อรูบ้า (Aruba) โชว์ความสามารถ AWS Transit Gateway Connect เปลี่ยนการเชื่อมต่อเครือข่ายจากสาขาธุรกิจไปยัง AWS โดยอัตโนมัติ


อรูบ้า (Aruba) โชว์ความสามารถ AWS Transit Gateway Connect เปลี่ยนการเชื่อมต่อเครือข่ายจากสาขาธุรกิจไปยัง AWS โดยอัตโนมัติ

กรุงเทพฯ –   11 ธันวาคม พ.ศ. 2563 : ในงาน AWS re:Invent 2020  อรูบ้า (Aruba) บริษัทในเครือฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE)  เปิดตัวความสามารถใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม SD-WAN ซึ่งประกอบด้วย Aruba SD-Branch และโซลูชัน Silver Peak Unity EdgeConnect™ ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยความสามารถดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำการตรวจสอบ, บริหารจัดการ และเชื่อมต่อสาขาไปยัง Amazon Web Services (AWS) ได้โดยอัตโนมัติจากศูนย์กลาง การผสานรวมผลิตภัณฑ์กลุ่ม Aruba SD-WAN เข้ากับความสามารถใหม่อย่าง AWS Transit Gateway Connect นี้จะช่วยให้การดูแลรักษาและบริหารจัดการเครือข่ายง่ายดายขึ้นเป็นอย่างมาก และช่วยให้ลูกค้าสามารถกำหนดคุณภาพของการให้บริการและนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างทั่วถึงไปยังสาขาของบริษัทเมื่อเชื่อมต่อไปยัง Amazon Virtual Private Clouds (Amazon VPCs) โดยผู้ใช้งานที่สาขาจะได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ และประสบการณ์การใช้งานด้วยคุณภาพระดับสูง

เมื่อองค์กรธุรกิจกำลังมองหาวิธีการที่จะปรับปรุงระบบเครือข่ายให้ทันสมัยขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของการมีออฟฟิศทำงานที่กระจายอยู่หลายแห่ง และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์พกพาและ Internet of Things (IoT) ธุรกิจเหล่านี้ย่อมต้องการแนวทางที่ง่ายดายที่จะติดตั้งใช้งาน, บริหารจัดการ และตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่ายที่สาขาซึ่งกระจัดกระจายอยู่หลายพื้นที่เพื่อให้มั่นใจถึงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย, การปฏิบัติตามข้อบังคับ และการให้บริการแอปพลิเคชันแก่ผู้งานได้

บริการ AWS Transit Gateway Connect ที่เปิดตัวมาใหม่นี้จะทำให้การผสานรวมระบบร่วมกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Aruba SD-WAN นั้นใกล้ชิดและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถติดตั้งใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการลง และพร้อมที่จะเข้าถึงข้อมูลชี้วัดเชิงประสิทธิภาพและข้อมูลการใช้งานเครือข่ายได้ดีขึ้น

“การบริหารจัดการการเชื่อมต่อไปยัง AWS องค์กรธุรกิจ มีทางเลือกที่หลากหลายและสามารถสร้างสมดุลให้กับความต้องการของตนเองได้ตามประเภทของแอปพลิเคชันที่ใช้งานและสถานที่ที่ผู้ใช้งานอยู่  การประกาศถึงการผสานระบบระหว่าง Aruba และ AWS Transit Gateway Connect ในวันนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกับกับทีม Aruba อย่างต่อเนื่องของเราเพื่อทำให้การทำงานด้านไอทีเป็นระบบมากขึ้นและทำให้ลูกค้าที่มีร่วมกันของเรานั้นสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างธุรกิจให้เติบโตและการทำ Digital Transformation ได้ท่ามกลางยุคสมัยคลาวด์”  Mayumi Hiramatsu รองประธานฝ่าย Amazon EC2 Networking  ของ Amazon Web Services, Inc. กล่าว

ประโยชน์ของการผสานระบบระหว่าง Aruba และ AWS Transit Gateway  ทำให้เกิดความเร็ว ความมั่นคงปลอดภัย และความง่ายดาย โดยความสามารถใหม่ใน AWS Transit Gateway Connect นั้นจะสามารถสร้างประโยชน์ได้หลากหลายประการ ได้แก่:

  • ทำให้ฝ่ายไอทีมีผลงานที่มากขึ้นโดยทำงานน้อยลง เนื่องจาก AWS Transit Gateway Connect ที่เปิดตัวมาใหม่นี้จะช่วยให้การเชื่อมต่อไปยังสาขาเป็นไปได้แบบอัตโนมัติ ด้วยการเชื่อมต่อแต่ละสาขาเข้ากับ AWS Transit Gateway ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้แบบอัตโนมัติ ทำให้ทีมไอทีไม่จำเป็นต้องทำการตั้งค่า Routing ด้วยตนเองสำหรับแต่ละ VPC ละสามารถบริหารจัดการทราฟฟิกและขั้นตอนการทำงานได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้งานนั้นสัมผัสได้ว่าประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานของแอปพลิเคชันนั้นสูงขึ้น และท้ายที่สุดก็ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย
  • เชื่อมต่อแบบ Branch-to-Cloud ได้แบบอัตโนมัติสำหรับระบบขนาดใหญ่ ความสามารถ, การทำงานแบบอัตโนมัติ และการจัดการแบบรวมศูนย์ของระบบ SD-WAN ระดับองค์กรนั้นได้ส่งมอบประสบการณ์ในการดูแลรักษาระบบที่เชื่อมต่อระหว่าง VPC ในรูปแบบเดียวกันเมื่อใช้ AWS Transit Gateway เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ ทำให้ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการทำงานลงได้ นอกจากนี้ AWS Transit Gateway ก็ยังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมผสานระหว่าง Cloud-to-Cloud ภายในระบบเครือข่ายทั่วโลกของ AWS เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Amazon VPC หลายแห่งใน AWS Region ที่หลากหลาย และทำให้การเชื่อมต่อสำหรับแต่ละสาขานั้นมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
  • ลดเวลาที่ใช้ในการติดตั้งระบบเครือข่ายที่สาขาด้วยขั้นตอนการทำงานที่ครบวงจรและการตรวจสอบขั้นสูง ระบบ Virtual Appliance ของ Aruba Virtual Gateways และ Silver Peak Unity EdgeConnect ร่วมกับระบบบริหารจัดการ SD-WAN แบบรวมศูนย์นั้นทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อม SD-WAN Fabric ที่มีอยู่เข้ากับ AWS ได้อย่างง่ายดาย

