“เอ็ม เอ เอ็น” จัดตั้ง National Sale Center ในไทย เปิดตัวรถบรรทุก TGS 3 รุ่น เดินหน้ารุกตลาดรถบรรทุกยุโรปเต็มสูบ ตั้งเป้าปี’64ทำยอดขาย 120 คัน


“เอ็ม เอ เอ็น” จัดตั้ง National Sale Center ในไทย เปิดตัวรถบรรทุก TGS 3 รุ่น เดินหน้ารุกตลาดรถบรรทุกยุโรปเต็มสูบ ตั้งเป้าปี’64ทำยอดขาย 120 คัน

กรุงเทพฯ – 5 สิงหาคม 2563 : เอ็ม เอ เอ็น ทรัค แอนด์ บัส ประเทศไทย พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์สัญชาติยุโรปที่เติบโตเป็นอันดับหนึ่งของไทย โดยเปิดตัวรถบรรทุกหัวลาก MAN รุ่น TGS แบบ 10 ล้อ ทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย 1.TGS 6×4 360 แรงม้า 2.TGS 6×4 400 แรงม้า 3.TGS 6×4 440 แรงม้า ที่โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 10,518 ซีซี สุดประหยัด มีความแข็งแรงทนทานและเทคโนโลยีระดับชั้นนำได้รับการผลิตและนำเข้าทั้งหมดเป็น CBU 100% โดยตรงจากประเทศเยอรมนี ในราคาที่จับต้องได้ หวังชิงส่วนแบ่งพื้นที่ตลาดรถบรรทุกสัญชาติยุโรป ตั้งเป้ายอดขายรถบรรทุกปีหน้า 100-120 คัน พร้อมขยายดีลเลอร์ 10 รายภายใน 5 ปี

คริสเตียน ชูฟ

คริสเตียน ชูฟ ผู้อำนวยการ ฝ่ายขายบัส เอ็ม เอ เอ็น เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เอ็ม เอ เอ็น ทรัค แอนด์ บัส” (MAN Truck & Bus) เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และให้บริการขนส่งของยุโรป ด้วยขอบข่ายผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่รถตู้ รถบรรทุก รถบัส ไปจนถึงเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊ส ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งมวลชนและสินค้า โดย“เอ็ม เอ เอ็น” (MAN) ได้เติบโตและก้าวเป็นผู้นำการผลิตและจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างอย่างยั่งยืนต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ถือว่าก้าวหน้าที่สุดของโลก ในปี ค.ศ 1915 ได้เริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และในปี ค.ศ. 1924 ได้เปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมระบบอัดฉีดเชื้อเพลิง (Direct-injection) และโครงสร้างของรถบัสที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดบนตัวถังแบบ Low-frame Chassis จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2018 ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม TRATON SE ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ภายใต้ Volkswagen Group ทำให้ปัจจุบันเอ็ม เอ เอ็น กลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และให้บริการขนส่งที่ได้รับความไว้วางใจทั่วภูมิภาคยุโรป

จักรพงษ์ ศานติรัตน์

จักรพงษ์ ศานติรัตน์ ผู้อำนวยการเอ็ม เอ เอ็น ทรัค แอนด์ บัส ประเทศไทย กล่าวว่าจากความสำเร็จดังกล่าวทำให้เอ็ม เอ เอ็น ตั้งเป้าหมายขยายการเติบโตไปทั่วโลก โดยเล็งเห็นถึงการเติบโตเป็นอย่างมากของวงการขนส่งเพื่อการพาณิชย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะประเทศไทยที่พบว่าตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีช่องทางในการทำตลาดที่น่าสนใจ โดยเอ็ม เอ เอ็นเข้ามาทำตลาดในไทยตั้งแต่ปีค.ศ.1995 จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 ที่ผ่านมา เอ็ม เอ เอ็นได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนเอ็ม เอ เอ็น ก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถบรรทุกที่เติบโตควบคู่ไปกับตลาดโลจิสติกส์ไทย โดยจัดตั้ง National Sale Center (NSC) ในไทย ณ อาคารธนภูมิ ชั้น 23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อนำเข้า จัดจำหน่ายและทำการตลาดผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพระดับโลก ผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (Dealer) ทำให้เอ็ม เอ เอ็น มี NSC ใน 5 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย และฮ่องกง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ที่้เน้นเติบโตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น

