แสงชัยกรุ๊ป จับมือ มิลวอกี้ เปิดตัวโชว์รูม“RedZone” แห่งใหม่ หวังสร้างยอดขายเพิ่ม 100 ล้านบาท ใน 3-5 ปี


แสงชัยกรุ๊ป จับมือ มิลวอกี้ เปิดตัวโชว์รูม“RedZone” แห่งใหม่ หวังสร้างยอดขายเพิ่ม 100 ล้านบาท ใน 3-5 ปี

แสงชัยกรุ๊ป ผู้นำเข้า ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศและระบบส่งจ่ายไฟฟ้า ให้บริการด้านวิศวกรรมแบบครบวงจร ร่วมมือกับบริษัท เทคโทรนิค อินดันตรี้ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องมือช่างแบรนด์ “มิลวอกี้” จากประเทศสหรัฐอเมริกา เสริมแกร่งทางธุรกิจ เปิดตัว “RedZone” หรือ Milwaukee On Stop Service โชว์รูมแห่งใหม่ ซึ่งจะเป็นงานในส่วนบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมไทยและประสิทธิภาพด้านงานช่าง ตั้งเป้าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างยอดขายเพิ่มให้กับบริษัทฯ ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ภายใน 3-5 ปี

อรรถวัฒน์ อัศวนิเวศน์

อรรถวัฒน์ อัศวนิเวศน์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กลุ่มบริษัท แสงชัยกรุ๊ป กล่าวว่า แสงชัยกรุ๊ป คือ ผู้นำเข้า ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบทำความเย็นระบบปรับอากาศและระบบส่งจ่ายไฟฟ้า พร้อมให้บริการด้านวิศวกรรมแบบครบวงจรมากว่า 40 ปี ปัจจุบัน มีการนำเข้า 50 แบรนด์ชั้นนำทำตลาดครอบคลุมทั่วประเทศไทย มีการจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบวิศวกรรมกว่า 10,000 รายการ มีฐานลูกค้าหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มงานโปรเจกต์ ,โรงงานอุตสาหกรรม และผู้รับเหมางานระบบต่างๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการกระจายสินค้าแบบ Offline สู่กลุ่มผู้ใช้โดยตรง

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ครอบคลุมลูกค้าอุตสาหกรรมไทยให้มากยิ่งขึ้น ทางบริษัทฯจึงตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท เทคโทรนิค อินดันตรี้ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องมือช่างแบรนด์ “มิลวอกี้” จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินธุรกิจมาทั่วโลกกว่า 90 ปี มีความเชี่ยวชาญเครื่องมือช่างไร้สาย 3 กลุ่ม สำหรับเครื่องมือช่าง ได้แก่ เครื่องมือช่างไฟฟ้า เครื่องมือช่าง และอุปกรณ์เสริม

“การร่วมเป็นพันธมิตรของ 2 บริษัทในครั้งนี้ได้ร่วมเปิดตัวโชว์รูมส่งเสริมการบริการหลังการขาย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำเครื่องมือมาตรวจเช็คกับบริษัทฯ ได้โดยตรง ภายใต้ชื่อ “RedZone” หรือ Milwaukee On Stop Service ซึ่งจะเป็น Flagship Store แห่งใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกและปริมณฑล ซึ่งคาดว่าจะสร้างยอดขายเพิ่มให้กับบริษัทฯไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทภายใน 3-5 ปี” อรรถวัฒน์ กล่าว