Verisk Analytics, Inc. ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมประกัน,  พลังงาน และการเงินทั่วโลก เป็นตัวอย่างหนึ่งของบริษัทนวัตกรรมที่มีวิสัยทัศน์แบบ All-Cloud โดย Verisk ได้วางสถาปัตยกรรมของระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรของตนให้มีการใช้แนวทาง Cloud-Native เพื่อส่งมอบประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่ไร้รอยต่อและทันสมัยให้กับพนักงานและลูกค้าของตนเอง โดยใช้โซลูชัน Aruba SD-WAN ร่วมกับ AWS Transit Gateway ทำให้ Verisk สามารถควบรวมเทคโนโลยีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายให้อยู่รวมกันให้ระบบ SD-WAN เดียวที่ทำงานร่วมกันได้แบบอัตโนมัติ และย้ายระบบแอปพลิเคชันและระบบงานทั้งหมดขึ้นสู่ AWS ส่งผลให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ สามารถตรวจสอบระบบเครือข่ายได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น และยังทำให้ Verisk สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้มหาศาลจากการลดขนาดของศูนย์ข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ลงได้

“ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของเราต้องถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจของเรา และการย้ายไปสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบคลาวด์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในทิศทางที่ถูกต้อง  การเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้ มีช่องทางสำรอง และการบริหารจัดการจากศูนย์กลางได้สำหรับ Gateway, Switch และ Access Point ทั้งหมดพร้อมความสามารถในการติดตั้งอุปกรณ์ที่สาขาของบริษัทได้นี้ล้วนเป็นประโยชน์จากการผสานโซลูชันระหว่าง AWS และ Aruba เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับความสามารถในการผสานรวมระบบล่าสุดที่รวมเทคโนโลยีของ Aruba เข้ากับความสามารถใหม่อย่าง AWS Transit Gateway Connect และเรารู้สึกว่าสิ่งนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้การติดตั้งและบริหารจัดการระบบเครือข่ายของเราและการเชื่อมต่อสาขาของเราเข้ากับ AWS ให้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นไปอีก”   Sophie Twu ผู้จัดการด้านระบบวิศวกรรมเครือข่ายของ Verisk กล่าว

การเข้าซื้อกิจการของ Silver Peak ในช่วงก่อนหน้าของปีนี้  ทำให้ลูกค้าของเราที่กำลังมองหาหนทางในการก้าวไปสู่สถาปัตยกรรม Cloud-First และผู้ที่กำลังทำสิ่งเดียวกันนี้อยู่มีอีกทางเลือกหนึ่ง โดยระบบ Silver Peak Unity EdgeConnect SD-WAN Edge Platform ก็สามารถทงานร่วมกับ AWS Transit Gateway Network Manager ได้ ทำให้ผู้บริหารจัดการเครือข่ายสามารถสร้างหน้าจอกลางที่รวมเอาข้อมูลจากทุกสาขาและทุกการเชื่อมต่อระหว่าง AWS และบริษัทของตนเองเข้าไว้ด้วยกันได้ ทำให้สามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเครือข่าย, เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และข้อมูลชี้วัดเชิงการทำงานได้ และนำไปสู่การส่งมอบคุณภาพเชิงประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งาน

“องค์กรธุรกิจที่ทันสมัยในทุกวันนี้ต้องการความเร็ว ความยืดหยุ่น และความง่ายดายในการเพิ่มขยายระบบเพื่อปรับตัวให้เข้ากับความต้องการทางธุรกจได้อย่างรวดเร็ว และในหลายครั้งคลาวด์ก็คือคำตอบ  ทั้งนี้ Aruba ยังคงร่วมมือกับ AWS อย่างต่อเนื่อง และด้วย Silver Peak ที่เข้ามาเสริมในตอนนี้ ก็ทำให้มีโอกาสอย่างมหาศาลสำหรับลูกค้าของ AWS ที่ต้องการใช้พลังของคลาวด์อย่างเต็มที่ ในขณะที่ยังคงมั่นใจได้ในการเชื่อมต่อจากสาขาที่มีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัย โดยไม่ต้องเผชิญกับความซับซ้อนที่เดิมทีนั้นเคยเจอในการใช้งานและบริหารจัดการกับ VPC ที่กระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง”    Alan Weckel ผู้ก่อตั้งและหัวหน้านักวิเคราะห์แห่ง 650 Group กล่าว