Muze สร้างโซลูชันที่เหมาะกับแบรนด์โดยเฉพาะ มุ่งเพิ่มยอดขายให้ลูกค้า ตั้งเป้าปี’64 รายได้โต 2 เท่า


Muze ผู้นำด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์เว็บไซต์และโซลูชันด้านแอปพลิเคชันสัญชาติไทยแบบครบวงจรให้กับธุรกิจในประเทศไทย เผยสัดส่วนรายได้ประมาณ 60-70% ของบริษัทฯ
มาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขายปลีกหรือรีเทล พร้อมเดินหน้าเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้าด้วยการสร้างโซลูชันที่เหมาะกับแบรนด์นั้นๆ ด้วยการผสมผสานช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์โดยเฉพาะอย่างต่อเนื่อง

พีรณัฎฐ์ ทูลแสงงาม ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัท Muze กล่าวว่า ในช่วงวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมาธุรกิจค้าปลีกหรือรีเทลหลายรายต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก ส่งผลให้จำนวนลูกค้าหน้าร้านลดลงและรายได้ลดลงตามไปด้วย ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์มาใช้ช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นเพื่อสร้างยอดขายและประคองธุรกิจที่มีอยู่ให้ผ่านพ้นวิกฤตให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าช่องทางการการทำการขายออนไลน์มีหลากหลายบริการมากจะมีทั้งการบริการระยะต่างๆและราคาในการให้บริการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและงบประมาณของแต่ละธุรกิจที่จะเลือกใช้

จากผลการสำรวจเมื่อช่วงเดือนมกราคม พ.ศ.2564 พบว่า ผู้บริโภคคนไทยมีการใช้ช่องทางการสั่งสินค้าออนไลน์ ทั้งอาหาร เสื้อผ้า หาแหล่งท่องเที่ยวและอื่นๆมากขึ้นประมาณ 58.3% ส่งผลให้รายได้ในตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยในปีที่ผ่านมาสูงขึ้นกว่า 22.1% โดยแบรนด์ที่ได้ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีรวมถึงแพลตฟอร์มการขายของตัวเองมีธุรกิจที่เติบโตและประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา
ซึ่งคาดว่าช่องทางการขายออนไลน์จะยังคงมีความสำคัญอย่างต่อเนื่องแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จะดีขึ้น เนื่องจากลูกค้ามีการปรับตัวและต้องการกมีปฏิสัมพันธ์กับร้านค้า รวมถึงการมีประสบการณ์การซื้อสินค้าที่หลากหลายต่างกันและเป็นแบบเฉพาะตัวมากขึ้น

พีรณัฎฐ์ กล่าวว่า Muze ร่วมมือกับธุรกิจค้าปลีกมากมาย เพื่อให้ทันต่อการรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าขายปลีกและอื่นๆ บริษัทฯ จึงปรับตัวมาขายช่องทางออนไลน์ ผ่านโซลูชั่น Web-based ที่ Muze พัฒนาขึ้น โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการจัดการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและประสบการณ์การผู้ใช้งาน (User Experience) ที่มาพร้อมกับระบบชำระเงินความปลอดภัยสูง รวมถึงระบบหลังบ้านทรงประสิทธิภาพ โดย Muze ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาเพื่อสร้างความสำเร็จในช่องทางขายออนไลน์ให้กับธุรกิจค้าปลีก

สิ่งสำคัญที่ทุกแบรนด์ควรให้ความสำคัญในยุคปัจจุบันคือการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลของตัวเอง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงช่องทางที่ช่วยสร้างยอดขายเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นแต่ยังส่งเสริมธุรกิจของแบรนด์ในอีกหลายๆด้าน โดยแพลตฟอร์มที่ดีจะต้องสามารถแสดงข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดได้แม่นยำมากขึ้น รวมถึงแบรนด์ยังสามารถเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าได้เอง ซึ่งแบรนด์ไม่สามารถทำได้หากใช้บริการแพลตฟอร์มจากผู้ให้บริการรายอื่น

