7-ELEVEN JAPAN ใช้โซลูชั่นฟูจิตสึปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้าแบบเรียลไทม์ให้ร้านค้ากว่า 20,000 แห่ง


7-ELEVEN JAPAN ใช้โซลูชั่นฟูจิตสึปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้าแบบเรียลไทม์ให้ร้านค้ากว่า 20,000 แห่ง

ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกอย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น ได้ปรับปรุงระบบการจัดการเพื่อให้มั่นใจว่าการส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังร้านค้าแฟรนไชส์จะปลอดภัยและตรงต่อเวลา ด้วยการจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในการกระจายสินค้าอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากมาย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง ลดรอยเท้านิเวศ หรือการวัดผลกระทบของกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ (Ecological Footprint) ช่วยให้การดำเนินงานคล่องตัวและเพิ่มความสามารถในการตอบสนองในยามวิกฤต

Hiroyuki Harajima ผู้จัดการทั่วไป เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ภายใต้สโลแกน “ใกล้และสะดวก” ผังของร้านค้าจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และต้องมีการเปลี่ยนแปลงการกระจายสินค้า ซึ่งหมายความว่าระบบต้องเปลี่ยนตามไปด้วย

“เราคาดหวังว่าฟูจิตสึจะปรับระบบให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และเราพร้อมที่จะรับทุกคำแนะนำในการสร้างโซลูชั่นที่ทำงานดีที่สุด” Harajima กล่าว

การกระจายสินค้าที่ปลอดภัยและตรงต่อเวลาไปยังกว่า 20,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ในเดือนมกราคม 2561 ส่งผลให้เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นผู้ค้าปลีกรายแรกในประเทศญี่ปุ่นที่มีร้านค้าปลีกในเครือข่ายกว่า 20,000 ร้าน ด้วยวัตถุประสงค์หลักของเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มุ่งให้บริการสินค้าและปรับปรุงการบริการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่น ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นร้านค้าที่ “ใกล้และสะดวก” และขาดไม่ได้ของชุมชนเพื่อรักษารสชาติและคุณภาพของสินค้าแต่ละชนิด บริษัทฯ จึงมีศูนย์กระจายสินค้าสำหรับอาหาร 4 หมวดที่ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน เช่น แช่เย็น อุ่น แช่แข็ง และอุณหภูมิห้อง และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับร้านค้าตั้งที่อยู่เป็นกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะอยู่ภายใต้ศูนย์กระจายสินค้าเดียวกันเพื่อกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ในกลุ่ม ศูนย์กระจายสินค้าแบบนี้เป็นพันธมิตรคู่ค้า มีทั้งหมด 156 แห่งในญี่ปุ่น (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561) มีรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่ง 5,900 คัน และมีพนักงานขับรถที่คอยส่งสินค้าไปยังแต่ละร้านค้าทุกวันประมาณ 13,000 คน

“ภารกิจของเราคือการส่งมอบสินค้าที่ปลอดภัยและขนส่งอย่างปลอดภัยไปยังร้านค้าแฟรนไชส์ของเรา เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น จึงเริ่มใช้อุปกรณ์และระบบการจัดการจากภายในรถยนต์นับตั้งแต่เริ่ม” Harajima กล่าว

Harajima กล่าวถึงความจำเป็นในการใช้ระบบการจัดการว่า เนื่องจากบริษัทฯ ของเราพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามข้อผูกพันด้านการค้าของเรา พนักงานของเรา 1คนอาจดูแลจัดการได้ถึง 2,000 ร้านค้า ทั้งนี้ขึ้นกับความสามารถส่วนตัวของพนักงานด้วย แต่การทำงานในลักษณะนี้อาจไม่ใช่สำหรับ 20,000 ร้านค้า

“เพื่อให้บริการในระดับเดียวกันในหมู่ร้านค้าแฟรนไชส์ทั้งหมด เราต้องใช้กลไกที่เหมาะสม นี่คือเหตุผลที่เราใช้ระบบเพื่อบริหารงานโลจิสติกส์และเพื่อให้มีการซัพพลายและกระจายสินค้าที่ลงตัว” Harajima กล่าว

7-ELEVEN JAPAN ใช้โซลูชั่นฟูจิตสึปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้าแบบเรียลไทม์ให้ร้านค้ากว่า 20,000 แห่ง

นำระบบการจัดการของฟูจิตสึปรับปรุงคุณภาพด้านโลจิสติกส์

Harajima กล่าวถึงเหตุผลในการปรับปรุงคุณภาพของการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของเซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่นว่า ประการแรก เราต้องจัดการกับอุณหภูมิและการสั่นสะเทือน พูดง่าย ๆ คือ เราต้องลดความเสียหายของสต็อกสินค้า และประการที่สอง เพื่อติดตั้งระบบงานด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ หากสินค้าใดที่ต้องขนส่งไปยังร้านค้าหลายแห่ง เท่ากับเพิ่มโอกาสของความเสียหายและมีค่าใช้จ่าย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้การดำเนินงานด้านโลจิสติกส์เป็นเรื่องง่าย

ทั้งนี้เซเว่น-อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น เริ่มติดตั้งระบบงานเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบในปี พ.ศ. 2555โซลูชั่นใหม่ที่นำเสนอโดยฟูจิตสึถูกนำไปใช้ที่ศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งเป็นพันธมิตรคู่ค้าแต่ละแห่ง

