบออนไลน์พร้อมเนื้อหากว่า 900 Session ด้านเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจองค์กรครอบคลุมทั้งประเด็นวิสัยทัศน์และนวัตกรรม, ระบบ Multi-Cloud, การปรับปรุง Application ให้ทันสมัย, เทรนด์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสมัยใหม่, ระบบเครือข่ายแบบ Virtual Cloud, DigitalWorkplaceและการนำ 5G มาใช้ในธุรกิจพร้อมเนื้อหาสำหรับอัปเดตแนวโน้มของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะ

VMware

มร. ซันเจย์ เค เดชมุคห์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี VMware กล่าวภายในงาน Vmworld 2020 สรุปสาระสำคัญได้ว่า 3 Priority หลักที่องค์กรระดับ Enterprise ในภูมิภาคอาเซียนจะต้องทำ คือ 1. TransformWorkforce ไปทำงานที่บ้านและ Connect เข้ามาซึ่งการอนุญาตให้ทำงานที่บ้านอาจจะต้องปะปนกับเกมส์ หนังและความบันเทิง ทำให้ไม่มั่นใจว่าระบบจะปลอดภัยหรือไม่ ทั้งนี้ VMwareมีโซลูชัน Digital Workforce ที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ในเรื่องนี้2. Cloud Adoption ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น องค์กรหลายแห่งให้ความสนใจและตระหนักในความสำคัญของCloud ซึ่งต้องการผู้ให้บริการCloud สามารถให้บริการได้เร็วที่สุด โดยไม่ต้องไปใช้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศซึ่งใช้เวลาและในความเป็นจริงไม่สามารถเดินทางมาให้บริการได้ และ3. หลังจากที่ทุกคนทำงานที่บ้าน Workforce ที่มารวมกันในระบบ ทำให้ไม่รู้ว่าปลายทางเป็นยังไง ส่งผลให้ความท้าทายด้านความปลอดภัยมีมากขึ้น

เอกภาวิน สุขอนันต์

เอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท VMware กล่าวว่า VMware ปีนี้ให้ความสำคัญกับDigital Foundation เนื่องจาก Global Pandemic เชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้ธุรกิจขนาดใหญ่จำเป็นต้องทำ Workforce Transformation โดยปิดออฟฟิศไปทำงานที่บ้าน แม้อยู่ห่างแต่ต้อง Stay Connect ทั้งนี้ในสถานการณ์ COVID-19VMwareได้ช่วย Workforce Transformation ให้ลูกค้าหลายราย ทั้งธุรกิจประกันภัย โรงพยาบาลและธนาคาร ทั้งในเรื่องการรักษาความปลอดภัยบนอุปกรณ์ที่ Access เข้าระบบขององค์กร โดยใช้เทคโนโลยี Digital Workforce โดยเฉพาะในช่วงเวลาล็อคดาวน์ ซึ่งลูกค้าให้ความสำคัญกับ Digital ไม่ว่าจะเป็น Multi-cloud ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่มีกิจกรรมค่อนข้างมาก

สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อ Cloud Adoption มากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ หน่วยงานรองลงมาคือ ธนาคาร และค้าปลีก
การมี Cloud ที่มีจุดเด่นจากผู้ให้บริการหลายราย อาจกลายเป็นไซโลของระบบที่หลากหลาย เนื่องจากระบบไม่เชื่อมต่อกัน
แต่VMware มีโซลูชันที่สามารถจัดการผ่าน Multi -cloud ทำ Automation ข้ามระหว่างCloud ทำให้สามารถทำงานที่ไหนก็ได้เหมือนกันทั้งหมดไม่ว่าจะบน Azure Google หรือบน Cloud ของ VMware เอง

VMware

ขณะนี้ VMware ได้ประกาศว่าจะ Built-in Carbon Black โดยนำเสนอโซลูชันการรักษาความปลอดภัยที่ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อระบุลักษณะพฤติกรรมของผู้โจมตี ซึ่งจะช่วยให้สามารถค้นหาวิธีการที่ดีที่สุดในการปกป้องทรัพยากรที่สำคัญสู่ตลาดระดับ Enterprise ให้ใช้ฟรี 6 เดือน เป็น New GenerationAnti-virus

“การที่ Digital Workforce มี Carbon Black ทำให้พนักงานได้รับการ Protect ทั้ง End PointProtection คือ เริ่มต้นตั้งแต่อุปกรณ์เลย” เอกภาวิน กล่าว

VMware

นอกจากนี้ Carbon Black ยังช่วยให้ VMware มีแพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยที่มีคลังข้อมูลเปี่ยมประสิทธิภาพและความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวล้ำขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI:Artificial Intelligence) และ Machine Learning ทำให้ VMware พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบ Multi-cloudยุคใหม่แอพที่ทันสมัย และอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆที่ทันสมัย

“เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มีมานานกว่า 40 ปี แต่ไม่เก่งและฉลาดเท่าปัจจุบัน เนื่องจากสมัยนั้นยังไม่มีข้อมูลมากนัก และการ Implement ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในปัจจุบันสามารถแชร์และ Link บน Cloud ได้ด้วย VMwareCloudFoundation ทำให้นักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือชุดเดียวกันในการพัฒนาแอปพลิเคชันทั้งแบบคอนเทนเนอร์และแบบ Virtual Machine” เอกภาวิน กล่าว