NTT ประกาศก้าวสู่การเป็น “Business Avenger” มุ่งสู่เป้าหมายพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนตามนโยบาย UN ในปี 2030


NTT ประกาศก้าวสู่การเป็น “Business Avenger” มุ่งสู่เป้าหมายพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนตามนโยบาย UN ในปี 2030

บริษัท เอ็นทีที จำกัด ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ประกาศก้าวสู่การเป็น “Business Avenger” มุ่งมั่นในการประสานความร่วมมือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้ง 17 ด้าน ในการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับนานาชาติ (Global Goals) ซึ่งจัดทำขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ภายในปี ค.ศ. 2030 โดย เอ็นทีที ได้ร่วมมือกับองค์กรยักษ์ใหญ่อีก 16 บริษัทร่วมทำงานเพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายร่วมกัน

Jason Goodall, Global Chief Executive Officer บริษัท เอ็นทีที จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของ NTT ในการเชื่อมโยงสู่อนาคต ซึ่งปี ค.ศ. 2020 เป็นปีแห่งการปฏิบัติการในสถานการณ์ฉุกเฉิน องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม และโลกกำลังต้องการโซลูชั่นที่แข็งแกร่งและทรงพลัง เพื่อรับมือกับการระบาดของ COVID-19 วิกฤตทางสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงการช่วยให้ทุกชีวิตบนโลกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่ง NTT เชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และนั่นเป็นเหตุผลที่ NTT ภูมิใจที่ได้รับการยอมรับให้ก้าวสู่การเป็น “Business Avenger” เพื่อสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืนไปยังทั่วโลก โดยมองหาวิธีที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยลดผลกระทบของการหยุดชะงักทั้งในเมืองและชุมชนทั่วโลก จากช่วงเวลาวิกฤตดังกล่าว เช่น 1. ระบบคลาวด์ช่วยให้คุณสามารถติดต่อกับคนที่คุณรัก โดย NTT ได้ร่วมมือกับกลุ่มโรงพยาบาลด้านวิชาการในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ซึ่งกำลังช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19 ที่ถูกกักตัว ให้พวกเขาสามารถติดต่อกับครอบครัวและแพทย์ได้อย่างปลอดภัย โดยการพูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์บนคลาวด์ 2. ผสานการทำงานของเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนอนาคตให้กับนักเรียนแอฟริกัน โดย NTT ได้รวมกลุ่มโรงเรียนมัธยมปลายในแอฟริกาใต้ เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถติดตามงานด้านวิชาการของพวกเขา และเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในระหว่างช่วงเวลาล็อคดาวน์ โดยใช้เครื่องมือการทำงานร่วมกันของ Microsoft 3. การรวมเป็นหนึ่งทางดิจิทัล ช่วยให้เราสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิผลในช่วงวิกฤต โดย NTT ได้เข้าร่วมโครงการ “Digital Solidarity” ในยุโรป ช่วยเหลือประชาชน ผู้เชี่ยวชาญและบริษัทต่าง ๆ ให้ตื่นตัวอยู่เสมอ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล โดยการสร้างแพลตฟอร์มการประชุมผ่านวิดีโอ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ให้บริการฟรี 4. ความต่อเนื่องในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทำได้ผ่าน Web โดย NTT ร่วมกับองค์กรที่ให้บริการด้านการเงินของสหรัฐอเมริกา ช่วยให้การสื่อสารระหว่างผู้จัดการพอร์ตการลงทุนกับลูกค้า และกลุ่มเป้าหมายผ่านเว็บคาสต์ (Webcasts) อย่างต่อเนื่อง และ 5. Wearables ยกระดับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติเป็นสากล ด้วยความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดย NTT ได้อำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษาและฝึกอบรมพนักงานโรงงานในเอเชียแปซิฟิกโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทในยุโรปผ่านเทคโนโลยีบน Wearable ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ที่สวมใส่ติดตัว

Jon Hales, Business and Climate Director ของ Project Everyone ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร กล่าวว่า เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในระดับโลกนี้ได้หากขาดการสนับสนุนจากหลายองค์กรธุรกิจ ผ่านธุรกิจหลักของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นพันธกิจทางด้านการเงิน เครือข่ายพนักงาน และผู้มีอิทธิพลในระดับสูง เช่น NTT จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการและความคืบหน้าในการเร่งพัฒนาด้านเทคโนโลยี เชื่อว่าเป้าหมายเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับความสำเร็จในอนาคต และสร้างความเจริญรุ่งเรืองขององค์กรและธุรกิจทั่วโลก และเมื่อมีสุขภาพที่ดีขึ้น โลกมีความสงบสุข และความเฟื่องฟูกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก ซึ่งทุกองค์กรและทุกคนสามารถมีบทบาทในการบรรลุถึงเป้าหมายในอนาคตดังที่กล่าวมาได้ ขอปรบมือให้กับบริษัททั้ง 17 บริษัท ที่มุ่งมั่นและร่วมมือเพื่อช่วยให้บรรลุถึงเป้าหมายร่วมกัน