ระบบใหม่นี้ใช้ DTS-D1D ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายในยานพาหนะ พร้อมตัวบันทึกขับขี่ประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานแบบเรียลไทม์ ระบบยังใช้เครือข่ายบนระบบคลาวด์ ซึ่งจะให้สถานะแบบเรียลไทม์ และทำให้การดำเนินงานด้านโลจิสติกส์มีคุณภาพที่ดีขึ้น

Akira Hanafusa ผู้จัดการอาหารแช่แข็งที่ทำจากข้าว HI-LINE Co., Ltd. ซึ่งเป็นศูนย์จัดส่งพันธมิตรที่เนยากาวา ให้บริการกระจายสินค้าสำหรับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ประมาณ 7,000 แห่งจากฮิโรชิมาทางตะวันตกของญี่ปุ่นไปยังคานางาวะและโตเกียวอยู่ซึ่งทางทิศตะวันออก กล่าวถึงข้อดีของระบบใหม่ว่า ในอดีต เราสามารถระบุตำแหน่งของรถขนส่งผ่านการติดต่อทางวิทยุเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผู้ขับขี่หลงทางและโทรศัพท์หาเราเพื่อขอทิศทาง จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะบอกทางแก่เขา แต่ด้วยระบบในปัจจุบันเราสามารถระบุตำแหน่งพิกัดของคนขับได้ใกล้เคียงเวลาจริง และในตอนนี้เราสามารถทราบถึงอุณหภูมิของช่องแช่แข็งในรถขนส่งซึ่งอยู่ห่างไกลจากสำนักงานของเราได้อย่างแม่นยำอีกด้วย” Hanafusa กล่าว

Toshio Hagane รองผู้จัดการศูนย์จัดส่งสินค้าของ HI-LINE ซึ่งเป็นพันธมิตรคู่ค้าที่เนยากาวา ชื่นชมระบบใหม่ที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับคนขับรถขนส่ง

“ในอดีตเราต้องใส่การ์ดหน่วยความจำเข้าไปในอุปกรณ์ในรถยนต์ และทันทีที่คนขับกลับไปที่ศูนย์ พวกเขาจะถอดการ์ดหน่วยความจำและพิมพ์รายงานการขับขี่ของเขาที่สำนักงานขณะที่ระบบใหม่นี้ พวกเขาไม่ต้องรอพิมพ์รายงานอีกต่อไป จึงเป็นที่ยอมรับจากพนักงานขับรถขนส่งเป็นอย่างดี” Hagane กล่าว

การรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้อยู่อาศัยและการดูแลสิ่งแวดล้อมในฐานะที่เป็น 1 ใน 7 องค์กรค้าปลีกที่ได้รับเลือกเป็นองค์กรสาธารณะภายใต้บัญญัติการรับมือภัยพิบัติ ประเทศญี่ปุ่น เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น มีบทบาทสำคัญในสถานการณ์ภัยพิบัติและการฟื้นฟูสถานการณ์ ร่วมกับร้านค้า

Seven & i Holdings และ Ito Yokado ระบบการจัดการในปัจจุบันมีความสามารถแชร์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านระบบคลาวด์ ระหว่าง เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น และบริษัทที่บริหารจัดการศูนย์จัดส่งสินค้า ดังนั้นระบบนี้จึงเป็นประโยชน์สำหรับการปรึกษาและตัดสินใจอย่างรวดเร็วระหว่างเกิดเหตุฉุกเฉิน แท้จริงแล้วระบบนี้มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์เมื่อพายุหิมะตกหนักในท้องที่โฮกุริคุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ทำให้การขนส่งและการกระจายสินค้าต้องหยุดชะงัก

ในเรื่องนี้ Harajima กล่าวว่า แม้จะมีหิมะตกหนัก แต่เซเว่น อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังสามารถสื่อสารระหว่างสำนักงานใหญ่ ศูนย์จัดส่งสินค้า และพนักงานขับรถ ทำให้เราเป็นบริษัทฯ เดียวที่สามารถส่งมอบสินค้าไปยังร้านค้าส่วนใหญ่ของเราได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ยกเว้นในกรณีที่มีปัญหาการจราจรทำให้เราไม่สามารถเดินทางได้ เราสามารถที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องได้เช่นนี้เพราะการจัดการแบบเรียลไทม์ ผู้คนเคยนึกถึงร้านสะดวกซื้อว่าเป็นร้านค้าพื้นฐานที่เป็นวิถีชีวิต แต่ทุกวันนี้ร้านเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตไปแล้ว และสามารถพูดได้ว่าระบบการจัดการบนคลาวด์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบบการจัดการของฟูจิตสึ นอกจากจะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

“เนื่องจากเรามีรถขนส่งในญี่ปุ่นประมาณ 5,900 คัน เราจึงให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับปัญหาสิ่งแวดล้อม การเพิ่มความคล่องตัวในการบรรจุสินค้าใส่รถยนต์ จัดกลุ่มร้านค้าที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน และการดำเนินงานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเรานำไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง ซึ่งสอดคล้องกับสโลแกนของเราที่ว่า “ใกล้และสะดวก” เราเปลี่ยนแปลงพื้นที่ขายในร้านค้าเป็นประจำทุกวัน และเราปรับเปลี่ยนวิธีการกระจายสินค้าของเราด้วย ซึ่งหมายความว่า ระบบก็ต้องเปลี่ยนให้ทัน เราเชื่อมั่นในฟูจิตสึว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนระบบไปตามความก้าวหน้าเหล่านี้และหวังว่าจะได้ข้อเสนอสำหรับการจัดหาโซลูชั่นที่ดีที่สุดในอนาคต” Harajima กล่าวสรุป