สภาสถาปนิก’19 ระดมทัพนวัตกรรมก่อสร้างคาดมีผู้เข้าชมตลอดงาน 90,000 คน พร้อมเดินหน้ายกระดับวงการสถาปนิก -ธุรกิจก่อสร้าง


สภาสถาปนิก’19 ระดมทัพนวัตกรรมก่อสร้างคาดมีผู้เข้าชมตลอดงาน 90,000 คน พร้อมเดินหน้ายกระดับวงการสถาปนิก -ธุรกิจก่อสร้าง

สภาสถาปนิกร่วมกับ บริษัท อารยะเอ็กซ์โป จำกัด เปิดงานสภาสถาปนิก’19 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก ภายใต้แนวคิด “RE-ACT:ตอบสนอง ต่อยอด ต่อเนื่อง” โดยสภาสถาปนิก ร่วมกับ บริษัท อารยะเอ็กซ์โป จำกัด ในระหว่างวันที่ 14-17 พฤศจิกายน 2562 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี คาดมีผู้เข้าชมตลอดงาน 90,000 คนพร้อมประกาศเดินหน้ายกระดับวงการสถาปนิกและสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้าง

ประกิตติ เกษมสันต์

พลอากาศตรี หม่อมหลวงประกิตติ เกษมสันต์ นายกสภาสถาปนิก กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการลดภาระค่าธรรมเนียม มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัย ออกโครงการบ้านล้านหลัง รวมไปถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ทั้งยังเดินหน้าขยายโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความพยายามเหล่านี้มีผลช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจก่อสร้างเกิดการขยายตัว ช่วยลดอุปทานในตลาดและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนสร้างโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจวัสดุก่อสร้างและงานก่อสร้าง รวมไปถึงงานด้านสถาปัตยกรรมด้วยเช่นกัน

“แต่ขณะเดียวกัน ความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านรสนิยมในงานออกแบบประเภทวัสดุ นวัตกรรมในงานก่อสร้างและการตกแต่งที่อยู่อาศัย รวมไปถึงช่องทางในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในวงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมวิศวกรรม และนักออกแบบจึงจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว งานสภาสถาปนิก’19 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกนี้ โดยใช้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “RE-ACT: ตอบสนอง ต่อยอดต่อเนื่อง” เพื่อสื่อถึงการที่ผู้ประกอบการทุกวิชาชีพต้องศึกษาต่อยอดความรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในสังคมปัจจุบัน

“สภาสถาปนิกมีความมั่นใจว่างานสภาสถาปนิก’19 จะไม่เพียงแค่เป็นประโยชน์กับสถาปนิกและผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยนำความรู้ใหม่ๆนวัตกรรมและแรงบันดาลใจในการออกแบบมาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทย เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถก้าวนำหน้าความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา”นายกสภาสถาปนิกกล่าว

ประกิต พนานุรัตน์

ประกิต พนานุรัตน์ ประธานจัดงานสภาสถาปนิก’19 กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา สภาสถาปนิกมุ่งส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมให้แก่สมาชิก ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลกรในวิชาชีพสถาปนิกของประเทศไทยโดยตรง ในวันนี้สภาสถาปนิกได้ร่วมกับบริษัท อารยะเอ็กซ์โป จำกัดจัดงานสภาสถาปนิก’19 ขึ้น โดยพยายามที่จะนำสิ่งใหม่ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับวงการสถาปนิกและอุตสาหกรรมก่อสร้าง งานนี้จึงเป็นงานประชุมเชิงวิชาการทางด้านสถาปัตยกรรมและงานแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างระดับนานาชาติงานแรกของประเทศไทยที่ครอบคลุมครบทั้ง 4 สาขาวิชาชีพสถาปัตยกรรม ได้แก่ สถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ภูมิสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมผังเมือง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม รวมถึงอัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ทั้งยังเป็นศูนย์รวมเครือข่ายมืออาชีพในวงการเพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ นอกจากนี้ สภาสถาปนิกยังได้เชิญวิทยากรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมาแบ่งปันความรู้และแนวคิดด้านการออกแบบ รวมถึงช่วยสร้างกระบวนการทางความคิดและพัฒนาวิชาชีพให้กับสถาปนิกไทยอีกด้วย

ภายในงานสภาสถาปนิก’19 มีงานสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรมรวมมากกว่า 30 หัวข้อ แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่

