โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส ครบรอบ 5 ปี เผยมีรายได้ 165 ล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้า เติบโต 7-8%


โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส ครบรอบ 5 ปี เผยมีรายได้ 165 ล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้า เติบโต 7-8%

บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด เกิดจากความร่วมมือการจัดตั้งโดย บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการบริหารจัดการแบบครบวงจรอันดับหนึ่งจากประเทศฝรั่งเศส และ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาและจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพื่อให้บริการอย่างครบวงจรกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ระยอง แถลงผลการดำเนินงานธุรกิจ 5 ปี มีรายได้ 165 ล้านบาท ให้บริการลูกค้าไปแล้ว 117 ไซต์ ตั้งเป้าปี พ.ศ. 2564 ธุรกิจเติบโต 7-8% และให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 140 ไซต์งาน

มร. อาร์โนด์ เบียเลคกิ

มร. อาร์โนด์ เบียเลคกิ ประธานบริหาร บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า โซเด็กซ์โซ่ เป็นบริษัทสัญชาติฝรั่งเศศ ก่อตั้งเมื่อพ.ศ.2509 ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบ จัดการและให้บริการสนับสนุนธุรกิจอย่างครบวงจรบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าใน 64 ประเทศทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยได้เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2547 ในปีพ.ศ. 2558 ได้ร่วมมือกับ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำการพัฒนาและจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย ดูแลและให้บริการลูกค้าครบวงจรเบ็ดเสร็จในจุดเดียวแก่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ระยอง เช่น  บริษัท เอสซีลอร์ ออพติคอล แลบอราทอรี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บ๊อช ออโตโมทีฟ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ไทรอัมพ์ เอวิเอชั่น เซอร์วิสเซส เอเชีย จำกัด, บริษัท แม็คคอร์มิค (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ดูคาติ มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เบโค ไทย จำกัด จำกัด, บริษัท เอ็นทีที โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เรวีม่า เอเชีย แปซิฟิก จำกัด เป็นต้น

นอกจากนี้ยังขยายการบริการลูกค้านอกจากในนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ระยอง เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ ภูเก็ต, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลกรุงเทพ ภูเก็ต, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลวิชัยยุทธ, โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เอ็กซ์เพรส แบงค็อก สยาม, บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

มร. อาร์โนด์ เบียเลคกิ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจหลักๆจะเน้นให้บริการด้านอาหารแก่ลูกค้าในธุรกิจสถานพยาบาล นักเรียนในสถานศึกษา พนักงานแท่นขุดเจาะชายฝั่งไปจนถึงเมนูอาหารตามสั่งสำหรับองค์กรโดยทั่วไป โดยมีนักโภชนาการที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลเรื่องอาหารอย่างใกล้ชิดให้ได้รับอาหารที่มีคุณค่าที่ถูกต้องแต่ละคน เช่น อาหารสำหรับผู้ป่วย, อาหารสำหรับคนสูงวัยและอาหารฮาลาล เป็นต้น, งานบริการด้านอาคาร ทางด้านเทคนิคและวิศวกรรมอาคารให้มีความปลอดภัยทั้งโครงสร้างอาคารที่มีขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมทั้งการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารแต่ละจุดได้อย่างเหมาะสม โดยได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง Amata Command Center (ACC) เป็นจุดศูนย์กลางในการบริหารจัดการพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรม ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง และด้วยจุดเด่นของการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ทำให้ลูกค้าในนิคมอุตสาห

กรรมสามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตามแผนการขยายธุรกิจ, งานบริการทำความสะอาดและบริการจัดดูแลและซ่อมบำรุงภูมิทัศน์แก่ลูกค้า เป็นต้น

สำหรับรายได้ของบริษัทฯ ในปีพ.ศ. 2563 อยู่ที่ 165 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการให้บริการธุรกิจอาหารและการทำความสะอาดเป็นหลักกว่า 50% รวมให้บริการลูกค้า 117 ไซต์งาน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2563)

ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจในปีนี้เป็นเรื่องวิกฤต COVID-19 ที่ทำให้ลูกค้าชะลอการลงทุน และการบริการต่างๆของบริษัทฯไม่สามารถที่จะดำเนินงานได้ตามแผนที่วางไว้ ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังมีภาวะเสี่ยงยากที่จะคาดเดาได้ บริษัทฯ จึงต้องรอบคอบในการขยายการดำเนินงานในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะต้องประเมินการลงทุนขายธุรกิจแบบปีต่อปี

แผนการดำเนินธุรกิจในปี พ.ศ.2564

สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี พ.ศ. 2564

มร. อาร์โนด์ เบียเลคกิ กล่าวว่าบริษัทฯมีแผนที่จะอัปเดตการให้บริการในด้านต่างๆ ให้ทันสมัยและมีคุณภาพเพิ่มขึ้น โดยจะเปิดตัว Amata Command Center (ACC) ใหม่ที่เพียบพร้อมด้านเทคโนโลยีและการบริการมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอื่นๆ เพิ่มเติม ที่เชื่อมต่อไปยัง Amata Command Center (ACC) เช่น ระบบเตือนอัคคีภัย (Fire Alarm Monitoring) ซึ่งมีทีมรักษาความปลอดภัยเตรียมพร้อมตอบรับต่อสัญญาณเตือน และมีการเชื่อมต่อระบบ AED Monitoring ภายในอมตะซิตี้ให้ครอบคลุมมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์โดยโซเด็กซ์โซ่ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้เชี่ยวชาญมาใช้เพื่อส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

“ในปี พ.ศ. 2564 บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด  ตั้งเป้าหมายที่จะให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 140 ไซต์งาน ซึ่งหากทำได้จะสามารถสร้างรายได้เติบโตขึ้น 7-8 % ปี” มร. อาร์โนด์ เบียเลคกิ กล่าว

วิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)

ด้านวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจ 5 ปีที่ผ่านมากับโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ภายใต้ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด นั้น มีการเติบโตทางธุรกิจขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถตอบโจทย์การให้บริการในแบบ One Stop Service ที่ทางอมตะฯ ตั้งเป้าหมายไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งอมตะฯ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาที่ดินและมองหาทำเลที่ดีสำหรับการธุรกิจเท่านั้น แต่ยังดูแลผู้ประกอบการในงานบริการงานด้านต่างๆ เช่น การวางแผน, การบริหารจัดการ และการตลาดที่เกี่ยวข้องกับนิคมอุตสาหกรรมที่ครบวงจรให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ให้บริการในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น ได้ให้บริการ Soft Service และ Facility Management เพิ่มเติมจากความร่วมมือกับทางโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครบจบครบในที่เดียว

โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส ครบรอบ 5 ปี เผยมีรายได้ 165 ล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้า เติบโต 7-8%

สำหรับความกังวลในการขยายการดำเนินธุรกิจนั้นหลักๆ เป็นเรื่อง COVID-19 ต้องรอความชัดเจนจากการผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพ สามารถรักษาได้จริงออกสู่ตลาดและมีการเปิดประเทศเพื่อให้ธุรกิจกลับมาเหมือนเช่นก่อนสถานการณ์ COVID-19 อีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจขยายการลงทุนกับลูกค้ารายใหม่ๆที่กำลังเจรจาการลงทุนอยู่ในขณะนี้

“ภาพรวมของการเจรจากับลูกค้าในปี พ.ศ. 2563 นี้ รายใหม่ๆอยู่ที่ประมาณ 10 กว่ารายเท่านั้น ซึ่งต่างจากปี พ.ศ. 2562 และปีอื่นๆที่จะมีลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจด้วยประมาณ 30-40 รายในช่วงสถานการณ์ปลอด COVID-19” วิบูลย์ กล่าว