เอ็มจี เผยยอดขายปี’63 รวม 28,316 คัน เติบโตขึ้น 7%ตั้งเป้าปี’64 เติบโตขึ้นมากกว่า 40% พร้อมขยาย MG Super Charge เพิ่มอีก 500 จุด


บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย รายงานผลการดำเนินงานปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมามียอดขายรวม 28,316 คัน เติบโตขึ้น 7% แบ่งเป็นยอดขาย MG ZS สูงถึง 11,013 คัน ตามมาด้วย MG HS (รวม MG HS PHEV) จำนวน 6,008 คัน MG Extender 5,387 คัน MG3 จำนวน 4,856 คัน MG ZS EV และ MG EP จำนวน 826 คัน และรุ่นอื่นๆ 226 คัน
ตั้งเป้ายอดขายปี พ.ศ.2564 จำนวน 42,000 คัน หรือเติบโตขึ้นกว่า 40%

พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็มจีมั่นใจว่าตลาดรถยนต์โดยรวมในปี พ.ศ.2564นี้จะเติบโตขึ้นด้วยปัจจัยสนับสนุนในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงวัคซีน COVID-19 โดยคาดว่าตลาดรถยนต์โดยรวมน่าจะอยู่ที่ 840,000 คัน ในขณะที่เอ็มจี ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 42,000 คัน หรือเติบโตขึ้นกว่า 40% โดยในปีพ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เอ็มจีมียอดขายรวม 28,316 คัน เติบโตขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2562 ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ 26,516 คัน โดยแบ่งเป็นยอดขาย MG ZS สูงถึง 11,013 คัน, MG HS (รวม MG HS PHEV) จำนวน 6,008 คัน, MG Extender 5,387 คัน, MG3 จำนวน 4,856 คัน, MG ZS EV และ MG EP จำนวน 826 คัน และรุ่นอื่นๆ 226 คัน นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา เอ็มจี ยังครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ในกลุ่มรถ SUV ด้วยยอดการจำหน่ายรวมสูงถึง 17,819 คัน หรือประมาณเกือบหนึ่งในสี่ของตลาดรถยนต์ในกลุ่มดังกล่าว
โดยมียอดจำหน่ายอันดับหนึ่งในกลุ่ม C-SUV ในขณะที่กลุ่ม B-SUV เอ็มจีมียอดจำหน่ายสูงเป็นลำดับที่สองของกลุ่ม และเอ็มจียังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 88% ด้วยยอดขาย 826 คัน จากยอดขายรวมทั้งหมด 939 คัน

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี.พศ.2564 เอ็มจียังคงมุ่งพัฒนาและนำเสนอสิ่งที่ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้ปรัชญา “Passion To Be Better” โดยมีแผนแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์เอ็มจี ซึ่งจะมีความโดดเด่นใน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1.เทคโนโลยี (Technology) มาพร้อมนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และทำให้การใช้ชีวิตของคนง่ายยิ่งขึ้น 2. ความทันสมัย (Fashion) รูปลักษณ์ที่โดดเด่นและสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และ 3.ความคุ้มค่า (Value) ต้องมีความคุ้มค่าทั้งในด้านของการใช้งานและความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ

พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ในปี พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานได้ครบ 150 แห่ง ตามแผนงานที่วางไว้ สำหรับในปี พ.ศ.2564 นี้ ตั้งเป้าการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานเป็น 170 แห่ง
เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทฯ และสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ขยายสถานีชาร์จ MG Super Charge ในปี’64 เพิ่มอีก 500 จุด

สำหรับในปี พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา เอ็มจีสามารถตั้งสถานี MG Super Charge ซึ่งเป็นสถานีชาร์จที่รองรับการชาร์จแบบ DC ได้ครบ 100 จุดชาร์จ ซึ่งอยู่ในระหว่างการทดลองระบบก่อนการเปิดใช้งานและในปี พ.ศ.2564 นี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการตั้งสถานี MG Super Charge เพิ่มอีก 500 จุด เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และกระตุ้นการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างครอบคลุม เร่งให้เกิดสังคมยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ในประเทศไทยที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพอย่างเร็วที่สุด