หัวเว่ย – บางกอกโพสต์ – มูลนิธิอาเซียน ชูนวัตกรรมดิจิทัล ผลักดันเศรษฐกิจไทยและเอเชียแปซิฟิกฟื้นตัวหลัง COVID-19

THW 2024

กรุงเทพฯ :  บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับบริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิอาเซียน และพาร์ทเนอร์ทั้งภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมไอซีทีอีกกว่า 50 รายทั่วไทย จัดงาน “POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY” ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุมคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเ

งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ปลดล็อคศักยภาพใหม่ทางธุรกิจ ฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในยุคหลัง COVID-19 ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยียุคดิจิทัล ทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนของหัวเว่ยที่ยังคงเชื่อมั่นในประเทศไทย และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะผลักดันภูมิภาคอาเซียนให้มุ่งสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการลงทุนและอีโคซิสเต็มของพาร์ทเนอร์ในพื้นที่ ภายในงานดังกล่าวยังได้จัดแสดงเทคโนโลยีไฮไลท์เช่น คลาวด์เพื่อการเกษตร นวัตกรรม AI เพื่ออุตสาหกรรมการผลิต และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพลังงานสะอาด สำหรับประยุกต์ใช้กับประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ประธานในพิธี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี

ในพิธีเปิดงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY ได้รับเกียรติจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี  พร้อมกล่าวปราศรัยว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟูประเทศหลังการระบาดของ COVID -19   เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G  คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล นำไปสู่การต่อยอดนวัตกรรม การสร้างอาชีพ และสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ประชาชน 

ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) บางกอกโพสต์ และมูลนิธิอาเซียน ได้ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน เพื่อใช้เทคโนโลยีสำหรับการพัฒนาประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และพัฒนาประสิทธิภาพของภาครัฐ ให้เกิดความมั่งคั่ง ยั่งยืน และความมั่นคงให้กับประเทศไทยในระยะยาว

พล.อ.ประวิตร กล่าว

ดร. หยาง มี เอ็ง กรรมการบริหารของมูลนิธิอาเซียน  กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ว่า  ขอใช้โอกาสนี้ในการยกย่องทั้งหัวเว่ยและบางกอกโพสต์ที่ได้ริเริ่มจัดงาน HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการนำผู้นำในส่วนของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ผู้นำความคิด และนักวิชาการต่างๆ มาร่วมกันจุดประกายไอเดียนวัตกรรม ICT ใหม่ๆ และเปิดทางให้เกิดการฟื้นตัวในยุคหลัง COVID-19 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น”

ดร. ลี ขวน หลาน ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย ICT และการท่องเที่ยว สำนักงานเลขาธิการอาเซียน กล่าวย้ำว่า ขุมพลังของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพในการผลักดันให้ธุรกิจต่างๆ สามารถขยับขยายโมเดลธุรกิจของพวกเขาไปในระดับภูมิภาค ดังนั้น ทุกฝ่ายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกควรจะประยุกต์ใช้แนวทางพื้นฐานของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่เรายินดีกับความร่วมมือในการจัดงาน Asia Pacific Innovation Day ระหว่างมูลนิธิอาเซียน บางกอกโพสต์ และหัวเว่ยในครั้งนี้

วรชัย พิจารณ์จิตร รองประธานกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างเครือบางกอกโพสต์และหัวเว่ย ประเทศไทย ในการจัดงานครั้งนี้ว่า ทางบางกอกโพสต์ มูลนิธิอาเซียน และหัวเว่ยได้ร่วมมือกันจัดงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY เป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อร่วมกันศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแอปพลิเคชันจากเทคโนโลยีคลาวด์ 5G AI หรือพลังงานดิจิทัล ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในแต่ละอุตสาหกรรม เราจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทั้งหลายในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสำรวจถึงแนวทางการเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ปลดล็อคศักยภาพใหม่ทางธุรกิจ ตลาดใหม่ โมเดลธุรกิจใหม่ ให้แก่องค์กรธุรกิจทุกรูปแบบและทุกขนาดในประเทศไทยที่กำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาด COVID-19

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทย ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทยและระบบเศรษฐกิจของข้อมูลเติบโตเป็นอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยจะมีสัดส่วนถึง 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือเร็วกว่านั้น ซึ่งในระหว่างการการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ เรามุ่งมั่นที่จะประสานความร่วมมือกับหัวเว่ยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้นวัตกรรมดิจิทัลผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

