ทาดาโน จับมือ อิตัลไทย จัดตั้งบริษัทร่วมทุนมุ่งให้บริการเครนครบวงจร รองรับเมกะโปรเจ็กต์ในไทยและ CLMV


ทาดาโน จับมือ อิตัลไทย จัดตั้งบริษัทร่วมทุนมุ่งให้บริการเครนครบวงจร รองรับเมกะโปรเจ็กต์ในไทยและ CLMV

กลุ่มทาดาโน ผู้ผลิตและจำหน่ายเครนรายใหญ่ของโลกจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทอิตัลไทย ร่วมลงนามยกระดับความร่วมมือ (MOU) การทำธุรกิจเครนในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV โดยมอบหมายให้ “บริษัท ทาดาโน อิตัลไทย จำกัด” ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง กลุ่มบริษัททาดาโน และ บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายเครนรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ รองรับธุรกิจและเมกะโปรเจ็กต์อย่างครบวงจร

โคอิจิ ทาดาโน

โคอิจิ ทาดาโน ประธานบริหารสูงสุดทาดาโนประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า การลงนามยกระดับความร่วมมือกับทางกลุ่มอิตัลไทยครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือของ “ทาดาโน” กับ “อิตัลไทยอุตสาหกรรม” หลังดำเนินธุรกิจร่วมกันมากว่า 30 ปี และได้มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน “ทาดาโน อิตัลไทย” ในปีพ.ศ.2560 เพื่อเป็นเรือธงสำคัญในการทำตลาดประเทศไทยและประเทศลาว จนประสบความสำเร็จทั้งในแง่ยอดขายที่สามารถสร้างยอดขายรวมทั้งหมดปีละประมาณ 700 ล้านบาท และสร้างยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความมั่นใจของลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ที่ต่างยอมรับในประสิทธิภาพของเครนและอุปกรณ์ของทาดาโนที่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น เยอรมนีและประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างใหญ่ๆ นอกจากนี้ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยมีความแข็งแกร่งและมุ่งมั่นทำตลาดมองหาโอกาสและคู่ธุรกิจใหม่ๆจากภาครัฐและเอกชนในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( EEC) สร้างยอดขายให้บริษัทครองอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อไป

ยุทธชัย จรณะจิตต์

ด้าน ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด (ITI) กล่าวว่า การจัดตั้ง บริษัทร่วมทุน “ทาดาโน อิตัลไทย” ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของอิตัลไทยอุตสาหกรรม ที่จะมุ่งเน้นการเป็น Joint Venture Partner ร่วมกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วส่งผลให้ต้องปรับแนวทางธุรกิจ จากเดิมที่เป็นยุคต่างคนต่างโต มาเป็นยุคแห่งการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาผนึกร่วมเพื่อสร้างเครือข่ายให้เติบโตไปพร้อมกัน จากความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งผลให้ “ทาดาโน อิตัลไทย” กลายเป็น One Stop Service ด้านเครนแบบครบวงจร ที่มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการและตอบโจทย์ลูกค้าได้หลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งด้านงานขาย บริการหลังการขาย ฝึกอบรมการขับและงานซ่อมบำรุง

สำหรับยอดขายในปี พ.ศ.2563 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งในประเทศไทยและประเทศลาวประมาณ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตใกล้เคียงกับปีพ.ศ.2561 ที่ผ่านมา