เอปสันงัดแคมเปญ ‘Go Big on the Details’ ชูโซลูชั่นการพิมพ์ดิจิทัล นำธุรกิจเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ฝ่ากระแส Disruption


เอปสันงัดแคมเปญ ‘Go Big on the Details’ ชูโซลูชั่นการพิมพ์ดิจิทัล นำธุรกิจเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ฝ่ากระแส Disruption

ศูนย์ประชุมไบเทค – 28 พฤศจิกายน 2562 : เอปสันเปิดตัวแคมเปญ ‘Go Big on the Details’ เผยโฉมโซลูชั่นการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมครบไลน์ธุรกิจ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยรับมือกระแส Disruption

ยรรยง มุนีมงคลทร

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน ทุกวงการธุรกิจกำลังเผชิญกับกระแส Disruption ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ธุรกิจการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมก็เช่นเดียวกัน โดยกระแสที่สร้างผลกระทบต่อธุรกิจการพิมพ์มากที่สุด หนีไม่พ้นในเรื่องการเปลี่ยนถ่ายสู่เทคโนโลยีและกระบวนการดิจิทัล หรือ Digital Transformation ที่ต้องการความเร็วมากขึ้น ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบ Customization มากขึ้นและมีความเป็น Personalize มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า ทำให้ความนิยมในการสั่งพิมพ์งานครั้งเดียวรูปแบบเดียวในปริมาณมากๆ ลดน้อยลง อีกทั้งผู้บริโภคในปัจจุบันมักจะคำนึงถึงเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานมากขึ้น ทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิมพ์ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ

เทคโนโลยีหัวพิมพ์ EPSON

ทั้งนี้เอปสันได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีหัวพิมพ์ของตัวเองอย่างต่อเนื่องมา 26 ปี จนเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก และมีหัวพิมพ์สำหรับการพิมพ์งานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมโดยเฉพาะที่เรียกว่า PrecisionCore ซึ่งมีชิปควบคุมการพิมพ์ MicroTFP ที่ทำให้กระบวนการพิมพ์มีความแม่นยำสูง ได้ผลงานคุณภาพเยี่ยม ทั้งยังรองรับการพิมพ์งานขนาดใหญ่และการพิมพ์ในปริมาณมากด้วยความเร็วสูง โดยหัวพิมพ์ 1 หัว สามารถพิมพ์ได้ 40 ล้านจุด/วินาที พรินเตอร์ของเอปสันยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เพราะเป็นเครื่องที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ (Heat Free) ทั้งยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดการสร้างมลพิษจากสารเคมี

บริษัทฯ ยังได้พัฒนาพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ จนปัจจุบันมีมากถึง 37 รุ่น ตั้งแต่ระดับราคา 40,000 -50,000 บาทไปจนถึง 20 ล้านบาท ครอบคลุมงานหลากหลายประเภทใน 5 ธุรกิจ 6 สายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1.ธุรกิจผ้าและสิ่งทอสำหรับวงการแฟชั่น 2.ธุรกิจถ่ายภาพ 3. งานวิศวกรรม/สถาปนิกและงานพิมพ์ในองค์กร 4.ธุรกิจสื่อป้ายโฆษณา 5.ธุรกิจการพิมพ์ฉลากสินค้าและบรรจุภัณฑ์สินค้า

ปลวัชร นาคะโยธิน

ปลวัชร นาคะโยธิน ผู้จัดการฝ่ายขาย ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ระดับมืออาชีพ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า กลุ่มลูกค้าพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมใน 5 ธุรกิจ 6 สายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1.ธุรกิจผ้าและสิ่งทอ โดยเอปสันมีผลิตภัณฑ์ครบไลน์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม ที่สามารถพิมพ์ผ้าเป็นหลา ใช้คนเพียง 1-2 คน ป้อนดีไซเนอร์และวงการแฟชั่น 2.ธุรกิจถ่ายภาพ มีพรินเตอร์ที่สามารถรับงาน Hand Full Digital เช่น มินิแล๊บ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่อัดและขยายภาพ แต่สามารถยกระดับเป็น Digital Printing Solution ต่อยอดธุรกิจอื่น ๆ ได้ 3.งานวิศวกรรม/สถาปนิกและงานพิมพ์ในองค์กร ซึ่งเป็นอีกเทรนด์ที่กำลังมา มีพรินเตอร์บางรุ่นที่สามารถสแกนและเป็นเครื่องถ่ายเอกสาร สามารถทำงานได้ครบวงจรภายในเครื่องเดียว ในราคา 40,000-50,000 บาท โดยปีนี้มียอดขาย 1,000 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าภาครัฐ 70% ที่เหลือ 30% เป็นลูกค้าภาคเอกชน 4.ธุรกิจสื่อป้ายโฆษณา ซึ่งเป็นธุรกิจที่ถูก Disruption เป็นธุรกิจแรก จากเดิมที่ต้องใช้ช่าง มีการใช้พรินเตอร์อิงค์เจ็ทเข้ามาแทนที่ และใช้หมึกที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม 5.ธุรกิจการพิมพ์ฉลากสินค้าและบรรจุภัณฑ์สินค้า ซึ่งกำลังเติบโตและมีความเป็น Customize มากขึ้น

ยรรยง กล่าวต่อว่า ในวันนี้ เอปสันได้ออกแคมเปญ ‘Go Big on the Details’ ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสื่อสารไปยังผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมให้เห็นถึงความครบครันของไลน์สินค้าพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของเอปสันที่ประกอบกันขึ้นเป็นโซลูชั่นการพิมพ์ระบบดิจิทัลที่สมบูรณ์ (Total Solution) ตอบสนองงานในทุกไลน์ธุรกิจของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน

“เอปสัน ประเทศไทย จะสื่อสารแคมเปญ ‘Go Big in the Details’ นี้ผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งทางสื่อออนไลน์และออฟไลน์ และเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจผ่านการสร้างประสบการณ์ใหม่ในเทคโนโลยีการพิมพ์ของเอปสัน ที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจไปได้ไกลขึ้น เติบโตยิ่งขึ้น และไหลลื่นไปตามกระแส Disruption และมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค ควบคู่กับการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ยรรยง กล่าว

พรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม

ยรรยง กล่าวถึงยอดขายพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในปีพ.ศ.2562 ว่า แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัว แต่ยอดขายพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเติบโต 10% โดยกลุ่มธุรกิจที่เติบโตมากที่สุด คือ ธุรกิจผ้าและสิ่งทอ เนื่องจากธุรกิจนี้ต้องเร่งปรับตัวจากอนาลอกไปดิจิทัลและทยอยอัพเกรดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะเติบโตมากกว่า 20% ส่วนธุรกิจสื่อป้ายโฆษณา ซึ่งปัจจุบันมืสื่อหลากหลาย รวมทั้งจอ LCD เติบโต 5%

“สำหรับเศรษฐกิจในปีหน้าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าไม่สู้ดีนัก ในส่วนของเอปสันมองทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ด้วยผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมมีบริการ Financial ให้เช่าใช้และเช่าซื้อได้ง่ายขึ้น ในปีหน้าคาดว่ายอดขายพรินเตอร์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมน่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 12%” ยรรยง กล่าวทิ้งท้าย