อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศร่วมทุน ครีท กรุ๊ป จากญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัว “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ”


อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศร่วมทุนกับครีท กรุ๊ป (Creed Group) พันธมิตรใหม่จากญี่ปุ่น เสริมศักยภาพธุรกิจ พร้อมนำร่องพัฒนาโครงการแฟล็กชิพ “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ” มูลค่า 2,400 ล้านบาท คอนโดมิเนียมไฮไรส์ บนทำเลทองแห่งใหม่ย่านตลาดพลู ชูจุดขายติดรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีตลาดพลู ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ใกล้ CBDs รองรับการขยายตัวของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว เจาะกลุ่มมิลเลนเนียลและนักธุรกิจรุ่นใหม่

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศร่วมทุน ครีท กรุ๊ป จากญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัว “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ”

ชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าไปตามยุทธศาสตร์หลักที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาโครงการบนที่ดินทำเลดี ใจกลางเมือง และไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาทั้งโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ ‘อัลติจูด สามย่าน-สีลม’, อัลติจูด ดีไฟน์,อัลติจูด Zมโฟนี, แบรนด์บ้านซูเปอร์ลักชัวรี่ ‘อัลติจูด มาสเตอรี’ และ ‘อัลติจูด พรูฟ’ แบรนด์โฮมออฟฟิศระดับพรีเมี่ยม รวมทั้งแผนการขยายงานในอนาคตจะยังคงยึดในแนวทางนี้เป็นหลัก โดยอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในวงการอสังหาริมทรัพย์ในเวทีระดับโลก”

ล่าสุดบริษัทฯ ได้ร่วมทุน (Joint Venture Agreement) กับ ครีท กรุ๊ป (Creed Group) ซึ่งมีประสบการณ์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จากญี่ปุ่น และพัฒนาผลงานที่เติบโตอย่างมากตั้งแต่ปีพ.ศ.2555 เป็นต้นมาทั้งในญี่ปุ่น และภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย สปป.ลาว และบังคลาเทศ ซึ่งมีมูลค่าการพัฒนาโครงการรวม (GDV) แล้วกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้ง ยังมีแนวทางขยายการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยเป็นตลาดเป้าหมายที่สำคัญ

ชยพล หรรรุ่งโรจน์ และขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย สองผู้บริหารจากอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์
ชยพล หรรรุ่งโรจน์ และขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย สองผู้บริหารจากอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์

“ความพิเศษของครีท กรุ๊ป คือ ในช่วง 7-8 ปึที่ผ่านมา ครีท กรุ๊ป ตั้งเป้าลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจพลวัตรของตลาดในภูมิภาคนี้ดีมาก อีกทั้งยังมีเป้าหมายหลักที่จะเติบโตในภูมิภาคนี้ สามารถเป็น Strategy Partner ที่เติบโตและเดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อผลักดันรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต” ชยพล กล่าว

โครงการ อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ จะเปิด Pre-sale 21 กรกฎาคมนี้ คาดว่าจะมียอดขายมากกว่า 70% ในปีนี้ โดยมี Partner คือ ครีท กรุ๊ปซึ่งมี Connection ในจีน ช่วยทำการตลาดในรูปแบบที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันในลักษณะ First Come First Serve ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาซื้อและจับจองเป็นของได้

“จะเห็นได้ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกกับปลายปีที่ผ่านมา ถือว่าหนักมากแล้ว คาดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์ใดหนักไปกว่านี้อีกแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่จะโครงการฯ จะขายได้ ทุกอย่างวัดที่ตัวผลิตภัณฑ์ว่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ามากน้อยเพียงใด สำหรับอัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ มี่งตอบโจทย์ Gen Y ให้สามารถอยู่แล้ว สามารถลดค่าใช้จ่ายได้” ชยพล กล่าว

โตชิฮิโกะ มูเนโยชิ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ครีท กรุ๊ป กล่าวว่า ครีท กรุ๊ป เป็นบริษัทลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มากประสบการณ์ในญี่ปุ่น โดยบริษัทมีทั้งโครงการที่เป็นการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์, การพัฒนาโครงการ, การบริหารจัดการ และการจัดการสินทรัพย์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2539โดยครีท กรุ๊ป ได้มีการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตออย่างเช่น มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, เมียนมา, อินโดนีเซีย, สปป.ลาว และ บังคลาเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ทั้งนี้บริษัทฯ มีความสนใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นร่วมลงทุนกับบริษัทผู้นำในตลาดนั้น ๆ

การตัดสินใจร่วมลงทุนในไทยในครั้งนี้ เป็นเพราะไทยมีการเติบโตด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากระดับหนึ่งเป็นตลาดสำคัญของภูมิภาค เมื่อพบอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เชื่อมั่นในความก้าวหน้าและแนวทางการพัฒนาธุรกิจ จึงตัดสินใจร่วมลงทุนพัฒนาโครงการกับอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยจัดตั้งบริษัทร่วมทุนคือ บริษัท อัลติจูด ครีท ตลาดพลู จำกัด โดยอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ถือหุ้น 51% และ ครีท กรุ๊ป ถือหุ้น 49% นำร่องพัฒนาโครงการแรกคือ โครงการ “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ” นับเป็นโปรดักส์ไฮไลท์ที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และสอดรับกับการขยายตัวของเมืองกับเส้นทางรถไฟฟ้า อีกทั้งจากศักยภาพของทำเลที่ตั้งโครงการ ทำให้การแข่งขันในโซนนี้เริ่มคึกคักมาก

อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ

สำหรับโครงการ “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ” มีมูลค่าโครงการ 2,400 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมไฮไรส์ สูง 34 ชั้น ตั้งบนที่ดินกว่า 2 ไร่ อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ตลาดพลู มีจำนวน 711 ยูนิต ขนาดห้องมี 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ One Bedroom เนื้อที่ 23.64 – 34.56 ตร.ม., One Bedroom Plus เนื้อที่ 36.98 – 45.18 ตร.ม. Loft One Plus One Bedroom เนื้อที่ 39.08 – 69.28 ตร.ม. ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท – 4.8 ล้านบาท เฉลี่ยตรม.ละ 1 แสนบาท พร้อมเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง สามารถเข้าอยู่ได้ทันที มีระบบ i Smart และ Home Automation สามารถสั่งปิด-เปิดไฟผ่านมือถือ เริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3 ปีพ.ศ. 2562 โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2564 ทั้งนี้จะมีการทำ Sky Walk จากรถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลูมายังหน้าคอนโดมิเนียม ก่อนโครงการเสร็จเล็กน้อยราวกลางปีพ.ศ.2564

ขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า โครงการอัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ นับเป็นคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพตลาดพลู ย่านนิว ซีบีดีแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และเป็นโครงการแฟล็กชิพอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่จะมาสร้างมุมมองใหม่และวิถีชีวิตที่แตกต่างให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ CBDs อาทิ สยาม สีลม สาทร เป็นย่านของอร่อยชื่อดัง และแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น

“ด้วยแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยของบริษัทฯ ที่มุ่งตอบโจทย์กลุ่มคนยุคมิลเลนเนียล ในเซ็กเมนต์ระดับ Medium Class ในทำเลศักยภาพตามโครงข่ายคมนาคม โครงการ อัลติจูด ยูนิคอร์นฯ ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบายในการเดินทาง โอกาสการเติบโตที่มากขึ้นในอนาคตในด้านมูลค่าการลงทุนจากการขยายตัวของเมืองตามแนวรถไฟฟ้า โดยอยู่ติดกับสถานี BTS ตลาดพลู สายสีเขียว (สายสีลม) ใช้เวลาเดินเพียง 4 สถานีถึงสาทร ความโดดเด่นของทำเลตลาดพลูที่มากไปกว่านั้น คือเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทาง มีการเชื่อมต่อการเดินทางที่หลากหลายสู่ศูนย์กลางธุรกิจ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และยังมีสถานีรถไฟฟ้า อีกทั้งไม่ไกลจากพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจสีลมและสยามมากนัก”

อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ

ขวัญชัย กล่าวว่า ในส่วนของการออกแบบโครงการฯ บริษัทฯ ได้ออกแบบให้เป็น Beyond Expect Condo โดยเน้นความทันสมัยพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอันโดดเด่น และให้ความสำคัญในเรื่อง co-creation เหมาะสำหรับกลุ่มมิลเลนเนียล สตาร์ทอัพ นักธุรกิจรุ่นใหม่อายุ 25- 35 ปี ที่ต้องการประสบความสำเร็จในทั้งชีวิตส่วนตัวและธุรกิจตามที่ตนเองต้องการ ประกอบด้วย พื้นที่ส่วนกลาง (Hard Facility) Intimate Lobby, Reception & Service Bar Co-Working Space ขนาดใหญ่ และ Co-Creation Kitchen ห้องครัวส่วนกลางที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัย Fitness Center ครบครันด้วยอุปกรณ์ออกกําลังกายที่ท้าทายทุกการเอาชนะใจตัวเอง อาทิ การปีนหน้าผาจําลอง เผาผลาญไขมัน หรือจะดําดิ่งแหวกว่ายกับสระว่ายนํ้าที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ พร้อม Hydro Therapy ที่ช่วยบําบัดฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากการทํางาน Mini Theater โรงหนังสุดหรูที่มอบความเป็นส่วนตัวและอรรถรสในการชมภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอารมณ์

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Reception & Service Bar ออกแบบตกแต่งร้านโดยฟาลาเบลล่า (Fallabella) ร้านอาหารกึ่งผับชื่อดัง ให้เป็นที่นัดพบและลิ้มรสกาแฟด้วยรูปแบบ Coffee Corner ในตอนกลางวัน แล้วเปลี่ยนเป็นบาร์ยามค่ำคืน รวมทั้งออกแบบชั้น 34 ให้เป็นสวนดาดฟ้าที่ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยเส้นสายที่มอบความเงียบสงบ และผ่อนคลาย พร้อมด้วย Jogging Track ลู่วิ่งลอยฟ้าที่ให้วิ่งออกกําลัง หรือเดินเล่นสูดอากาศกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างเต็มปอด โดยคิคค่าใช้จ่ายส่วนกลาง 45 บาท/ตรม.