“ซีวิลเอนจีเนียริง” แจงความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (หมายเลข 6) สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา คาดเปิดให้บริการต้นปีหน้า


“ซีวิลเอนจีเนียริง” แจงความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (หมายเลข 6) สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา คาดเปิดให้บริการต้นปีหน้า

บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด บริษัทก่อสร้างชั้นนำของไทยที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจรมากว่า 50 ปี โดยเฉพาะงานก่อสร้างเส้นทางคมนาคมและระบบบสาธารณูปโภคที่มีมาตรฐานสูง ตั้งแต่โครงการระดับท้องถิ่นจนถึงโครงการระดับประเทศมากกว่า 1,000 โครงการ ล่าสุดได้รับงานจ้างเหมาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (หมายเลข 6) สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา สัญญาตอนที่ 29-30-31และสัญญาตอนที่ 16 ซึ่งเป็นโครงการสำคัญเร่งด่วนของกรมทางหลวงที่ถูกบรรจุในแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ที่เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการรัฐ (PPP Fast Track) จำนวน 4 สัญญา มูลค่าโครงการกว่า 4,500 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการประมาณต้นปี พ.ศ. 2564

ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข

ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจรมากว่า 50 ปี โดยเฉพาะงานก่อสร้างเส้นทางคมนาคม และระบบสาธารณูปโภคที่มีมาตรฐานสูงมากกว่า 1,000 โครงการ เช่น งานทางยกระดับ ทางพิเศษ ทางหลวงหมายเลข 338 สายบางกอกน้อย-นครชัยศรี ตอนตลิ่งชัน-พุทธมณฑล สาย 2 (ตอนที่ 1) ระหว่าง กม.3+836.704-กม.6+825.704 ระยะทาง 2.989 กิโลเมตร, ทางแยกต่างระดับห้าแยกน้ำกระจายทางหลวงหมายเลข 407 ตัดทางหลวงหมายเลข 408 ตัดทางหลวงหมายเลข 414 จังหวัดสงขลา ระยะทางประมาณ 7.045 กิโลเมตร งานสนามบิน ทางวิ่ง พร้อมไหล่ทางวิ่ง 2 ด้าน ทางขับ 2 เส้น ไหล่ทางขับกว้าง 10.50 เมตร ลานจอดลานบิน ไหล่กว้าง 7.50 เมตร ถนนทางเข้าท่าอากาศยาน ลานจอดรถยนต์ ระบบไฟฟ้าสนามบิน ระบบประปา ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช, งานก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง เสริมผิวทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน จัดหาและติดตั้งระบบไฟฟ้าสนามบิน ไฟฟ้าแรงสูง-แรงต่ำ ไฟส่องอาคาร AFL และอาคาร Localizer ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี งานรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร สัญญาที่ 2 ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร งานเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ เขื่อนหัวงานและอาคารประกอบคลองดินแดง พร้อมงานส่วนอื่น ๆ ในเขตพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช และอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น

งานจ้างเหมาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (หมายเลข 6) สายบางปะอิน-สระบุรี- นครราชสีมา

ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับงานจ้างเหมาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (หมายเลข 6) สายบางปะอิน-สระบุรี- นครราชสีมา สัญญาตอนที่ 29-30-31 และสัญญาตอนที่ 16 ซึ่งเป็นโครงการสำคัญเร่งด่วนของกรมทางหลวงที่ถูกบรรจุในแผนแม่บทพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ที่เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการรัฐ (PPP Fast Track) จำนวน 4 สัญญา มูลค่าโครงการกว่า 4,500 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถส่งมอบงานให้กรมทางหลวงแล้วจำนวน 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาตอนที่ 29 ช่วง กม.131+335 – 132+995 ขนาด 4 เลน ระยะทาง 1.62 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 1,483 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเดือนตุลาคม 2559 มีกำหนดสิ้นสุดสัญญาเดือนตุลาคม 2562 สัญญาตอนที่ 30 ช่วง กม.132+995 – 135+150 (ช่วงลำตะคอง) ขนาด 4 เลน ระยะทาง 2.195 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 1,588 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเดือนตุลาคม 2559 สิ้นสุดสัญญาเดือน ตุลาคม 2562 และ สัญญาตอนที่ 31 ช่วง กม.135+150 – 136+920 ขนาด 4 เลน ระยะทาง 1.77 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 1,472 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเดือนตุลาคม 2559 สิ้นสุดสัญญาเดือนตุลาคม 2562 และอยู่ระหว่างดำเนินโครงการอีก 1 สัญญา ได้แก่ สัญญาตอนที่ 16 ช่วง กม.70+085 – 71+259 ขนาด 4 เลน ระยะทาง 0.996 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 960 ล้านบาท ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด 20% เนื่องจากติดปัญหาการย้ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริเวณใกล้โรงงานปูนซีเมนต์นครหลวง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และปัญหาพื้นที่ก่อสร้างบางส่วนล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าไม้ของกรมป่าไม้ อยู่ระหว่างประสานการดำเนินการระหว่างสองหน่วยงานเพื่อให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้ คาดว่าสัญญานี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2563 โดยทั้ง 4 สัญญานี้จะสามารถเปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการประมาณต้นปี พ.ศ. 2564

ปิยะดิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการอื่น ๆ ของบริษัทฯ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท เช่น โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร สัญญาที่ 2 ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร,โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) สัญญาที่ 2-1 งานโยธาช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ในช่วงครึ่งปีหลังของปี พ.ศ.2563นี้ บริษัทฯ เตรียมลงนามสัญญา ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 1 ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา สัญญาที่ 4-7, งานโยธาช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 13.01 กิโลเมตร และโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก สัญญาที่ 1 รวมทั้ง 2 โครงการ มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท

ส่วนแผนการดำเนินโครงการต่าง ๆ ในอนาคตนอกจากร่วมประมูลโครงการภาครัฐแล้ว บริษัทฯ วางแผนที่จะเพิ่มงานโครงการภาคเอกชนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอราคาประมูลงานทางลอดถนนโครงการ One Bangkok และงานอื่น ๆ ซึ่งหากได้งานเอกชนเข้ามาจะสามารถทำให้เป้ารายได้ปี พ.ศ. 2563 อยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,500 ล้านบาท จากปี พ.ศ. 2562 ที่มีรายได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท ที่สำคัญบริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในเดือนมีนาคม 2563 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม2563 ทั้งนี้ต้องดูสถานการณ์การก่อสร้างและบรรยากาศในการลงทุนในขณะนั้นประกอบการตัดสินใจ

“ภาพรวมตลาดการก่อสร้างและการแข่งขันในประเทศไทยนั้น ยังมีการแข่งขันที่รุนแรงทั้งงานภาครัฐและเอกชน ในการประมูลงานแต่ละโครงการมีการตัดราคากันมากขึ้น ผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ต้องปรับตัวในงานประมูล พัฒนาทักษะและฝีมือของบุคลากรของบริษัท สร้างทีมงานที่เป็นช่าง วิศวกร โฟร์แมน ให้มีศักยภาพในการทำงานในทุก ๆ โครงการ รวมทั้งประสานการทำงานระหว่างคู่ค้า ซัพพลายเออร์ให้มีความเข้าใจในกระบวนการทำงานในทิศทางเดียวกันทั้งที่เป็นคู่ค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาเสริมเพิ่มประสิทธิภาพ” ปิยะดิษฐ์ กล่าว

สำหรับปัญหาและความเสี่ยงในการทำงานนั้น ส่วนใหญ่มาจากงบประมาณภาครัฐที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า ทำให้ต้องชะลอการก่อสร้างเพื่อรองบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินแก่ประชาชนในพื้นที่ และโครงการภาคเอกชนใหม่ ๆ ที่มีการชะลอเพื่อรอดูแผนการพัฒนาโครงการก่อสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของภาครัฐ ในหลาย ๆโครงการที่มีความล่าช้ากว่ากำหนด เช่น โครงการเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ในหลาย ๆ ส่วน โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ และปัญหาค่าเงินบาท ทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น