ฮาร์ดี้ ฉาง

ด้าน ฮาร์ดี้ ฉาง (Hardi Tjhang) General Manager บริษัท เทคโทรนิค อินดัสตรี้ส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เข้ามาทำตลาดในไทยเกือบ 5 ปีแล้ว โดยนำนวัตกรรมเครื่องมือช่างที่ทันสมัย ช่วยให้การทำงานของช่างมีความรวดเร็ว ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพผ่านนวัตกรรมเครื่องมือไร้สายทั้ง 3 กลุ่มของบริษัทฯตลอดจนมีการลงทุนวิจัยและพัฒนา สร้างเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Lithium-ion เพื่อเป็นทางออกที่ดีขึ้นให้ผู้ใช้งาน พร้อมทั้งเครื่องมือไร้สายปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ แสงชัยกรุ๊ป ได้มีการศึกษาแนวทางการทำธุรกิจของแสงชัยกรุ๊ปมาประมาณ 3 ปี มองว่ามีการทำงานที่สอดรับกับบริษัทฯ จึงตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันเพื่อสร้างโอกาสและขยายธุรกิจของมิลวอกี้ให้ผู้ประกอบการ ช่างชาวไทยเพื่อสร้างการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ และแสงชัยกรุ๊ปในประเทศไทยและบริษัทฯ ในภูมิภาคอาเซียนที่เป็นคู่ค้า ทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่เพิ่มเติม” ฮาร์ดี้ ฉาง กล่าว

ในส่วนของการสร้างโรงงานร่วมผลิตในประเทศไทยนั้น อาจต้องดูทิศทางของตลาดจากนี้อีก 5 ปี หากลูกค้าในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียนมีความต้องการจำนวนมากขึ้น บริษัทฯอาจจะพิจารณาตัดสินใจตั้งโรงงานในประเทศไทย

แสงชัยกรุ๊ป จับมือ มิลวอกี้ เปิดตัวโชว์รูม“RedZone” แห่งใหม่

ทิศทางตลาดเครื่องมือช่างทั่วไปในไทยแข่งขันสูงในกลุ่มเครื่องมือช่าง 20 กลุ่ม

เครื่องมือช่าง

สำหรับทิศทางตลาดเครื่องมือช่างแบบทั่วไปในประเทศไทย อรรถวัฒน์ กล่าวว่า มีการแข่งขันกันสูงในกลุ่มเครื่องมือช่างทั้ง 20 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มระบบขนส่ง, บำรุงรักษารถ, งานระบบราง, กู้ภัย, หน่วยซ่อมบำรุงอาคาร, รับเหมาก่อสร้าง, งานเครื่องยนต์, ตกแต่งภายใน, งานโลหะ, งานระบบท่อ, ช่างอเนกประสงค์, ช่างประปา, ระบบไฟฟ้า, งานช่างไฟฟ้า, งานระบบท่อหล่อเย็น, งานช่างซ่อม, ช่างไม้, งานคอนกรีต, งานรื้อถอน, งานผนังและฝ้าเพดาน โดยเฉพาะการบริการหลังการขายซึ่งทุกๆบริษัทต่างมีกลยุทธ์ในการทำตลาดให้เข้าถึงลูกค้าที่แตกต่างกัน ซึ่งบริษัทฯมีความได้เปรียบที่มีฐานลูกค้าดั้งเดิมอยู่จำนวนมาก พร้อมกับมองหาโอกาสในการสร้างลูกค้าใหม่ๆจากพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ขยายตลาดเครื่องมือไร้สายไปยังธุรกิจใหม่ๆสำหรับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์, อุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมัน, อุตสาหกรรมเคมี, กลุ่มงานราชการ และงานซ่อมบำรุงต่างๆ เป็นต้น เมื่อเทียบกับตลาดเครื่องมือในภูมิภาคเอเชียด้วยกันพบว่า แสงชัยกรุ๊ปยังเป็นบริษัทฯที่มีการเติบโตในตลาดเครื่องมือเร็วกว่าประเทศอื่นๆ

เครื่องมือช่าง

คาดปี’63 ตลาดเครื่องมือทั่วไปในไทยมแตะ 5,000 ล้านบาท แม้เผชิญ COVID-19

จากวิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้ธุรกิจของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่โชคดีที่ลูกค้าโครงการใหญ่ๆมีสัญญาซื้อขายรายปีหลายๆ ส่วนงานจึงยังคงสั่งซื้อเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้สำหรับช่างมืออาชีพตามสัญญาในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ.2563 แต่ในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะมีการชะลอตัวบ้าง ตามการเติบโตของทิศทางของอุตสาหกรรมในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนที่เป็นคู่ค้าของประเทศไทย อย่างไรก็ตามยังมั่นใจว่าในแต่ละปีตลาดเครื่องมือทั่วไปในประเทศไทยจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ในส่วนยอดขายรวมทั้งหมดของแสงชัยกรุ๊ป