Beryl8 Plus ได้เงินทุนจาก Salesforce Ventures ยกระดับบริการ Digital Transformation ในไทย-อาเซียน


กรุงเทพฯ : Beryl8 Plus (เบริล8 พลัส) ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมโซลูชั่น CRM, การออกแบบระบบวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจ เดินหน้าธุรกิจปีพ.ศ.2564 อย่างเต็มตัว พร้อมเผย 5 เทรนด์ CRM ในการทำ Digital Transformation ครบวงจร รับมือความท้าทายในโลกวิถีใหม่ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าองค์กรในทุกเซ็กเมนต์ ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับเงินลงทุนจาก Salesforce Ventures ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพให้ Beryl8 Plus เร่งขยายความเป็นผู้นำและยกระดับความเชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน

อภิเษก เทวินทรภักติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบริล8 พลัส จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีชั้นนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเทคโนโลยีคลาวด์และระบบ CRM แบบครบวงจรที่ใช้ซอฟต์แวร์ Salesforce CRM เรามุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือลูกค้าในการฟื้นฟูและพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีและการนำเสนอโซลูชั่นแบบครบวงจรสำหรับการตลาด การขาย การบริการ และการวิเคราะห์ข้อมูล เมื่อพิจารณาถึงสภาพตลาดในปัจจุบัน เราเชื่อว่าความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับโซลูชั่น CRM และอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจที่ดีในอนาคต

เพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกวิถีใหม่ (New Normal) Beryl8 Plus ได้เผยเทรนด์ 5 ข้อเกี่ยวกับ CRM ซึ่งผู้บริหารองค์กรควรจะศึกษาและพิจารณาสำหรับการพัฒนาระบบ CRM ที่มีอยู่ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า (Best Customer Experience)

1. มองเห็นและรู้จักลูกค้ารอบด้าน 360 องศา องค์กรธุรกิจควรสร้างฐานข้อมูลลูกค้าแบบครบวงจรเพียงหนึ่งเดียว ด้วยการบูรณาการข้อมูลจากฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ ฝ่ายการตลาด และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โดยใช้ ID ลูกค้าชุดเดียวกัน และทุกฝ่ายจะต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าทั้งหมดได้เหมือน ๆ กัน ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะถูกสร้างขึ้นที่ใดก็ตาม

2.การสร้างช่องทางที่ครอบคลุมทุกการสื่อสารเพื่อเข้าถึงลูกค้า (Omni Channel) องค์กรธุรกิจควรจะสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางที่ลูกค้าสะดวกที่สุด โดยนำเสนอสินค้าและบริการที่ลูกค้าต้องการในจังหวะเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะอาศัยช่องทางอื่น ๆ ที่บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของโดยตรง เช่น ช่องทาง Social Media ต่าง ๆ

3.การปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) ลูกค้าต้องการได้รับบริการแบบเฉพาะบุคคลเพิ่มมากขึ้น และคาดหวังให้บริษัทนำเสนอสินค้าและบริการที่จะมอบประสบการณ์และการให้บริการที่สอดคล้องกับประวัติการซื้อ รสนิยม บริบท และเจตนารมณ์ของลูกค้าคนนั้น ๆ

4.การดำเนินงานที่เชื่อมต่อถึงกัน (Connected Operation) เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้แก่ลูกค้า ทุกฝ่ายในองค์กรจะต้องสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ บนแพลตฟอร์มแบบครบวงจรหนึ่งเดียวที่รองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเปรียบเทียบข้อมูล และการโต้ตอบแบบเรียลไทม์เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า

5.Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อ CRM ที่ตอบโจทย์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม

องค์กรธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยี AI เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ให้เลือกดำเนินการที่เหมาะสม จัดหาข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยในการทำงาน และปรับแต่งแคมเปญ ผลิตภัณฑ์ และราคาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจจะต้องสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลอื่น ๆ นอกเหนือไปจากข้อมูลภายในองค์กร และจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าโดยอาศัยข้อมูลจากทุกแหล่งที่สามารถใช้ได้ เพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอนาคต ทำให้ CRM มีความฉลาดขึ้นและทำงานตรงใจกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