รถบรรทุกหัวลาก MAN รุ่น TGS 6x4

เอ็ม เอ เอ็นได้เปิดตัวรถบรรทุกหัวลาก MAN รุ่น TGS 6×4 แบบ 10 ล้อ แบบหัวเก๋ง แบบ L และแบบ LX หรือหลังคาสูง ทั้งหมด 3 รุ่นย่อยประกอบด้วย 1.TGS 6×4 360 แรงม้า 2.TGS 6×4 400 แรงม้า 3.TGS 6×4 440 แรงม้า ทุกคันมาพร้อมความโดดเด่นของเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 10,518 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยระบบลหัวฉีดแบบคอมมอนเรล พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์เทอร์โบชาร์จ ด้านระบบเกียร์เป็นแบบ 12 เกียร์เดินหน้า 2 เกียร์ ถอยหลัง ทำงานแบบกึ่งอัตโนมัติด้วยระบบการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติแบบ TipMatic แบบ Smartshifting ที่ทำให้การปรับเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างแม่นยำรวดเร็วที่มาพร้อมกับระบบการตรวจบรรทุกน้ำหนัก (Load Detection) ของตัวรถที่จะช่วยทำการเลือกเกียร์ที่เหมาะสมในการออกตัวและในสถานการณ์ต่างๆ โดยคำนึงถึงน้ำหนักของตัวรถและน้ำหนักบรรทุก ด้านระบบเบรค MAN BrakeMatic เป็นระบบเบรคล้อแบบลมล้วนควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์แบบดิสก์เบรคทั้งด้านหน้าและด้านหลังติดตั้งมาพร้อมกับระบบป้องกันล้อล็อคอัตโนมัติ (ABS) และระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (MAN EasyStart) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบรองรับน้ำหนักของตัวรถทั้งเพลาหน้าและเพลาหลังเป็นแบบแหนบ (Parabolic Leaf Spring) พร้อมกับโครง เพื่อให้การรองรับน้ำหนักและการทรงตัวเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับงานก่อสร้างและงานเหมืองแร่ โดยจะเริ่มนำเข้ามาจำหน่ายในไทยภายในเดือนกันยายน ศกนี้

ด้านการบริการหลังการขายผลิตภัณฑ์มีการรับประกันคุณภาพของตัวรถทั้งคัน 1 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันระบบขับเคลื่อน 2 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางพร้อมกันกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางเช่นกัน ด้านอะไหล่มีการรับประกันคุณภาพของอะไหล่ 2 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ตลอดจนมีช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานของเอ็ม เอ เอ็น เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ลูกค้า ตลอดจนการบริการหลังการขายที่พร้อมมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ทั้งนี้จากรายงาน TUV Defect Free Vehicles ประเทศเยอรมนีได้ยกย่องให้เอ็ม เอ เอ็น ครองอันดับ 1 เป็นระยะเวลา 7 ปีซ้อน ด้าน Defect Free Vehicles

จักรพงษ์ กล่าวถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของเอ็ม เอ เอ็นในไทยว่า ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1. การทำให้ธุรกิจเป็นเรื่องง่าย (Simplifying Business) โดยมุ่งมั่นให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การบริการอย่างง่ายที่สุดเพื่อทำให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินควบคู่ไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 2.รถบรรทุกของเอ็ม เอ เอ็นทุกคัน ได้รับการผลิตและนำเข้าทั้งหมดเป็น CBU 100% โดยตรงจากประเทศเยอรมนี ในราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ 3.การขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (Dealer) และศูนย์บริการที่ครอบคลุมเส้นทางการใช้งานของลูกค้าทั่วประเทศ เอ็ม เอ เอ็น กำลังมองหาหุ้นส่วนทางธุรกิจที่จะมาเป็นผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตไปพร้อมกันให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อตอบโจทย์และตอบสนองความต้องการของธุรกิจลูกค้าตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ปัจจุบันมีดีลเลอร์รถบรรทุก 1 รายในกทม. ได้แก่ บริษัท แค-แมน ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมขยายดีลเลอร์ 10 รายใน 5 ปี ส่วนดีลเลอร์รถบัส ได้แก่ บริษัท ท็อปเบส์ท จำกัด

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์อยู่ที่ประมาณ 17,000 -18,000 คัน แบ่งเป็น รถบรรทุกแบรนด์สัญชาติเอเชียมีสัดส่วน 95% และกลุ่มรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์แบรนด์สัญชาติยุโรป 5% ในปี ค.ศ.2019 ที่่ผ่านมา ตลาดรถบรรทุกสัญชาติยุโรปมีทัั้งหมด 632 คัน ภายใต้ 5 แบรนด์หลักๆ โดย 2 แบรนด์หลัก มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 90% ที่เหลือกว่า 60 คันเป็นตลาดของ 3 แบรนด์ ทั้งนี้เอ็ม เอ เอ็น พบว่าสัดส่วนของกลุ่มรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์แบรนด์สัญชาติยุโรปยังมีช่องทางการเติบโต ทำให้เอ็ม เอ เอ็น ตั้งเป้าหมายในฐานะแบรนด์รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์สัญชาติยุโรปที่มีการเติบโตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจแก่กลุ่มลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

“ปีนี้คาดว่าตลาดรถบรรทุกยุโรปจะหดตัวลงราว 30% โดยปลายปีนี้น่าจะเหลือประมาณ 400 คัน ส่วนตลาดรถบรรทุกยุโรปในปีหน้าคาดว่าน่าจะมีจำนวน 500 คัน เนื่้องจากมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีหน้าน่าจะเติบโตกว่าปีนี้ เอ็ม เอ เอ็น จึงตั้งเป้ายอดขายรถบรรทุกไว้ 100-120 คัน คิดเป็นสัดส่วนการเติบโต 20 % โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่วางไว้ ทั้งการขยายเครือข่าย ดีลเลอร์ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากเยอรมนี ทำให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้” จักรพงษ์ กล่าว