  • Forum A: The Keynote (A Forum for Inspiration)เป็นการเปิดโอกาสให้สถาปนิกไทยและผู้ที่สนใจได้เข้าร่วมรับฟังแนวคิดจากสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในระดับโลกอาทิ สเตฟาโน โบเอรี่ (Stefano Boeri) สถาปนิกและนักออกแบบเมืองชื่อดังจากอิตาลี แอนดริว แกรนท์ (Andrew Grant) สถาปนิกระดับโลกจากประเทศอังกฤษเจ้าของผลงานออกแบบ Gardens by the bay ที่มีชื่อเสียงของสิงคโปร์ บาร์บาร่า แบรี่ (Barbara Barry)มัณฑนากรระดับโลกจากลอสแอนเจลิสที่ทำงานอินทีเรียสไตล์ luxury อันเป็นเอกลักษณ์เป็นต้น เพื่อเป็นการให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาการทำงานสู่ระดับสากลต่อไป
  • Forum B: The Practice (Sharing Knowledge from a Master)ให้ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพแก่สมาชิกสภาสถาปนิกและประชาชนทั่วไป โดยจะมีเนื้อหาครอบคลุมการปฏิบัติวิชาชีพทั้ง 4 สาขา รวม 5 ประเภทงาน ทั้งในส่วนงานศึกษาโครงการ งานออกแบบ งานบริหารและอำนวยการก่อสร้าง งานตรวจสอบ และงานให้คำปรึกษา
  • Forum C: The Innovation (Discussion for the Best Solution)สัมมนาที่มุ่งเน้นการแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางสถาปัตยกรรม รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการในเชิงลึกจากผู้ประกอบการในแวดวงผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมากมาย อาทิ JORAKAY, COTTO, MAKITA เป็นต้น
  • Forum D: The ACT Services (ACT Commitment to Serve Our Society)กิจกรรมที่สภาสถาปนิกให้บริการสังคมในรูปแบบของการให้คำปรึกษาโดยตรงแก่ประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมโดยกลุ่มสถาปนิกอาสา และยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานและสถาบันการศึกษาเผยแพร่ผลงาน งานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ

“นอกจากนี้ ภายในงานยังรวบรวมกิจกรรมที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายของงานไว้อย่างมากมาย งานสภาสถาปนิก’19 จึงเป็นงานที่ครบถ้วนในทุกมิติของงานสถาปัตยกรรมที่สถาปนิก นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้รับเหมาก่อสร้าง วิศวกร และคนในแวดวงสถาปัตยกรรมอย่างแท้จริง” ประกิต กล่าว

เอกฐนิธ กิตติอำพน

พลเรือเอกฐนิธ กิตติอำพน ผู้ก่อตั้งการจัดงานสภาสถาปนิก ซึ่งมีส่วนผลักดันทำให้เกิดงานสภาสถาปนิก‘19ในฐานะประธานในพิธี กล่าวแสดงความยินดีที่มีการจัดงานสภาสถาปนิก‘19 ขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย ทั้งนี้มีการจัด Forum ต่างๆในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งสถาปนิกไทยต้องเสียเวลาเดินทางไปยังต่างประเทศ การจัดForum ที่ประกอบด้วยงานสัมมนา เสวนา และประชุมเชิงวิชาการทางสถาปัตยกรรมรวมมากกว่า 30 หัวข้อในครั้งนี้ ทำให้สถาปนิกได้รับทราบประสบการณ์ และเพิ่มพูนความรู้ทางด้านงานสถาปัตยกรรม ซึ่งจำนวนที่นั่งที่มี 5,300ที่นั่งเต็มหมดทุกที่นั่ง และ ทุก Forum เนื่องจากปีนี้เพิ่งจัดงานเป็นครั้งแรก ทำให้ผู้เข้าร่วมงานไม่มากนัก แต่ในปีหน้าคาดว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากยิ่งขึ้น

ศุภแมน มรรคา

ด้าน ศุภแมน มรรคา ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท อารยะ เอ็กซ์โป จำกัด ผู้จัดงานสภาสถาปนิก’19 กล่าวว่า การจัดงานสภาสถาปนิก’19 ครั้งแรกนี้ ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายอย่างล้นหลาม มีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างกว่า 500 ราย จาก 30 ประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม สิงคโปร์ เยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ที่ตอบรับเข้าร่วมแสดงสินค้าคิดเป็นสัดส่วนผลิตภัณฑ์จากต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 25% ทั้งยังมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมงานมากกว่า 50 ราย

นอกจากนี้ไฮไลท์สำคัญภายในงานคือ Product Launching Dayซึ่งถือเป็นครั้งแรกสำหรับเวทีที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ชั้นนำในแวดวงผลิตภัณฑ์ก่อสร้างได้นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ที่จะเปิดตัวในปีพ.ศ.2563 และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อนมานำเสนอเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในวันเปิดงาน

งานสภาสถาปนิก’19

งานสภาสถาปนิก’19

สำหรับผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่จะเปิดตัวภายในงานสภาสถาปนิก’19 เริ่มจากระบบเจาะยึดเพื่อการติดตั้งผนังRainScreen แบบ Dry-process นำเข้าจากเยอรมนีและชุดท่อระบายน้ำสำหรับงานภูมิทัศน์ นำเข้าจากเยอรมนี โดยบริษัท ดีวันซิสเต็ม จำกัด

งานสภาสถาปนิก’19

SUNTECH Hybrid Cooling Roof & Panel หลังคาและผนังที่มาพร้อมฉนวนกันความร้อน PU Foam คุณภาพสูง ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย มีหลังคาให้เลือก 20 ลอน โดยบริษัท ซันเทคสตีลเวิคส์ จำกัดซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท เพิ่มสินสตีลเวิร์คส จำกัด (มหาชน) ในต้นปีหน้า จะนำผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมเคลือบสี ป้องกันความเค็ม เหมาะใช้งานในรีสอร์ทตามทะเล ซึ่งมีความทนทานและเบากว่าเหล็กถึง 3 เท่า

งานสภาสถาปนิก’19

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำเสนอ จี คัลเลอร์ มอร์ตาร์ ผลิตภัณฑ์ปูนฉาบที่ผลิตจากหินปูนธรรมชาติ (Lime) ผสานด้วยเทคโนโลยีกราฟีน(Graphene) ช่วยเพิ่มคุณสมบัติการรับแรงกดอัด และเพิ่มความยืดหยุ่นเหมาะสำหรับงานฉาบเพื่อการซ่อมแซมบูรณะโบราณสถาน ซึ่งตอบโจทย์มากกว่าการใช้ปูนซีเมนต์ โดยจับมือกับ Partner ประเทศสเปน นำไปซ่อมโบราณสถานที่สเปนและซ่อมแซมบ้านเก่าอายุเกิน 100 ปีที่มาเลเซีย

งานสภาสถาปนิก’19

ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ซี.ดับบลิว. เทคนิคเซอร์วิส เปิดตัวInorganic Self Luminescent Wall & Floor Tiles นวัตกรรมเรืองแสงที่สามารถเก็บแสงธรรมชาติในเวลากลางวันและปล่อยพลังงานในรูปแบบของการเรืองแสงในเวลากลางคืน โดยใช้เวลาดูดซับและกักเก็บพลังงานเพียง 15-20 นาที แต่สามารถเรืองแสงยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง ตอบโจทย์ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับงานป้ายโฆษณา ลู่วิ่ง รันเวย์ โรงภาพยนตร์ สวนสาธารณะ และงานตกแต่งสวน

ศุภแมน กล่าวว่า ภายในงานยังมีโซน Designer Hub Pavilion ซึ่งเป็นพื้นที่ให้นักออกแบบจากทุกสาขาวิชาชีพที่เป็นสมาชิกของสภาสถาปนิกได้มาพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ออกแบบ และตกแต่ง เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ ส่วนผู้เข้าร่วมงานที่เป็นบุคคลทั่วไปก็สามารถมาพบกับผู้ให้บริการด้านการออกแบบทุกประเภท และผู้ให้บริการด้านการก่อสร้างอย่างครบวงจร

ปัจจุบัน ทั้งความสนใจของผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างจำเป็นต้องก้าวให้ทัน การได้มีโอกาสพบกับสถาปนิกในสาขาวิชาชีพต่างๆ ถือเป็นโอกาสทองที่จะได้อัพเดทความรู้และได้รับไอเดียดีๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการใหม่ของตัวเอง ซึ่งในระยะยาวสังคมไทยก็จะมีโครงการที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานมากขึ้นที่เป็นผลงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ สอดรับกับพฤติกรรมการใช้งานและใช้ชีวิต ทั้งยังคำนึงถึงสุขภาพกายและจิตใจของผู้คนอีกด้วย”

“จากกิจกรรมไฮไลท์ทั้งหมด คาดว่าจะสามารถดึงดูดให้มีผู้เข้าชมงานตลอดทั้ง 4 วัน อยู่ที่ประมาณ 90,000 คนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ สำหรับต่างประเทศ ด้วยในปีแรกมีผู้เข้าร่วมจัดแสดงเต็มพื้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์3ทำให้ปีหน้างานสภาสถาปนิก’20 จะมีการขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มเป็น 2เท่า รวมทั้งขยายวันจัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 5วัน เพื่อให้งานสภาสถาปนิกเป็นเวทีสำหรับคนในแวดวงสถาปัตยกรรมทุกสาขาอย่างแท้จริง” ศุภแมน กล่าวทิ้งท้าย