เปิดตัว Red Hat Enterprise Linux 8 เวอร์ชั่นล่าสุด ชู Red Hat Insights เสริมประสิทธิภาพ Monitoring ให้ฉลาดขึ้น


เปิดตัว Red Hat Enterprise Linux 8 เวอร์ชั่นล่าสุด ชู Red Hat Insights เสริมประสิทธิภาพ Monitoring ให้ฉลาดขึ้น

กรุงเทพฯ – 27 เมษายน 2563 : เร้ดแฮท อิงค์ ผู้นำโซลูชั่นโอเพ่นซอร์สระดับโลก เปิดตัว Red Hat Enterprise Linux 8.2 แพลตฟอร์มลินุกซ์ชั้นนำระดับโลกเวอร์ชั่นล่าสุดสำหรับองค์กร และเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการทำงานบน ระบบไฮบริดคลาวด์ของเร้ดแฮท ช่วยให้องค์กรรับมือกับความท้าทายด้านไอทีที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วทั่วโลกได้ดีขึ้น

Red Hat Enterprise Linux 8.2 ระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับธรรมชาติของการใช้งานในยุคไฮบริดคลาวด์ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพมากขึ้น นอกเหนือไปจากการเป็นแพลตฟอร์มที่รู้จักกันดีในด้านความน่าเชื่อถือ ความเสถียร และความพร้อมในการใช้งานในระบบ Production การปรับปรุงเพิ่มเติมแพลตฟอร์ม Red Hat Enterprise Linux 8 เวอร์ชั่นล่าสุด จะช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์ที่มากขึ้นจาก Red Hat Enterprise Linux ที่มีอยู่ดังนี้ 1.ความสามารถในการบริหารจัดการ และ Monitoring ที่ฉลาดมากขึ้น ด้วยโซลูชั่น Red Hat Insights 2.เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือด้านคอนเทนเนอร์ และ 3.มอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นทั้งผู้เชี่ยวชาญลินุกซ์ และผู้ที่เริ่มใช้งาน

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 องค์กรด้านไอทีหลายแห่งกำลังปฏิบัติงานจากระยะไกล หรือด้วยข้อจำกัดด้านกำลังคน ทีมไอทีทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องสามารถตรวจสอบ บริหารจัดการ และวิเคราะห์ระบบไอทีพื้นฐานขององค์กรได้ โไม่ว่าระบบนั้นจะมีขนาดใหญ่ มีการปรับขยายเพิ่มขึ้น มีความซับซ้อน หรือแม้กระทั่งระบบที่ใช้จะอยู่บนคลาวด์ ทั้งแบบไฮบริด หรือมัลติคลาวด์ Red Hat Enterprise Linux สามารถช่วยตรวจสอบ วินิจฉัย และแก้ไขปัญหาสำคัญที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชาญฉลาด ก่อนที่จะเกิดผลกระทบต่อระบบ Production ด้วยโซลูชั่น Red Hat Insights ที่มีมาให้

สำหรับ Red Hat Enterprise Linux Subscription เวอร์ชั่น 6.4 ขึ้นไป จะได้รับโซลูชั่น Red Hat Insights ที่ช่วยในการทำงานเชิงรุก ในด้านการป้องกันความเสี่ยงในการทำงาน และความเสี่ยงในด้านความปลอดภัย การอัพเดทล่าสุดของบริการนี้ได้เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน และคุณสมบัติของการใช้งานใหม่ ที่รวมถึง:

  • เพิ่มความสามารถในการเห็นภาพรวมของความปลอดภัยด้านไอที การปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยลดวิธีการทำงานแบบแมนวล และเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไอทีขนาดใหญ่และซับซ้อน ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และการปฏิบัติตามระเบียบ มาตรฐานต่าง ๆ ในระบบอีกด้วย
  • ระบบช่วยในการกำหนด Policy และการแพตช์ เพื่อช่วยให้องค์กรกำหนด Policy และติดตาม Policy ภายในที่สำคัญ โดยแนะนำว่ามีแพตช์ตัวไหนที่ควรติดตั้งบ้าง รวมถึงแนวทางในการแก้ไขให้ถูกต้อง
  • Drift service เพื่อช่วยทีมไอทีเปรียบเทียบระบบกับ Baseline เพื่อให้ได้ข้อเปรียบเทียบ และนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อลดความซับซ้อน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น

ส่วนการ Monitoring และการปรับปรุงประสิทธิภาพที่มีเพิ่มให้ใน Red Hat Enterprise Linux 8.2 รวมถึง:

  • การปรับปรุงการจัดการทรัพยากรด้วย Control Groups (cgroups) v2 ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจำกัดการใช้หน่วยความจำผ่านหน่วยความจำสำรอง และการตั้งค่า/การจำกัดระดับการใช้งาน ซึ่งจะช่วยป้องกัน process ที่กำหนด ไม่ให้ใช้หน่วยความจำมากจนเกินไป และส่งผลให้ระบบล่ม หรือทำงานช้าลง
  • ความสามารถที่ดีขึ้นในการบริหารจัดการเวิร์คโหลดเฉพาะที่ต้องการประสิทธิภาพสูง (Performance-sensitive Workloads) ผ่าน NUMA และ sub-NUMA service policies
  • Performance Co-Pilot (PCP) 5.0.2 ที่เพิ่ม New Collection Agents สำหรับ Microsoft SQL Server 2019 เพื่อช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ตัวชี้วัดหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับ SQL Server และให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นสำหรับการปรับจูนฐานข้อมูลและระบบปฏิบัติการ
  • Red Hat Subscription Watch: เป็น Software as-a-Service (SaaS) ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็น และจัดการ Subscriptions ทั้ง Red Hat Enterprise Linux และ Red Hat OpenShift Container Platform ได้ง่ายขึ้น ผ่านโครงสร้างพื้นฐานระบบไฮบริดคลาวด์

ในขณะที่คอนเทนเนอร์เวิร์กโหลด เป็นเส้นทางที่ชัดเจนในการทำดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น และการใช้ Cloud-native ในอนาคต เครื่องมือที่เคยใช้สร้างแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ต้องมีความสมดุลระหว่าง ความเสถียร และต้องทันกับนวัตกรรมล่าสุดด้วย สำหรับ Red Hat Enterprise Linux 8.2 มาพร้อมกับ an updated Application Stream ของ Red Hat’s container tools พร้อมให้ใช้งานเป็นระยะเวลา 24 เดือน นอกจากนี้สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างคอนเทนเนอร์ภายในคอนเทนเนอร์ เพื่อเพิ่มการแยกเลเยอร์จากกัน และเพิ่มความปลอดภัยมาก สามารถทดลองใช้ Containerized Versions of Skopeo and Buildah ใน Tech Preview ได้

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคอนเทนเนอร์เวิร์กโหลด Red Hat Enterprise Linux 8.2 แนะนำ Udica เครื่องมือตัวใหม่ช่วยให้การสร้าง container-centric SELinux ได้ง่ายขึ้น เมื่อนำ Udica ไปใช้กับเวิร์กโหลดที่เฉพาะเจาะจง จะลดความเสี่ยงจากการที่อาจจะมีขั้นตอนที่สามารถ “หลุดรอด” จากคอนเทนเนอร์ และก่อให้เกิดปัญหาภายในกระทบไปยังคอนเทนเนอร์อื่น หรือกับโฮสต์เองได้

Linux ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะแกนหลักที่สำคัญของฝ่ายไอทีขององค์กร เป้าหมายหลักของ Red Hat Enterprise Linux 8.2 คือการลดอุปสรรคสำหรับผู้ใช้ใหม่และผู้ใช้เดิมที่มีอยู่ ทั้งนี้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการปรับปรุงการใช้งาน และประสบการณ์ผู้ใช้โดยรวมให้ง่ายขึ้น ดังนั้น Red Hat Enterprise Linux 8.2 จึงได้เพิ่ม 1.การผสานรวมการลงทะเบียน Red Hat Enterprise Linux subscription เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการติดตั้ง ซึ่งช่วยให้การติดตั้งใหม่ง่ายดายขึ้น 2.ความสามารถในการเปิดใช้งาน Red Hat Insights ระหว่างการติดตั้ง เพื่อทำให้การใช้งานโซลูชั่น Red Hat Insights สำหรับ Red Hat Enterprise Linux ใช้ได้กับทุกขนาดองค์กร และ 3.Red Hat ยังคงปรับปรุงและควบคุม Red Hat Enterprise Linux life cycle อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทดสอบการทำ in-place upgrade โซลูชั่น Red Hat Insights สามารถช่วยในการอัพเกรด และเครื่องมือ Convert2RHEL ซึ่งสามารถช่วยเปลี่ยนเวิร์คโหลดจากระบบปฏิบัติการที่ไม่มีการซัพพอร์ต เช่น CentOS ไปสู่ระบบปฏิบัติการ Red Hat Enterprise Linux แพลตฟอร์มเอ็นเตอร์ไพรส์ลินุกซ์ระดับโลกได้อีกด้วย

สเตฟานี ชีราส, Vice President and General Manager, Red Hat Enterprise Linux, Red Hat กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบัน ฝ่ายไอทีจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม กับซอฟต์แวร์ที่พวกเขาสร้างขึ้น มีความจำเป็นที่ต้องมีระบบปฏิบัติการที่มีความเสถียร และมีความพร้อมในการให้บริการตลอดเวลา บ่อยครั้งด้วยข้อจำกัดด้านบุคลากรและความจำเป็นในการต้องทำงานจากระยะไกล โดยไม่มีหลักประกันใดถึงเทคโนโลยีในอนาคต

“Red Hat Enterprise Linux 8.2 จึงมอบเครื่องมือต่าง ๆ พร้อมความสามารถในการตรวจสอบในเชิงรุก และชุดเครื่องมือคอนเทนเนอร์ที่พร้อมใช้สำหรับองค์กร ทำให้ทีมไอทีสามารถสนับสนุนความต้องการที่สำคัญในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันคงความพร้อมที่จะทำงานบนระบบคลาวด์ได้ทุกเวลาในอนาคตเมื่อพวกเขาสามารถทำได้” สเตฟานี ชีราส กล่าว

ด้าน สตีฟ ชอร์ต, Platforms Manager, UNIX, Kingfisher PLC กล่าวว่า การสร้างเซิร์ฟเวอร์ที่ได้ปรับแต่งพร้อมใช้งาน และมีความปลอดภัยสูงตั้งแต่วันแรก คือความต้องการที่สำคัญสำหรับฝ่ายไอทีของเรา Red Hat Enterprise Linux พร้อม Red Hat Insights ทำให้เรามีความสามารถในด้านนี้ ทำให้เราสามารถปรับใช้เซิร์ฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ทันที และตอบสนองความต้องการที่จำเป็นเมื่อเริ่มใช้งาน