อรูบ้า (Aruba) เปิดตัว Aruba ESP แพลตฟอร์ม Cloud-Native แรกของอุตฯ เทคโนโลยีที่ใช้ AI วิเคราะห์ปัญหาระบบเครือข่าย Intelligent Edge


อรูบ้า (Aruba) เปิดตัว Aruba ESP แพลตฟอร์ม Cloud-Native แรกของอุตฯ เทคโนโลยีที่ใช้ AI วิเคราะห์ปัญหาระบบเครือข่าย Intelligent Edge

กรุงเทพฯ : อรูบ้า (Aruba) หนึ่งในเครือบริษัทฮิวเล็ตต์แพ็คการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ เปิดตัว Aruba ESP (Edge Services Platform) ซึ่งใช้บริการของ ArubaOS รุ่นใหม่ ทำให้เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์เพียงแพลตฟอร์มเดียวที่สามารถบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เฉพาะสำหรับการควบคุม (Controllerless) และนับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ใช้พลังความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Cloud-Native เพื่อคาดการณ์และแก้ไขปัญหาที่ระบบเครือข่ายส่วนปลาย (Network Edge) ก่อนที่ปัญหานั้นจะเกิดขึ้น

Aruba ESP (Edge Services Platform) สามารถบริหารจัดการและดำเนินงานได้แบบ Full-Stack ที่สามารถปรับขยายขนาดได้มากที่สุด เพื่อใช้กับสภาพแวดล้อมระบบเครือข่ายแบบใช้สายและแบบไร้สาย รวมทั้ง SD-WAN ได้ทุกขนาดโดยครอบคลุมทุกแคมปัส ศูนย์ข้อมูล สาขา และสถานที่ที่พนักงานเชื่อมต่อเข้ามาทำงานจากระยะไกล

ประคุณ เลาหกิตติกุล

ประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย อรูบ้า หนึ่งในเครือบริษัทฮิวเลตต์แพคการ์ด กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนโดย Internet Of Things ( IoT) , ปัญญาประดิษฐ์ (AI )และระบบอัตโนมัติ (Automation) ที่ได้รับการสนับสนุนด้วยการประมวลผลและระบบเครือข่ายที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอพพลิเคชันและภาระงานใหม่ ๆ ซึ่งทำงานประสานกันอยู่บนระบบคลาวด์

ด้วยเหตุนี้ อรูบ้าจึงได้เปิดตัว Aruba ESP (Edge Services Platform) แพลตฟอร์ม Cloud-Native แรกของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนระบบเครือข่าย Intelligent Edge ช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการองค์กรธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สุรชัย ชัยยารังกิจรัตน์

สุรชัย ชัยยารังกิจรัตน์ วิศวกรระบบ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย อรูบ้า หนึ่งในเครือบริษัทฮิวเลตต์แพคการ์ด กล่าวว่า Aruba ESP ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานแบบคลาวด์แก่ผู้ใช้งานที่ส่วนปลาย (Edge) ของระบบเครือข่าย เนื่องจาก Edge เป็นจุดที่ซึ่งผู้คน อุปกรณ์และสิ่งต่าง ๆ เชื่อมต่อเข้าสู่โลกดิจิทัล เช่น Mobile, Access Point ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลเข้ามา ปัจจุบันสามารถวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลได้ที่ Edge จึงเป็นที่มาของ Intelligent Edge

ทั้งนี้ Aruba ESP มีรากฐานการพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีหลัก 3 ส่วน ได้แก่ 1. โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นเอกภาพ (Unified Infrastructure) ครอบคลุมทุกระบบเครือข่ายระดับ Campus Network , Data Center รวมถึงสาขาและพนักงานที่ปฏิบัติงานจากระยะไกล (Remote Worker) มาไว้ภายใต้ Aruba Central ซึ่งเป็นแอพพลิเคชัน Cloud-Native ที่รวมเหตุการณ์ข้ามโดเมน (Cross-Domain Events) ทั้งหลายมาแสดงไว้บนจอภาพเดียว เพื่อลดเวลาในการแก้ไขปัญหาและข้อผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์ (Manual Errors)