ณัฐพล รังสิตผล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงการยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะถูกปรับใหม่ในยุคหลังโควิด-19 จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ อาทิ 5G AI  และ IoT (Internet of Things) ต่างช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรมและการผลิต เพื่อช่วยให้ประเทศไทยพร้อมรับกับอุตสาหกรรม 4.0

กัว ผิง ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวว่า COVID-19 ส่งผลให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเขายังคงเชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในยุคหลัง COVID -19 ของภูมิภาคนี้ ซึ่งได้เน้นย้ำว่าเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G คลาวด์ และ AI จะกลายเป็นเสาหลักของการฟื้นตัวและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศ

หัวเว่ยจะยังคงสร้างนวัตกรรมและอีโคซิสเต็มของเทคโนโลยีต่อไป เพื่อช่วยให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วขึ้น เราได้ใช้ 5G คลาวด์ และ AI เพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล และเราจะมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมให้แก่โซลูชันคลาวด์และ AI ของเราต่อไป เพื่อสร้างคุณค่าที่แข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ทั้งนี้ เราวางแผนจะลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงสามปีต่อจากนี้เพื่อช่วยสร้างอีโคซิสเต็มให้แก่สตาร์ทอัปในภูมิภาค หัวเว่ยเชื่อมั่นว่าทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะประสบความสำเร็จในการผลักดันตัวเองเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งหัวเว่ยจะวางรากฐานอันแข็งแกร่งในภูมิภาคนี้ เพื่อรองรับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในอีก 10 ปีข้างหน้า

กัว ผิง กล่าว

หลิน ไป่เฟิง ประธานบริหาร หัวเว่ย เอเชีย แปซิฟิค เน้นว่า  ในฐานะหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายและมีประชากรมากที่สุดของโลก เอเชียแปซิฟิคกำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นภูมิภาคด้านดิจิทัลแถวหน้าของโลก ด้วยความร่วมมือกว่า 20 ปี และการให้การสนับสนุนแก่ภูมิภาคนี้ หัวเว่ยยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลของประเทศไทย และภูมิภาค ครอบคลุม 3 ด้านคือ การเชื่อมต่อและความอัจฉริยะ การพัฒนาด้านการลดการปล่อยคาร์บอน และการสร้างความ เท่าเทียมทางดิจิทัล

ด้านอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและพันธกิจของหัวเว่ยในตลาดประเทศไทยว่า“เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นประเทศไทยผันตัวเป็นขุมพลังด้านดิจิทัลชั้นนำในอาเซียน ทั้งนี้ หัวเว่ยจะมุ่งมั่นผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทยซึ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่าน 4 แนวทางหลัก แนวทางแรกคือ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทั่วถึงผ่านเทคโนโลยี 5G โดยการประยุกต์ใช้ 5G ในภาคอุตสาหกรรมแนวดิ่งต่างๆ แนวทางที่สองคือ หัวเว่ย คลาวด์ โดยเราจะสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะในประเทศไทยผ่านบริการคลาวด์ทุกรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันหัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกเพียงรายเดียวที่มีศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ทั้งยังเตรียมขยายศูนย์ข้อมูลแห่งที่สามเพื่อรองรับการให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แนวทางที่สามคือ การสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับแนวทางการพัฒนาที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน                    ไดออกไซด์ของประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2593 ตามกลยุทธ์ของประเทศ และแนวทางที่สี่คือ การสร้างอีโคซิสเต็มแห่งนวัตกรรมอันอุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย ด้วยศูนย์ 5G Ecosystem Innovation Center โครงการ Spark Program และโครงการ Huawei ASEAN Academy รวมถึงโครงการสำหรับบ่มเพาะทักษะดิจิทัลต่างๆ 

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการลดคาร์บอนให้เป็นศูนย์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเรามั่นใจว่าประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานกว่า 30 ปีของหัวเว่ย พร้อมด้วยนักวิจัยในสายอุตสาหกรรมพลังงานมากกว่า 6,000 คน และการแบ่งสัดส่วนรายได้ของเราเกือบ 15% เพื่อใช้เป็นงบประมาณด้านการวิจัยพัฒนาในทุก ๆ ปี จะทำให้เราสำเร็จตามเป้าหมายนี้ได้

