“ZORT” นำแพลตฟอร์มบริการจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะช่วย “AUTOBOT” ลดต้นทุน – สร้างโอกาสทางธุรกิจ


บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด (ZORT) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการออเดอร์และสต๊อกครบวงจร (Seller Management Platform) จับมือ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ AUTOBOT แบรนด์ดูดฝุ่นสัญชาติไทยนำเสนอการใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการบริการจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซอัจฉริยะ ทั้งการรับออเดอร์และจัดการบริหารสต๊อกสินค้าสัญชาติไทย เพื่อช่วยตอบโจทย์ ลดต้นทุนและสร้างโอกาสการเติบโตให้แก่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบรนด์คนไทยสู้แบรนด์ต่างชาติในยุคดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงมากขึ้น

พาสูง ส่งศักดิ์สกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด (ZORT) กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 7 ปี โดยให้บริการระบบจัดการร้านค้าหรือระบบหลังบ้านออนไลน์ ที่จะช่วยให้ลูกค้าจัดการกับคำสั่งซื้อได้ง่ายๆ สามารถเชื่อมต่อได้กับทุกแพลตฟอร์ม Marketplace ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee หรือ JD Central รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยนำเสนอฟังก์ชันต่างๆ มากมายที่ครอบคลุมความต้องการสำหรับผู้จำหน่ายสินค้า เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ทำธุรกิจสามารถบริหารจัดการร้านค้าด้วยตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซในยุคดิจิทัล ที่มีการเปิดจำหน่ายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบหลังบ้านเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซสามารถเช็คจำนวนสินค้า ดูสต๊อกสินค้า รวมไปถึงรายงาน และการทำบัญชี เพื่อลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาด และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงานได้อีกด้วย 

    ตลอดการดำเนินธุรกิจมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้วประมาณ 4,500 คน และในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ.2565 ลูกค้าให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการแพลตฟอร์มของทางบริษัทฯ มากขึ้นตามลำดับ เนื่องจากแพลตฟอร์มของบริษัทฯ สะดวก และง่ายต่อการใช้งานสำหรับกลุ่มลุกค้าในทุกๆ กลุ่มธุรกิจ ค่าบริการไม่แพงโดยคิดตามรูปแบบความต้องการของลูกค้าในหลักตั้งแต่ 3,000-5,000 บาท แต่หากลูกค้ามีความต้องการใช้งานที่หลากหลายขึ้นราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามการใช้งานในระดับหลักหมื่นขึ้นไป เป็นต้น ทั้งนี้คาดว่าในปีพ.ศ.2565 นี้จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการสูงถึง 6,000 คน

   พาสูง กล่าวว่า สำหรับลูกค้าของบริษัทฯ แบ่งเป็นผู้ค้าออนไลน์รายย่อย 50% ลูกค้าองค์กร 50% โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่ใช้บริการ บริษัทฯ ยังคงใช้บริการอยู่ต่อเนื่อง เช่น บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ AUTOBOT แบรนด์ดูดฝุ่นสัญชาติไทย ที่เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มที่เติบโตมาด้วยกันกับ ZORT ใช้บริการต่อเนื่องมาถึง 5 ปี ในส่วนงานด้านระบบจัดการออเดอร์ การรวมออเดอร์จากทุกช่องทางการขายมาไว้ในที่เดียว สามารถติดตามสถานะการสั่งซื้อได้ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีตกหล่น ระบบจัดการคลังสินค้าสามารถอัปเดตสต๊อกสินค้าอัตโนมัติได้แบบเรียลไทม์ ไปยังทุกหน้าร้านทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญมากสำหรับการขายสินค้าผ่านออนไลน์ เนื่องจากการอัปเดตสินค้าแบบเรียลไทม์เป็นการสร้างโอกาสทางการขาย เพราะการให้บริการสินค้าที่ทันใจ ทันความต้องการของลูกค้า คือ หัวใจสำคัญของการขายสินค้าออนไลน์ และยังสามารถดึงข้อมูลสต๊อกสินค้าเป็นไฟล์ Excel ระบบบัญชี (Accounting) จัดการเอกสารบัญชีได้ง่าย ๆ รวมถึงระบบคลังสินค้า

  “ด้วยระบบจัดการออเดอร์ที่พัฒนามาอย่างครอบคลุม สามารถสนับสนุนการทำธุรกิจAUTOBOT ที่เน้นการขายบนช่องทางออนไลน์ 80% ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ AUTOBOT

ก้าวขึ้นสู่แบรนด์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นสัญชาติไทยที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของ Shopee ในปัจจุบัน” พาสูง กล่าว 

ในส่วนของเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยยังอยู่ในทิศทางการเติบโตบวกที่ก้าวกระโดด คาดว่าในช่วงสิ้นปี พ.ศ.2565 นี้ แนวโน้มตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยจะมีมูลค่ามากถึง 3.5 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตอย่างน้อย 30% ทุกปีอย่างต่อเนื่อง  เพราะผู้บริโภคให้ความสนใจสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่เติบโตก้าวกระโดดในทุกๆแพลตฟอร์ม

อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มตลาดที่เติบโตสูงนำมาซึ่งการแข่งขันที่เข้มข้นมีทั้งผู้ประกอบการหน้าใหม่และผู้ประกอบการเดิม เข้ามาทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซจึงจำเป็นต้องปรับตัวมองหาช่องทางและตลาดใหม่ เพื่อต่อยอด ขยายธุรกิจให้เติบโต รองรับความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ

ในส่วนของ ZORT ได้เตรียมแผนการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยทุกระดับ ทั้งขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ให้สามารถแข่งขันในโลกของออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพัฒนาระบบจัดการออเดอร์ และสต๊อกแบบครบวงจร ที่เข้ามาแก้ไขจุดอ่อนทางธุรกิจของการขายของออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในอนาคตให้แข่งขันได้ในทุกๆ  แพลตฟอร์ม 

พาสูง กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาการให้บริการในต่างจังหวัดที่จังหวัดขอนแก่นและอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจะเพิ่มสาขาให้บริการลูกค้าในจังหวัดนนทบุรีในเร็ว ๆนี้ 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต ขณะนี้บริษัทฯ กำลังเตรียมนำบริษัทฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณ 3-5 ปี จากนี้ เพื่อระดมทุนต่อยอดทางธุกิจต่อไป

ธรรมสร มีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 9 ปี โดยเป็นบริษัทผู้นำเข้า และ จัดจำหน่าย เครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัย ที่สามารถใช้ได้ทั้งในบ้าน และ ครัวเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าประเภท หุ่นยนต์ทำความสะอาด 8 รูปแบบ  เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หุ่นยนต์ถูพื้น และสินค้าประเภทเครื่องฟอกอากาศ สามาถทำงานในระบบตั้งเวลา และสั่งงานผ่านระบบไลน์ได้  โดยบริษัทฯได้ใช้บริการแพลตฟอร์มของ ZORT ทำการตลาดช่องทางการขายมาตลอด 5 ปี นับจากปีแรก ๆ ที่โรบอท เมคเกอร์ได้เปิดตัวสินค้าแบรนด์ AUTOBOT บริษัทมีพนักงานเพียง 5 คน ขายสินค้าได้ไม่มากนัก เนื่องจากหลายคนอาจจะมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและราคาค่อนข้างสูงเริ่มต้นประมาณ 3,500 บาท โดยขายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่น เดอะมอลล์และเซ็นทรัล เป็นต้น แต่ปัจจุบันเทรนด์ของการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนไป ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมีความต้องการสินค้าที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าแบรนด์ AUTOBOT มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดปี พ.ศ. 2564 สร้างยอดขายได้ 200 ล้านบาท เติบโต 20% จากปี พ.ศ.2563 ทำให้บริษัทฯ ปรับแผนการดำเนินงานและสร้างพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้มาตรฐานตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในราคาที่ไม่สูงมากนัก อย่างเช่น แพลตฟอร์มของ ZORT ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคนไทยที่ออกแบบมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยขนาดเล็กและขนาดกลางเป็นตัวช่วยควบคุมต้นทุนในการจ้างพนักงานเพื่อขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบสามารถลดขั้นตอนการทำงาน และมีความแม่นยำสูง จึงทำให้บริการสามารถนำทรัพยากรบุคคลที่มีอย่างจำกัดไปเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านอื่นๆ ได้มากมาย 

   นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจบริษัทฯ ได้เปิดรับสมัครพนักงานเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที้มีพนักงานประมาณ 50 คน

ธรรมสร กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าของบริษัทฯได้มีการพัฒนาหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้า ในส่วนราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นตามการใช้งาน แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่แพงมากนัก ประมาณ 3,500-20,000 บาท ตามการใช้งาน โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20 % เนื่องจากมีแบรนด์สินค้าคู่แข่งจากทั้งในและต่างประเทศส่งสินค้าประเภทเดียวกันเข้าสู่ตลาดมากขึ้น 

   ในปีพ.ศ. 2565 บริษัทฯ ตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 30 % หรือเป้ายอดขายประมาณ 250 ล้านบาท

สำหรับแผนการดำเนินงานใน 3-5 ปี บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายสินค้าประเภทหุ่นยนต์ให้มีความหลากหลายขึ้น รองรับกลุ่มลูกค้า เช่น หุ่นยนต์ประเภทสัตว์เลี้ยง แม่และเด็ก หุ่นยนต์ทำอาหารและหุ่นยนต์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการพัฒนาหุ่นยนต์ 

    นอกจากนี้ ในอีก 3 ปี บริษัทฯมีแผนที่จะนำบริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


VEGA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save