2. AIOps เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของ Aruba ESP ซึ่งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอรูบ้ามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าทศวรรษในเรื่องของนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น โดยใช้ AI ในการวิเคราะห์หาต้นเหตุของปัญหาที่มีความถูกต้องมากกว่า 95% ทำให้ระบบเครือข่ายสามารถแก้ไขปัญหาเครือข่ายได้เองโดยอัตโนมัติ ตรวจสอบประสบการณ์ของผู้ใช้งานในเชิงรุก สามารถปรับแก้ระบบเครือข่ายเพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น ในการปรับใช้จริงของลูกค้าพบว่าการใช้ AIOps ส่งผลให้ความสามารถรับส่งข้อมูล (Throughput Capacity) เพิ่มขึ้น 15% และลดเวลาในการแก้ไขปัญหาลงเกือบ 90% เป็นผลรวมทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้และฝ่ายไอทีปรับปรุงดีขึ้นมาก และยังมีแอพพลิเคชั่น AI Insights ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่มาช่วยลดเวลาในการแก้ไขปัญหาโดยระบุปัญหาการกำหนดค่าเครือข่ายที่ยากต่อการดูแล (Hard-to-See Network Configuration Issue) และชี้ให้เห็นสาเหตุหลักของปัญหา แนะนำวิธีการแก้ไขและสามารถจัดการแก้ไขตัวระบบเครือข่ายเองได้โดยอัตโนมัติ

“ตัวอย่างเช่น User มีอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานลดลง คือ ทำงานช้ามาก AIOps จะเข้าไปช่วยปรับจูน wifi 2.4 และ wifi 5โดยอัตโนมัติ จากเดิมที่จะต้องให้วิศวกรที่มีประสบการณ์เข้าไปดำเนินการแก้ไข ซึ่งช่วยลดเวลาในการจูนลงได้ 90% ทั้งนี้ AI ของอรูบ้าจะแตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากอรูบ้าคิดค้นและพัฒนาอัลกอริทึม AI โดยนำข้อมูลมาจากลูกค้าหลายราย ซึ่งอาจพบเจอปัญหาเดียวกัน ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยไม่จำเป็นต้องเจอปัญหามาก่อน” สุรชัย กล่าว

3.ความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายแบบ Zero Trust (Zero Trust Network Security) เป็นการรวมเทคโนโลยีการให้สิทธิการเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access) , การแยกส่วนระบบเครือข่ายอย่างไดนามิก (Dynamic Segmentation) และการตรวจจับการบุกรุกโดยระบุตัวตน (Identity-Based Intrusion Detection) เพื่อขจัดความต้องการใช้วิธีการแบ่งส่วนระบบเครือข่าย (Segmentation) แบบดั้งเดิมโดยสินเชิง ในขณะที่ยังคงสามารถตรวจจับ, ป้องกัน, แยกแยะและหยุดการโจมตี ระบบเครือข่ายก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

เพื่อช่วยให้องค์กรเร่งการแปลงที่ Edge, Aruba ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอของ CX Switch โดยเพิ่ม Aruba CX 6200 Switch Series ซีรี่ส์ใหม่นี้นำเสนอความสามารถในการวิเคราะห์และมีระบบอัตโนมัติในตัวใช้ได้กับทุกเครือข่ายที่มีการเชื่อมต่อผู้ใช้และอุปกรณ์เกิดขึ้น โดยสามารถสร้างข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้นได้

สุรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ Aruba ได้เปิดตัว Developer Hub ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรที่ครอบคลุมครบถ้วนตามความต้องการของนักพัฒนา ศูนย์รวมนี้จะรวม Aruba APIs และเอกสารต่าง ๆ เพื่อใช้ปรับปรุงการพัฒนาแอพพลิเคชันให้มีประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและล้ำสมัยโดยใช้ประโยชน์จากการที่ Aruba ESP เป็นแพลตฟอร์มตามมาตรฐานระบบเปิด (Open Standards) เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับโซลูชั่นและบริการของผู้พัฒนารายอื่น (Third-Party) อาทิ Microsoft ซึ่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้องค์กรสามารถเลือกใช้บริการได้แบบ as a service บนระบบคลาวด์ หรือ ติดตั้งระบบเอง (On-Premises) และบริการแบบ Manged Service ผ่านพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ของ Aruba หรือจะเลือกใช้บริการแบบ Network as-a-Service ผ่านทาง HPE GreenLake อีกทั้งยังสามารถเลือกวิธีการชำระเงินได้ตามการใช้งาน โดยลูกค้าสามารถจัดซื้อจัดหาได้ด้วยทางเลือกทางการเงินที่ยืดหยุ่นผ่านทาง HPE Financial Services