“สถานการณ์การแพร่ระบาดส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งทำ Digital Transformation และลงทุนอย่างจริงจังในเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภค เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และรองรับการทำงานจากที่บ้านหรือนอกสถานที่ ความสามารถในการรู้จักและเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างรอบด้าน 360 องศา โดยที่ทุกส่วนงานในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง การใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภค และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI สำหรับการคาดการณ์เพื่อเพิ่มความรวดเร็วฉับไวในการให้บริการแก่ลูกค้า ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของเทรนด์ดิจิทัลที่สำคัญ ซึ่งกลายเป็นความต้องการของทุกบริษัท” อภิเษก กล่าว

นอกจากการทำธุรกิจที่ปรึกษาในประเทศไทยแล้ว Beryl8 Plus ยังทำงานร่วมกับหลาย ๆ บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค ประกอบด้วยเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ซึ่งประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้มีความต้องการคล้ายคลึงกันสำหรับการทำ Digital Transformation โดยเฉพาะเวียดนามมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง ทำให้เกิดความต้องการ Digital Transformation รวมถึงความพร้อมของบุคลากรไอทีที่มีความเชี่ยวชาญ และทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับประเทศไทย Beryl8 Plus บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจเปิดสำนักงานสาขาในเวียดนามในปีพ.ศ. 2562

อภิเษก กล่าวว่า ในปีพ.ศ.2552 Beryl8 Plus ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Salesforce ผ่านไปกว่า 10 ปี จนกระทั่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้รับเลือกให้เป็นบริษัท Salesforce Ventures Portfolio Company รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุด Salesforce Ventures ได้ตัดสินใจนำเงินมาลงทุนใน Beryl8 Plus โดย Beryl8 Plus จะนำAsset และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีคลาวด์และระบบ CRM ที่ Salesforce มีความเชี่ยวชาญ มาช่วยเติมเต็มศักยภาพของ Beryl8 Plus ในการให้บริการด้าน Digital Transformation ครบวงจรแก่ลูกค้า รวมทั้งใช้เครือข่ายของ Salesforce ที่มีในระดับโลก ช่วยขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศได้

“หลังจากที่ได้รับเงินลงทุนจาก Salesforce Ventures เรามั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ในการสนับสนุนโครงการ Digital Transformationและตอบสนองความต้องการด้าน CRM ที่เพิ่มสูงขึ้นผ่านทาง Salesforce Ecosystem ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในพลังขับเคลื่อน Digital Transformation และเสริมศักยภาพให้แก่องค์กรธุรกิจในภูมิภาคนี้ เพื่อให้สามารถก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล” อภิเษก กล่าว

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ Salesforce และโซลูชั่นจาก MuleSoft, Tableau และ Einstein แล้ว Beryl8 Plus ยังสร้างผลิตภัณฑ์และบริการบนแพลตฟอร์ม Salesforce เช่น Big Data, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ BE8 Fast Track Industry Package

อภิเษก กล่าวในปีนี้บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยโฟกัสที่ภาคธุรกิจค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเติบโตจากสถานการณ์ COVID-19 โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต 50% เหมือนเช่นในทุกๆ ปี ยกเว้นปีพ.ศ.2563ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ลูกค้าหลายรายชะลอโครงการออกไป

มร. ชาร์ลส์ วูดอลล์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายพันธมิตรและช่องทางประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Salesforce กล่าวว่า “Beryl8 Plus ได้เป็นส่วนหนึ่งใน Salesforce Ecosystem มายาวนานมากกว่า 10 ปี วันนี้เราตื่นเต้นกับการได้สานต่อความสัมพันธ์ในฐานะนักลงทุนกับบริษัทที่ปรึกษาที่เติบโตรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะพันธมิตรระบบคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคฯ ของเรา Beryl8 Plus ได้นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่นหลากหลายให้แก่ลูกค้าองค์กรเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากแพลตฟอร์มของ Salesforce ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในการช่วยให้ธุรกิจก้าวข้ามดิจิทัลทรานฟอร์มเมชั่นในทุก ๆ ขั้นตอน”