“ทีมงานของ Muze ช่วยสร้างโซลูชันอีคอมเมิร์ซที่เหมาะกับแบรนด์นั้นๆโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายทั้งฝั่งลูกค้าและทีมขายของแบรนด์เอง เช่น Muze ได้เริ่มทำงานร่วมกับบริษัท แม็คกรุ๊ป หนึ่งในผู้นำด้านแฟชั่นค้าปลีกของประเทศไทยในปีพ.ศ.2560 ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาบริษัท แม็คกรุ๊ป ได้ทำการผสานช่องทางขายออฟไลน์ที่มีกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ เข้ากับช่องทางออนไลน์เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์การสร้างช่องทางขายแบบหลากหลายช่องทาง (Omnichannel) ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวช่วยลดการสต็อกสินค้าในแต่ละสาขา และยังจัดเก็บข้อมูลความชอบของลูกค้าแต่ละราย ให้พนักงานขายสามารถแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับลูกค้า และเสนอการขายเพิ่มมากขึ้นพร้อมกับให้บริการรูปแบบเฉพาะตัวในเวลาเดียวกัน เป็นต้น” พีรณัฎฐ์ กล่าว

สำหรับรายได้ของบริษัทฯ มาจากกลุ่มธุรกิจขายปลีกหรือรีเทลเป็นหลักประมาณ 60-70% ที่เหลือจะเป็นธุรกิจสื่อและบันเทิง, ลูกค้าท่องเที่ยว และอื่นๆ เป็นต้น โดยในปีพ.ศ.2564

ตั้งเป้าว่าจะสร้างรายได้ให้บริษัทฯ เติบโต 2 เท่าตามเป้าหมายที่วางไว้ จากทีมงานและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจประมาณ 3-4 บริษัทที่ร่วมกันทำธุรกิจตั้งแต่ปีพ.ศ.2555 โดย Muze ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชันช่องทางขายหลากหลายช่องทาง (Omnichannel) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลุกค้าอย่างดีที่สุด ซึ่ง มั่นใจว่าโซลูชันที่ได้พัฒนาออกมานั้นสามารถที่จะช่วยให้ลูกค้านำไปใช้ดำเนินธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของค่าบริการโซลูชันที่ทางบริษัทฯ ให้บริการแก่ลูกค้าในแต่ละรายนั้นอยู่ที่รูปแบบและขอบเขตความต้องการของลูกค้าเป็นหลักทั้งในระยะสั้นและระยะยาวตามสัญญาที่ตกลงกัน ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่ามีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีแก่ธุรกิจขายปลีกที่จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคยอมรับที่ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น พัฒนาโซลูชันสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) สำหรับธุรกิจสื่อและบันเทิง ให้ผู้ชมติดตามอย่างต่อเนื่อง, โซลูชั่นด้านการบริหารจัดการแก่หน่วยงานรัฐบาล เผยแพร่ความรู้ ความคืบหน้าในแต่ละโครงการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐนั้นๆ รวมถึงพัฒนาแอปพลิเคชันฟังเพลงที่ประสบความสำเร็จติดอันดับ 1 ใน 20 แอปพลิเคชันฟังเพลงที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดทั้งในประเทศสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยยกระดับองค์กรและช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในยุคดิจิทัลไปพร้อมกับการเติบโตของบริษัท ฯ

ในอนาคตบริษัท Muze พร้อมที่จะเดินหน้าร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ใหม่ๆทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ช่วยให้การดำเนินธุรกิจของลูกค้ามีรายได้เพิ่มขึ้นบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคทุกๆกลุ่ม เพื่อขยายโอกาสและมองหาความท้าทายใหม่ๆในการสร้างโซลูชันและแพลตฟอร์มดิจิทัลตอบสนองกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมครบวงจรมากขึ้น