NTT เปิดตัวบริการซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานใหม่ล่าสุด เพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจภายใต้สถานการณ์ผันผวน


NTT เปิดตัวบริการซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานใหม่ล่าสุด เพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจภายใต้สถานการณ์ผันผวน

กรุงเทพฯ : บริษัท เอ็นทีที จำกัด (NTT Ltd.) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด Software Defined Infrastructure services เพื่อเสริมศักยภาพการให้กับบริการที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการย้ายโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การทำงานบนระบบซอฟต์แวร์ หรือ Software Defined Infrastructure (SDI) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนจากความต้องการทางธุรกิจ เพื่อลดระยะเวลาให้เกิดความคุ้มค่า ช่วยลดต้นทุน รวมถึงช่วยให้การขยายตัวของธุรกิจหรือปรับลดขนาด ได้ตามที่ต้องการ

Bill Padfield รองประธานอาวุโส ฝ่ายทรานสฟอร์มเมชั่นและบริการด้านแพลตฟอร์มของ NTT Ltd. กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ กลุ่มธุรกิจจำนวนมากต่างต้องการความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ SDI Services จึงเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการนี้ แต่พบว่าองค์กรธุรกิจยังขาดทักษะที่จำเป็น และความเชี่ยวชาญในการใช้งาน SDI Services

ด้วยบริการ SDI Services ซึ่งเป็นบริการใหม่ล่าสุดของเรา จะทำให้องค์กรต่างๆ ได้รับประโยชน์ได้อย่างเต็มที่จากการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ที่กำหนดการทำงานด้วยระบบซอฟต์แวร์ (Software-defined) และโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่โปรแกรมได้ (Programmable Infrastructure) โดยเราให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญและด้วยทักษะที่จำเป็นต่อการจัดการระบบ เช่น ระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบควบคุมระบบอัตโนมัติ (Orchestration) เป็นต้น

บริการ SDI ของ NTT Ltd. จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีโดยใช้การเฝ้าระวังระบบทางไกลรูปแบบใหม่ (telemetry) และการบริหารจัดการข้อมูล (service management data) เพื่อให้องค์กรต่างๆมีความยืดหยุ่นต่อการนำการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้สอดคล้องกับธุรกิจและรายได้ขององค์กร โดยได้เสนอบริการ 4 รูปแบบ ดังนี้

1. การบริหารจัดการระบบ Lifecycle (Lifecycle Management) ง่ายและยืดหยุ่นต่อการจัดการอุปกรณ์ IT ให้เรื่องการจัดการอุปกรณ์ IT เป็นเรื่องง่าย ในการทำให้อุปกรณ์ทำงานบน software version ล่าสุดเพื่อให้สอดคล้องตามข้อบังคับขององค์กร (Compliance) โดยผ่าน Digital Wallet ของเรา โดยที่การให้บริการนี้ประกอบไปด้วย

  • มีความปลอดภัยด้วยระบบการลงชื่อครั้งเดียว (Single sign-on) ผ่านช่องทาง User experience Portal ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว และกำหนดสิทธิการเข้าใช้บริการ
  • Digital Wallet สามารถเก็บข้อมูล License ได้ทั้งแบบซื้อขาด (Perpetual Licenses) และ แบบต่ออายุการใช้งาน (Subscription Software) ด้วยการนำเสนอมุมมองที่รวบรวมจากผู้ขาย (Vendor) ต่างๆ โดยใช้บัญชีอัจฉริยะ (Smart Accounts) เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน
  • จัดแสดงข้อมูลการใช้งานLicenses ณ ปัจจุบัน ข้อมูลการสั่งซื้อ และข้อมูลที่ถูกใช้งานจริง
  • ให้บริการปรับเปลี่ยนตามความต้องการผ่านการดำเนินการของ NTT Ltd. (MACD) ในการปรับเพิ่มหรือลด ได้ตามความต้องการทางธุรกิจ

2. การปรับเปลี่ยนระบบตามนโยบาย และข้อบังคับขององค์กร (Policy Deployment and Compliance) รวดเร็วต่อการปรับเปลี่ยนระบบทันต่อความต้องการ เพื่อให้การให้บริการจากหลากหลายผู้ให้บริการ (Multivendor) มีความสอดคล้องกันทั้งในด้านการออกแบบระบบ และการกำหนดชุดคำสั่งลงไปในอุปกรณ์ ในการช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมการลงทุนระบบ SDI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริการนี้ประกอบไปด้วย