อาเบล เติ้ง กล่าว

ภายในงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY มีนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกหลากหลายรูปแบบซึ่งแสดงกรณีศึกษาและโซลูชันที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงการเสริมสร้างอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก คือส่วนของการสร้างนิยามใหม่ให้แก่โครงสร้างพื้นฐาน ที่จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี 5G คลาวด์ และ AI จากทุกภาคอุตสาหกรรมจะสามารถผสานรวมกันและปลดปล่อยคุณค่าที่แท้จริงได้อย่างไร ส่วนที่สองคือการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมคมนาคมแบบอัจฉริยะ สถานศึกษาอัจฉริยะ ไปจนถึงอุตสาหกรรมการเงินอัจฉริยะ และส่วนที่สามคือ ส่วนการจัดแสดงของพาร์ทเนอร์ ซึ่งหัวเว่ยได้รวบรวมพาร์ทเนอร์อันทรงคุณค่าที่จะมาช่วยกันสร้างอีโคซิสเต็มที่อุดมสมบูรณ์ในโลกอัจฉริยะ

โดยเทคโนโลยีสำคัญที่จัดแสดงภายในงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY ครั้งนี้ ประกอบด้วย นวัตกรรมสำหรับภาคอุตสาหกรรมการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมพลังงานอัจฉริยะซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในประเทศไทย โดยนวัตกรรมแรกได้แก่ Cloud Tractor Training ที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้ลองฝึกขับรถแทรกเตอร์การเกษตรผ่านเครือข่าย 5G และเทคโนโลยีคลาวด์ ซึ่งเกษตรกรไทยสามารถใช้ฝึกฝนการขับรถแทรกเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ Machine Vision Product Line ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี AI ไปติดตั้งกับกล้องตรวจเช็คคุณภาพสินค้าจากโรงงานผลิต ด้วยความแม่นยำในการตรวจสอบถึง 90% ช่วยลดการใช้แรงงานคนได้ถึง 70%

หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองใน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY นี้คือ พลังงานอัจฉริยะดิจิทัลพาวเวอร์  นวัตกรรมสำหรับภาคอุตสาหกรรมพลังงาน เพื่อการพัฒนาพลังงานสะอาดและการนำอุตสาหกรรมพลังงานแบบดั้งเดิมเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานไฟฟ้า ผสมผสานกระบวนการไหลเวียนของข้อมูลและพลังงานเพื่อผลักดันการปฏิวัติพลังงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยหัวเว่ยมีประสบการณ์ด้านข้อมูลดิจิทัล พลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีด้านพลังงานมานานกว่า 30 ปี รวมทั้งยังได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านเครือข่ายทั่วโลกมากกว่า 340 ราย และได้มีการติดตั้งใช้งานไปแล้วในกว่า 170 ประเทศ ซึ่งช่วยผลิตพลังงานสะอาดให้ลูกค้าไปแล้วแก่ 403.4 พันล้านกิโลวัตต์ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 200 ล้านตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง 270 ล้านต้น

ทั้งนี้หัวเว่ยได้เปิดตัวธุรกิจดิจิทัลพาวเวอร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2564  ซึ่งจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในด้านลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การปรับเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า และด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดิจิทัลในปริมาณมหาศาล ต่อยอดเป็นเทคโนโลยี AI (intelligentalization) ผ่านการใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่และ Smart PV โครงข่ายการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ ศูนย์ข้อมูลดาต้าอัจฉริยะ และศูนย์พลังงานสีเขียว  ปัจจุบัน หัวเว่ยได้ให้บริการแก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในประเทศไทยมากกว่า 1,000 ราย 

นวัตกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ยังรวมถึงสมุดปกขาว Intelligent World 2030 ที่ระบุถึงเทรนด์เทคโนโลยีสำคัญอันน่าจับตามองจากทางหัวเว่ย เทคโนโลยีคลาวด์จากหัวเว่ย เทคโนโลยี 5G Bullet Time เทคโนโลยีเกม VR ผ่านคลาวด์และ 5G อุตสาหกรรมสาธารณสุขอัจฉริยะ อุตสาหกรรมการเงินอัจฉริยะ และอุตสาหกรรมการศึกษาอัจฉริยะ เป็นต้น

5G Ambulance  ใช้งานจริงแล้วที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
5G Ambulance ใช้งานจริงแล้วที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดคอร์สการฝึกอบรม Hands-on Lab ซึ่งจะมีบรรดาผู้เชี่ยวชาญจากหัวเว่ยคลาวด์เข้ามาให้การฝึกอบรมบริการด้านคลาวด์ของหัวเว่ยให้แก่บุคลากรด้านไอที รวมถึงช่วยฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับการนำเทคโนโลยีการประมวลผลคอมพิวเตอร์แบบคลาวด์ไปติดตั้งและใช้งานจริง และยังได้มีการจัดการแข่งขัน HUAWEI CLOUD Developer Competition เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ในโจทย์เรื่อง “การสร้างสิ่งที่ดีให้แก่ประเทศไทยและสังคมไทย เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมให้แก่ประเทศที่สวยงามประเทศนี้


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save