ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์เดือนก.ย. 179,237 คัน เพิ่มขึ้น 27.99% ส่งออก 100,389 คัน เพิ่มขึ้น 35.97%


ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์เดือนก.ย. 179,237 คัน เพิ่มขึ้น 27.99% ส่งออก 100,389 คัน เพิ่มขึ้น 35.97%
ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์เดือนก.ย. 179,237 คัน เพิ่มขึ้น 27.99% ส่งออก 100,389 คัน เพิ่มขึ้น 35.97%

สุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกันยายน 2565 ดังต่อไปนี้

 

การผลิต

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกันยายน 2565 มีทั้งสิ้น 179,237 คัน สูงสุดในรอบ 9 เดือนเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 27.99 และเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2565 ร้อยละ 4.37 เนื่องจากผลิตเพื่อส่งออกได้ถึง 106,190 คันเท่ากับร้อยละ 59.25 ของยอดผลิตทั้งหมดจากการได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้นในรถยนต์บางรุ่นที่ผลิตเพื่อส่งออกโดยเฉพาะรถกระบะและรถ PPV ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.27 และร้อยละ 132.97 จากกันยายนปีที่แล้วตามลำดับ และผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.92 

 สำหรับจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – กันยายน 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,364,037 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 12.55

รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2565 ผลิตได้ 61,468 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 13.68

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2565 มีจำนวน 417,141 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 30.58 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 4.72

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกันยายน 2565 ผลิต 12 คัน ซึ่งไม่มีการผลิตในเดือนกันยายน 2564 แต่ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2565 ผลิตได้ 14 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 51.72

รถยนต์บรรทุก เดือนกันยายน 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 117,757 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 36.98 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 946,882 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 22.32

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 113,652 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 37.22 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 915,499 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 67.12ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 22.15 โดยแบ่งเป็นรถกระบะบรรทุก 226,448 คันเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 20.34 รถกระบะดับเบิลแค็บ 578,374 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 22.81

และรถกระบะ PPV 110,677 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ22.46

 

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน มากกว่า 10 ตัน เดือนกันยายน 2565 ผลิตได้ 4,105 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 30.77 รวมเดือนมกราคม กันยายน 2565 ผลิตได้ 31,383 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 27.61

 

ผลิตเพื่อส่งออก 

เดือนกันยายน 2565 ผลิตได้ 106,190 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 59.25 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 30.64 ส่วนเดือนมกราคม – กันยายน 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 703,553 คัน เท่ากับร้อยละ 51.58 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 0.55

รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2565 ผลิตเพื่อการส่งออก 33,852 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 18.86 และตั้งแต่เดือนมกราคม กันยายน 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 147,533 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 35.37 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 30.53

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2565 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 72,338 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 37 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 556,020 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 60.73 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 14.10 โดยแบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก 63,656 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 0.82 รถกระบะดับเบิลแค็บ 428,249 คันเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 15.84  รถกระบะ PPV 64,115 คัน   เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 19.96

 

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 

เดือนกันยายน 2565 ผลิตได้ 73,047 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 40.75 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 24.32 และเดือนมกราคม – กันยายน 2565 ผลิตได้ 660,484 คัน เท่ากับร้อยละ 48.42 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 28.93

รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2565 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 27,616 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 7.90 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม กันยายน 2565 ผลิตได้ 269,608 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 64.63 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม กันยายน 2564 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.59

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2565 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 41,314 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 37.60 และตั้งแต่เดือนมกราคม กันยายน 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 359,479คัน มีสัดส่วนร้อยละ 39.27 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม กันยายน 2564 ร้อยละ 37.10 ซึ่งแบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก 162,792 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 31.29 รถกระบะดับเบิลแค็บ 150,125 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 48.23 และรถกระบะ PPV 46,562 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 26.07

 

รถจักรยานยนต์ 

เดือนกันยายน 2565 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 249,710 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 61.23 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 197,450 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 79.47 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 52,260 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 16.50

 ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,951,450 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 17.02 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,474,782 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ15.26 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 476,668 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 22.80

 

ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกันยายน 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 74,150 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 15.64 จากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศได้สะดวกขึ้นหลายล้านคน การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกันเป็นต้น การส่งออกที่เติบโตต่อเนื่องมาหลายเดือน การประกันรายได้เกษตรกร รวมทั้งดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น รวมทั้งมีรถยนต์รุ่นใหม่ออกมาขายด้วย และเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2565 ร้อยละ 8.71

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 150,297 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 36.78 และลดลงจากเดือนสิงหาคม 2565 ร้อยละ 12.53

ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2565 รถยนต์มียอดขาย 633,687 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 19.13 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,362,572 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 13.34

 

