เอสไอเอส ส่งโซลูชัน Hybrid Cloud ช่วยองค์กรทรานส์ฟอร์มธุรกิจ รองรับการใช้งาน Cloud ได้อย่างเต็มขั้น


กรุงเทพฯ : เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เดินหน้าระบบคลาวด์เต็มขั้น ด้วยบริการ SiS Cloud  เทคโนโลยีด้านไอทีอินฟราสตรัคเจอร์ชั้นนำระดับโลก รองรับความต้องการการใช้งานคลาวด์ขององค์กรที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เล็งนำเสนอแพลตฟอร์มระบบคลาวด์แบบโอเพ่น ช่วยองค์กรสามารถสร้างระบบมัลติคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ย้อนกลับไป 4-5 ปีที่ผ่านมา เอสไอเอส ได้มองเห็นแนวโน้มการเติบโตและความต้องการขององค์กรที่มีต่อการใช้งานคลาวด์เพิ่มมากขึ้น จึงมีความคิดที่จะพัฒนาธุรกิจด้านนี้เพิ่มเติม โดยมองเห็นความเป็นไปได้ในการเป็นผู้ให้บริการด้านคลาวด์ด้วยตัวเอง (Cloud Service Provider) ด้วยองค์ประกอบหลักๆ ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับคลาวด์ที่เหมาะสมในการให้บริการคลาวด์สำหรับองค์กร รวมถึงเรามีพันธมิตรด้านศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับการจัดการเครือข่ายและการจัดเก็บข้อมูล

อีกทั้งทางเอสไอเอส ยังให้บริการคลาวด์ผ่านคู่ค้าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในส่วนของโซลูชั่นเป็นอย่างดี สามารถให้บริการ ออกแบบระบบ ช่วยสนับสนุนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเราได้พิจารณาปัจจัยในข้างต้นเมื่อนำมารวมกันแล้ว ทำให้เปิดให้การบริการด้านคลาวด์แก่องค์กรได้อย่างเต็มรูปแบบ

“ที่เอสไอเอส เรามีตัวแทนขายหรือคู่ค้าที่มีมากกว่า 100 รายในปัจจุบัน และมีผู้ใช้บริการคลาวด์ของเราในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งเช่น กลุ่มหน่วยงานราชการกลุ่มการเงินการธนาคาร กลุ่มสถาบันการศึกษา กลุ่มสถานพยาบาล กลุ่มด้านน้ำมันและพลังงาน และกลุ่มอื่น ๆ รวมแล้วมากกกว่า 300 ราย ขนาดองค์กรตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ระดับเอ็นเ ตอร์ไพรส์ เป็นต้น นับเป็นการการันตีความไว้วางใจในประสิทธิภาพของเราได้เป็นอย่างดี”  สมชัย กล่าว

สมชัย กล่าวว่า  ในไตรมาสที่สองของปีพ.ศ.2564 นี้ ทางเอสไอเอส จะเปิดให้บริการคลาวด์รูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “Enterprise Elastic Cloud” ซึ่งเป็นคลาวด์สำหรับองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีชั้นนำ โดยเน้นจุดเด่นที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถจ่ายค่าบริการได้ตามการใช้งานจริงแบบรายชั่วโมง เพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปขององค์กรในอนาคตที่มีแนวโน้มลดการลงทุนขนาดใหญ่ลง เปลี่ยนเป็นการเช่าใช้และชำระค่าบริการตามจริงแทน โดย เอสไอเอส จะถือเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศรายแรกๆ ที่ให้บริการในลักษณะนี้

ด้วยลักษณะที่ยืดหยุ่นของบริการคลาวด์ช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อในการใช้ทรัพยากรทั้งสำหรับการประมวลผล การจัดเก็บ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและอื่นๆ  ด้วยการเข้าถึงระบบนิเวศที่เติบโตอย่างรวดเร็วของผลิตภัณฑ์คลาวด์ในแบบ on-demand นี้ องค์กรต่าง ๆ จึงเข้าถึงทั้งความคล่องตัว ความสามารถในการปรับเพิ่มขนาดระบบการทำงาน ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)

เอสไอเอสจะเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกที่ให้บริการที่ยืดหยุ่นประเภทนี้ในประเทศไทย ทั้งนี้เอสไอเอสให้บริการโซลูชัน as-a-Service ที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่บริการในรูปแบบ Infrastructure- as-a-Service (IaaS) หรือ Platform-as-a-Service (PaaS) ตลอดจน SAP Hana-as-a-Service Container-as-a-Service การสำรองข้อมูลและอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

“ด้วยการดำเนินงานด้วยรูปแบบการทำงานบนไฮบริดคลาวด์ที่มั่นคงและสอดคล้อง องค์กรสามารถสนองตอบต่อภูมิทัศน์ (Landscape) ทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้ในเวลาที่รวดเร็ว รวมทั้งยังช่วยปกป้องการลงทุนด้วยโซลูชันที่สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้”  สมชาย กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนพดล  ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า ในปีพ.ศ.2564  เดลล์มีกลยุทธ์ทำให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จาก Cloud เช่น กลยุทธ์ Public Cloud ซึ่งทางเอสไอเอสให้ลูกค้าจ่ายค่าบริการเป็น as-a-Service  ช่วยให้องค์กร Consume เทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ๆ  เดลล์ต้องการสร้าง Eco System นำเสนอ Cloud Service โดยมีความพร้อมในการให้บริการโซลูชั่นให้แก่ลูกค้า ได้แก่  One Cloud Experience  ปัจจุบันองค์กรมีการใช้ On Premise,  Public Cloud  และ Edge Cloud  ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน    ทำให้มีวิธีการที่แตกต่างกัน และยุ่งยากในการ Migrate  ในการย้าย Workload ระหว่าง  Cloud   เดลล์มองว่าลูกค้าใช้ One Cloud Experience   เพื่อให้มีประสบการณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะใช้  Cloud  ประเภทใดก็ตาม โดยที่เราจะจัดหาแพลตฟอร์มให้ลูกค้าที่เป็น Common Interface      มีการ Console  รวมประสานกันให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการ   Workload ที่จะย้ายระหว่าง Cloud ได้  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เดลล์แตกต่างจากที่อื่น  เราบริหารจัดการความสามารถกับวีเอ็มแวร์ และพาร์ทเนอร์ของเดลล์  เพื่อส่งมอบประสบการณ์ Best Experience Data Center

“ เอสไอเอสเป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำงานใกล้ชิดกับเดลล์มากกว่า 15 ปี   ด้วยศักยภาพของเอสไอเอสในการมีดาต้า เซ็นเตอร์ 2 แห่ง และ Cloud แข็งแกร่ง เราต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า” กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว