เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัว เซิร์ฟเวอร์เน็กซ์เจน PowerEdge 17 รุ่น รองรับโครงสร้างพื้นฐานแบบอัตโนมัติ


กรุงเทพฯ : เดลล์ เทคโนโลยีส์ มุ่งหน้าสู่เน็กซ์เจนของการประมวลผลข้อมูล ด้วยการเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ Dell EMC PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่ทั้ง 17 รุ่น ที่ทรงพลังและมีความปลอดภัยสูงสุด  เพื่อมอบประสิทธิภาพทางด้านไอทีที่ทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับการทำงานของ AI และจัดการกับความต้องการใช้งานด้านไอทีเพื่อการประมวลผลที่ปลายทาง (Edge) มุ่งสู่โครงสร้างพื้นฐานแบบอัตโนมัติ (Autonomous Infrastructure)

นพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า ข้อมูลได้ถูกสร้างขึ้นและนำมาใช้ในทุก ๆ ที่ตลอดเวลามากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น และองค์กรต่าง ๆ ถูกท้าทายให้สามารถจัดการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

รายงานของ Gartner  ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2025  ข้อมูลที่อยู่นอก Data Center จะมีปริมาณสูงถึง 75%   เนื่องจากเทคโนโลยี 5G   ทำให้เกิด Smart Device,  Drone และเร่งสร้างข้อมูล  เกิดแนวคิด Edge Computing  ที่ประมวลผลโดยไม่ใช้ Data Center ซึ่งจะตอบโจทย์ Digital Transformation และมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ โดย 5G จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง  องค์กรระดับ Enterprise  และภาคอุตสาหกรรม  ไม่เฉพาะแต่ Consumer เท่านั้น

“ในขณะที่เราคิดค้นนวัตกรรมเพื่ออนาคตทางด้านไอที ระบบอัตโนมัติในระดับแอดวานซ์คือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีไม่ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะวางอยู่ที่ใดก็ตาม โดย PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่ของเรานำเสนอประสิทธิภาพที่สูงกว่าระดับเดิมเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเร่งความเร็วในการสร้างข้อมูลเชิงลึกและก้าวไปสู่การประมวลผลอัตโนมัติ (Autonomous Compute)” กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว

อภิชาติ อัศวาดิศยางกูร ผู้อำนวยการฝ่าย Data Center & Computer เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องจากทั้งปริมาณและความเร็วของข้อมูลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและธุรกิจต่างก็พยายามในการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลในเชิงลึกเพื่อการดำเนินงานจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆกัน นั่นหมายความว่าองค์กรธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายใหม่ๆทางไอทีและที่มากยิ่งไปกว่าเดิม นั่นคือองค์กรต่างต้องการความสามารถในการประมวลผลที่ตรงตามความต้องการเฉพาะด้านมากขึ้น สายผลิตภัณฑ์ เน็กซ์เจน PowerEdge ของเราได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้

“นี่คือสายผลิตภัณฑ์ PowerEdge ที่กว้างที่สุดเท่าที่เราเคยประกาศมา แพลตฟอร์มใหม่ของเราได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมศาสตร์ให้มอบความสามารถในการประมวลผลแบบ Adaptive Compute ได้อย่างแท้จริงและช่วยให้เกิดระบบการทำงานแบบอัจฉริยะ (Intelligent Systems) ที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานการประมวลแบบผลอัตโนมัติที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันที่ต้องการพลังในการประมวลผลสูงหรือมีความซับซ้อน ซึ่ง ความก้าวหน้าเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเพิ่มผลผลิตได้สูงสุด อีกทั้งยังมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งระยะเวลาการสร้างสรรค์นวัตกรรมภายในองค์กรของพวกเขา” ผู้อำนวยการฝ่าย Data Center & Computer เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประเทศไทย กล่าว

Dell EMC PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่ ช่วยให้พันธมิตรของเราขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีกำไรในการดำเนินธุรกิจด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีแบบครบวงจร (end-to-end) ที่มีความยืดหยุ่นสำหรับลูกค้าที่มองหาการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเติบโตในยุคของการดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง หรือดิสรัปชัน    การประมวลผลอัตโนมัติ (Autonomous Compute) ช่วยให้ลูกค้าได้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถปรับการใช้งานได้ด้วยตัวเอง (self-deployed) ทำโพรวิชั่นด้วยตัวเอง (Self-provisioned) และจัดการด้วยตัวเอง (Self-managed) อย่างเต็มที่ในอนาคต ปัจจุบัน ด้วยการทำงานผ่าน Dell EMC OpenManage Enterprise เครื่อง PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ และการจัดการระบบสามารถช่วยประหยัดเวลาได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ยและลดขั้นตอนอีกนับหลายสิบขั้นตอนด้วยระบบอัตโนมัติ

 

การเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีล่าสุดจาก AMD และ Intel ทำให้ PowerEdge เซิร์ฟเวอร์ใหม่มอบพลังในการประมวลผลที่จำเป็นให้กับเวิร์กโหลดและแอปพลิเคชันที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสุดของลูกค้า ได้แก่

  • PowerEdge R6515 ซึ่งมากับ 3rd Generation AMD EPYC™ โพรเซสเซอร์ ที่เร่งความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้สูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ในฐานบิ๊กดาต้าของ Hadoop ซึ่งช่วยเร่งเวลาสำหรับข้อมูลในเชิงลึก
    PowerEdge R750 มอบประสิทธิภาพที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้นถึง 43 เปอร์เซ็นต์
    PowerEdge R750 มอบประสิทธิภาพที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้นถึง 43 เปอร์เซ็นต์

     

  • PowerEdge R750 ด้วยโพรเซสเซอร์ 3rd Generation Intel® Xeon® Scalable ที่กำลังจะมาถึง มอบประสิทธิภาพที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้นถึง 43 เปอร์เซ็นต์ในการแก้สมการเชิงเส้นคู่ขนานจำนวนมาก รองรับเวิร์กโหลดที่ต้องใช้การประมวลผลมากที่สุด

ปัจจุบัน PowerEdge เซิร์ฟเวอร์มาพร้อมกับ PCIe Gen 4.0 ที่เพิ่มประสิทธิภาพของปริมาณงาน (Throughput) ขึ้นเป็น 2 เท่าจากรุ่นก่อนหน้า และเพิ่มตัวเร่งความเร็วสูงสุด 6 ตัวต่อเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่ท้าทายและที่ต้องการการใช้งานปริมาณดาต้าเป็นจำนวนมากที่สุด เทคโนโลยีเหล่านี้เมื่อทำงานควบคู่ไปกับระบบอัตโนมัติอัจฉริยะของ PowerEdge ทำให้นี่คือสายผลิตภัณฑ์ PowerEdge ที่รองรับการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สูงที่สุดในปัจจุบันทำให้องค์กรสามารถคาดการณ์และตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับสายผลิตภัณฑ์ PowerEdge ล่าสุด ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์แบบ Accelerator-optimized 2 รุ่นที่เปลี่ยนโฉมใหม่หมด (all-new) ได้แก่

  • PowerEdge XE8545 แหล่งกำเนิดพลัง (Powerhouse) สำหรับเวิร์กโหลดด้าน AI เสริมพลังให้กับ HPC Ready Solution ล่าสุดสำหรับ AI และ Data Analytics ทำให้ง่ายต่อการรัน AI วิเคราะห์ และประมวลผลเวิร์กโหลดในระดับแอดวานซ์ภายในระบบเดียว
  • PowerEdge R750xa สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งความเร็ว มอบประสิทธิภาพที่แน่นหนาของ GPU (GPU-dense) ในการเทรนแมชชีนเลิร์นนิ่ง การวินิจฉัย ตลอดจน AI ด้วยการสนับสนุนจากชุดซอฟต์แวร์ NVIDIA AI Enterprise ที่เป็นสิทธิ์เฉพาะสำหรับ VMware vSphere 7 Update 2 โดยเซิร์ฟเวอร์ 2U แบบ Dual Socket ถูกขับเคลื่อนโดย 3rd Generation Intel® Xeon® Scalable โพรเซสเซอร์ และรองรับ GPU แบบ Double-wide สูงสุดสี่ตัวและ GPU แบบ Single-wide 6 ตัว

ปัจจุบัน สายผลิตภัณฑ์ PowerEdge ใหม่ได้เสริม PowerEdge XR11 และ XR12 ใหม่ที่นำประสิทธิภาพและความปลอดภัยระดับองค์กรมาสู่รูปแบบเซิร์ฟเวอร์ที่มีความทนทาน ด้วยแชสซีที่แข็งแกร่งที่ใช้พื้นที่การจัดวางที่มีขนาดเล็กและรองรับตัวเร่งความเร็วที่หลากหลาย เซิร์ฟเวอร์ที่มีรูปทรงกระทัดรัดอย่าง XR11 และXR12 ซึ่งทำงานบน ได้รับการถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของเวิร์กโหลดที่ปลายทางที่เพิ่มมากขึ้น

ด้วยการออกแบบแชสซีอย่างมีเอกลักษณ์ เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่มาพร้อมพัดลมแบบท่อและระบบระบายความร้อนแบบปรับได้เพื่อการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์จากรุ่นก่อนหน้า ควบคู่ไปกับการระบายความร้อนแบบหลายเวกเตอร์ PowerEdge จะนำกระแสลมไปยังส่วนที่ร้อนที่สุดของเซิร์ฟเวอร์เพื่อระบายความร้อนที่ดีที่สุด โดย Direct Liquid Cooling สามารถพร้อมใช้งานในเซิร์ฟเวอร์บางรุ่นที่มากับเทคโนโลยีตรวจจับการรั่วไหลเพื่อค้นหาและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ Dell EMC PowerEdge C6525, R7525, R6525, R7515 และ R6515 เซิร์ฟเวอร์มาพร้อม 3rd Generation AMD EPYCTM  โพรเซสเซอร์  และ  Dell EMC PowerEdge XE8545 เซิร์ฟเวอร์ พร้อม 3rd Generation AMD EPYC โปรเซสเซอร์ และ NVIDIA A100 GPUs วางตลาดทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว  ส่วน Dell EMC PowerEdge C6520, MX750c, R750, R750xa, R650 เซิร์ฟเวอร์และ 3rd Generation Intel® Xeon® Scalable โพรเซสเซอร์ จะวางตลาดทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม 2564   และDell EMC PowerEdge R750xs, R650xs, R550, R450, และPowerEdge XR11 และ XR12 ที่แข็งแกร่ง จะออกสู่ตลาดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีพ.ศ. 2564