  • การตรวจสอบระบบตลอดเวลา และการจัดการระบบด้วยวิธีอัตโนมัติกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (Infrastructure Management)
  • ระบบควบคุมจัดการการเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ในระบบ และการควบคุมตามข้อบังคับขององค์กร เพื่อจัดการให้ระบบมีความสอดคล้องกับนโยบายองค์กร
  • ใช้การปรับเปลี่ยนระบบตามข้อกำหนด (Use Case Deployment Framework) สำหรับมาใช้ในการปรับเปลี่ยนระบบตามเงื่อนไขต่างๆดังนี้ ข้อแนะนำเชิงกลยุทธ (Strategic Guidance) ข้อแนะนำการปฏิบัติงาน (Best Practices) ตรวจสอบการออกแบบ (Validate Design) ตรวจสอบกระบวนการทำงาน (Proven Processes) และ ให้คำแนะนำการปรับเปลี่ยนระบบ (Recommended Adjustments)
  • การบริหารจัดการเชิงรุก (Proactive Management) สำหรับส่วนควบคุม (Controller) อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) และคำสั่งควบคุมอุปกรณ์ตามมาตราฐาน (Configuration Standards)

3. การสนับสนุนการการดำเนินการ (Assurance and Operations Support) เพื่อเพิ่มให้ผลลัพธ์ในการดำเนินการดีขึ้น (KPIs) ลดภาระการบริหารจัดการในการดำเนินการจากพนักงานขององค์กร และรวมไปถึงภาระการเฝ้าระวังตรวจสอบระบบด้วยการเฝ้าระวังระบบทางไกลรูปแบบใหม่ (Telemetry) การจัดการการเปลี่ยนแปลงระบบ (Change Management) เพื่อทำการPatching ระบบ การจัดการปัญหา (Problem Management) เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และการจัดการตามข้อบังคับขององค์กร (Compliance Management) โดยการนำระบบอัจฉริยะ (Digital Intelligence) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบควบคุมระบบอัตโนมัติ (Orchestration) มาใช้ในการดำเนินการในระบบการให้บริการของ NTT Ltd. โดยบริการนี้ประกอบไปด้วย

  • ใช้การเชื่อมต่อมายังศูนย์กลางที่ใช้ศูนย์ให้บริการกลางที่จะมีประสบการณ์ในการให้บริการที่ใช้ระบบอัตโนมัติในการควบคุม และรูปแบบการให้บริการที่มีความแน่นอน (Assurance Model)
  • ลดความซับซ้อนของระบบเครือข่ายโดยการนำเทคโนโลยีการจัดการการเชื่อมต่อระบบ และระบบอัตโนมัติในการดำเนินการระบบเครือข่ายมาใช้งาน
  • มีทีมปฏิบัติการ Dev Ops ที่จะสามารถช่วยให้คาดการณ์ปัญหาล่วงหน้าแล้วนำมาสู่การป้องกันก่อนการเกิดปัญหา และมีผลกระทบต่อธุรกิจ

4. การจัดการตอบแทนทางธุรกิจ (Business Outcome Management) ปรับปรุงให้ผลิตผลทางธุรกิจมีความเหมาะสม :เป็นการจัดการอุปกรณ์ IT จากหลากหลายผู้ให้บริการ (Multivendor) เพื่อปรับปรุงการดำเนินการ โดยให้คำแนะนำในการจัดซื้อซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม มีการดำเนินการตามข้อบังคับขององค์กรที่ดีขึ้น และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการโดยอาศัยข้อกำหนดในการดำเนินการของ NTT Ltd.(NTT Ltd.’BestPractices) โดยบริการนี้ประกอบไปด้วย

  • การเชื่อมการใช้ API เข้ารวมกัน การใช้ความสามารถในการตรวจสอบการเชื่อมโยงกัน (Correlation) การจัดการอุปกรณ์ IT ที่ยอดเยี่ยม การรายงานที่ยอดเยี่ยม และการใช้ระบบคาดการณ์ปัญหาที่ยอดเยี่ยม
  • มีรายละเอียดข้อมูลการวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาของระบบเครือข่ายซึ่งนำมาสู่การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว และปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น
  • การผสานของกระบวนการ ITSM (ITSM Process), IT Domains และระบบ IT เพื่อนำไปสู่การจัดการแบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