NETA เปิดตัว “NETA V-II” ซิตี้คาร์ ไฟฟ้า 100% ภายใต้แนวคิด “Smart & Play ตั้งเป้าปี‘67ส่งมอบรถ 30,000 คัน


บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดตัว “NETA V-II” รถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้า 100%ในสไตล์ City Car อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Smart & Play สมาร์ทให้สุด สนุกให้เหนือใคร”ตั้งเป้าหมายส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปี พ..2567ให้กับลูกค้าคนไทยประมาณ 30,000 คัน

 

หวัง เฉิงเจี่ย รองประธาน บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ เซลส์ จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว ปัจจุบัน NETA ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับลูกค้าทั่วโลกรวมแล้วกว่า 400,000คัน โดยในปี พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา NETA ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับลูกค้ากว่า 127,500 คัน ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 20อันดับแรกของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในประเทศจีน และยังครองอันดับหนึ่งในฐานะบริษัทสตาร์ทอัป EV  ของจีนที่เป็นผู้นำในตลาดโลกจากผลงานอันยอดเยี่ยมในประเทศไทยที่เป็นทั้งตลาดต่างประเทศแห่งแรกและแห่งใหญ่ที่สุดของ NETA

สำหรับปี พ.ศ. 2567 นี้ NETA ตั้งเป้าหมายในการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากว่า 300,000คัน วางเป้าจำหน่ายตลาดต่างประเทศประมาณ 100,000 คัน พร้อมตั้งเป้าหมายการขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายในทั่วโลกครอบคลุมตลาดประมาณ 60 ประเทศ และมีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการกว่า 300 แห่ง ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอาเซียน ยุโรป ตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดใหม่ของเราในแอฟริกา อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดยประเทศไทยจะยังเป็นตลาดหลักที่สำคัญของNETA ด้วยส่วนแบ่งการตลาดถึง 17% ในปีพ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯยังคงรั้งตำแหน่งบริษัทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอันดับสองในตลาด EV ของประเทศไทย ซึ่งเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมาNETA ได้ทำการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น NETA V ให้กับลูกค้าไปแล้วกว่า 15,000 รายในประเทศไทย

แผนการดำเนินงานของ NETA ในไทยในปี 2567

ชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของ NETA ในประเทศไทยในปี พ.ศ.2567 ว่าถือเป็นก้าวใหม่ของการพัฒนา NETA ในตลาดประเทศไทยโดยมีเป้าหมายการส่งมอบยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ให้ลูกค้าคนไทยกว่า 30,000 คัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “All in Thailand, All for Thailand” ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การเริ่มต้นการผลิตภายในประเทศร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยตั้งแต่เดือนมีนาคมพ.ศ.2567ที่ผ่านมา NETA ได้เริ่มผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจากโรงงานในประเทศไทย นับเป็นโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกของNETA นอกประเทศจีน และเป็นโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของกรุงเทพฯ โรงงานในประเทศไทยแห่งนี้จะช่วยให้ NETA สามารถยกระดับขีดความสามารถในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว 2.การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ทรงพลังและติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูง โดยปีนี้จะมีการแนะนำรถรุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ NETA V-II และ NETA X นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวรุ่นใหม่ในไตรมาสแรกของปีหน้าเพิ่มเติมอีกหนึ่งรุ่น ทั้งนี้ NETAจะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ 1 รุ่นทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2568 เป็นต้นไป 3..การเพิ่มสัดส่วนของสมาชิกทีมที่เป็นคนไทยมากกว่า 85% เพราะบริษัทฯ ตระหนักดีว่าพนักงานคนไทยคือคนที่จะเข้าใจลูกค้าคนไทยดีที่สุด 4.การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการขยายเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมมากกว่า 65 แห่งทั่วประเทศไทยภายในปี พ.ศ.2567 เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของลูกค้าทั้งในด้านการขายและการบริการลูกค้าที่ครอบคลุม และ5.การสร้างแบรนด์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า ผ่านกระบวนการขายและบริการที่ยอดเยี่ยม มาตรฐานการดำเนินงาน กิจกรรมดูแลลูกค้า และการบริหารเสียงของลูกค้า

สำหรับการเปิดตัว “NETA V-II” ภายใต้แนวคิด “Smart & Play สมาร์ทให้สุด สนุกให้เหนือใคร” มี 2 รุ่นให้เลือก คือ NETA V-II รุ่น LITEและ รุ่น SMART ซึงทั้งสองรุ่นมีโดดเด่น เช่น มีหน้าจอ Infotainment ระบบสัมผัสขนาดใหญ่14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayTM พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ขนาด 12 นิ้ว ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย และกุญแจแบบสมาร์ทคีย์พร้อมระบบ Ride & Go ให้รถพร้อมสำหรับการขับขี่ทันทีที่เปิดประตูรถ NETA V-II ให้สมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานด้วยมอเตอร์ขนาด 95แรงม้า แรงบิด 150 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ให้ระยะทางในการวิ่งสูงสุด 382 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มตามมาตรฐาน NEDC

สำหรับNETA V-II รุ่น SMART เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบช่วยในการขับขี่ ADASรวม 8 ระบบ ได้แก่ ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ รวมไปถึงระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 3,300 วัตต์ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน

ในส่วนของสี  รถNETA V-II มีสีมาตรฐานให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว White Storm สีเทา Midnight Gray สีชานมMilk Tea* สีฟ้า Baby Blue* และมีสีพิเศษ 2 สี ได้แก่ สีชมพู Sakura Pink และสีเขียวMoonlight Green เฉพาะในช่วงงานมอเตอร์โชว์ เท่านั้น โดยมีราคาคาดการณ์จำหน่ายสำหรับ NETA V-II รุ่น LITE ที่ 549,000 บาท และ NETA V-II รุ่น SMART ที่ 569,000 บาทโดยรถทั้งสองรุ่นพร้อมส่งมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายน ศกนี้ เป็นต้นไป

ผู้ที่สนใจรถยนต์ทุกรุ่นทุกรูปแบบของ NETAสามารถชมได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (Motor Show 2024)  ได้ที่ บูธ NETA หมายเลข A21อาคารชาเลนเจอร์ 1-3  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม  – 7 เมษายน พ.ศ.2567


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save