การส่งออก

รถยนต์สำเร็จรูป 

เดือนกันยายน 2565 ส่งออกได้ 100,389 คัน สูงสุดในรอบ 9 เดือน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว ร้อยละ 36.91 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 35.97 จากการผลิตเพื่อส่งออกที่กลับมามีสัดส่วนร้อยละ 54.13 ของยอดผลิตรถยนต์เดือนกันยายน 2565 เพราะได้รับชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์ส่งออกบางรุ่น จึงส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาดยกเว้นตลาดยุโรป มูลค่าส่งออกรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นเพราะรถกระบะและรถ PPV มีราคาสูงกว่ารถอีโคคาร์ มูลค่าการส่งออก 67,505.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 50.76 การส่งออกเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ยังคงเติบโต ดังนี้

  •  เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,933.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 1.02
  •  ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 16,904.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 9.63
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,723.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 35.93

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกันยายน 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 91,067.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 37.78

เดือนมกราคม – กันยายน 2565 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 706,444 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 4.28 และมีมูลค่าการส่งออก 435,508.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 10.35

  • เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 32,579.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 15.48
  • ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 153,450.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 1.45
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 21,013.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 15.36

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 642,551.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 8.48

 

รถจักรยานยนต์

เดือนกันยายน 2565 มีจำนวนส่งออก 92,659 คัน (รวม CBU + CKD) โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 33.94 และเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2565 ร้อยละ 4.50 โดยมีมูลค่า 6,778.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 38.28

  • ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 316.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 85.34
  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 227.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 28.04

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 7,323.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 39.47

เดือนมกราคม – กันยายน 2565 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 762,202 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 5.81 โดยมีมูลค่า 52,609.72 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 10.85

 ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,968.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 9.37

  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,888.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 21.43

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 56,466.03 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 9.46

เดือนกันยายน 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 98,391.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 37.91

เดือนมกราคม – กันยายน 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 699,017.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 6.77

 

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนกันยายน 2565 

เดือนกันยายน 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,210 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนปีที่แล้วร้อยละ 275.85 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งมีทั้งสิ้น 1,065 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 316.02  
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 1 คัน ซึ่งเดือนกันยายน 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน
  • รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 12 ซึ่งเดือนกันยายน 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน แบ่งเป็นรถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน 9 คันและรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน 3 คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 972 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 192.77
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 158 คัน ซึ่งเดือนกันยายน 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน
  • รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 2 คัน ซึ่งเดือนกันยายน 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน

เดือนมกราคม – กันยายน 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 13,298 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายนปีที่แล้วร้อยละ 223.47 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 5,857 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 292.82 แบ่งเป็น รถยนต์นั่งจำนวน 5,830 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 22 คัน และรถยนต์บริการธุรกิจ 5  คัน
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 16 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 166.67
  • รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 164 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 331.58 แบ่งเป็นรถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน 142    คัน และรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน22    คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 6,982 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 171.57 แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 6,979 คัน และรถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน3  คัน
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 259 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 6,375
  • รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 20 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 1,900

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนกันยายน 2565 

เดือนกันยายน 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 6,718 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนปีที่แล้วร้อยละ 176.01 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 6,675 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 182.00 แบ่งเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 6,662 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน   10 คัน รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 1 คัน และรถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 2 คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 43  คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 35.82

เดือนมกราคม – กันยายน 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน  49,811 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนปีที่แล้วร้อยละ 74.91 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 49,454 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน2564 ร้อยละ 82.29 แบ่งเป็น รถยนต์นั่งจำนวน 49,378 คัน รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน     65  คัน รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 3  คันรถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 7  คัน และรถยนต์บริการให้เช่าจำนวน 1   คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 357 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 73.54

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนกันยายน 2565 

เดือนกันยายน 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,083 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนปีที่แล้วร้อยละ 79.60 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 1,083 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2564 ร้อยละ 79.60  

 

เดือนมกราคม – กันยายน 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน  8,792 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายนปีที่แล้วร้อยละ 63.57 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 8,792 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ร้อยละ 63.57 แบ่งเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 8,791 คัน และรถยนต์บริการให้เช่าจำนวน 1   คัน

 

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 30 กันยายน 2565

ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 24,570 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 155.19 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 9,942 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 171.64

  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 9,811 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 176.21
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 125 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 2,400
  • รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 6 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 500

รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 57 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 147.83

รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 429 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 66.93

  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 56 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 100
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 373 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 62.88

รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 13,625 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 144.66

  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 13,554 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 144.30
  • รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน  71 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 238.10

อื่นๆ 

  • รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 495 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 302.44
  • รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 22 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 2,100

 

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 30 กันยายน 2565

ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 245,769 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 29.77 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 236,825 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 30.94

  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 236,226 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 31.11
  • รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 492 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 16.61
  • รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 25 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 3.85
  • รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 79 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 6.76
  • รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 3 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 

รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 

รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 8,941 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 5.06

  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 8,941 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 5.06

อื่นๆ 

  • รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 
  • รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564

 

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 30 กันยายน 2565

ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 39,895 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 35.38 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 39,895 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 35.38

  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 39,834 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 35.47
  • รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 39 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 4.88
  • รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 20 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 13.04
  • รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 2 คัน ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน


VEGA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save