วว. เตรียมโชว์ผลงานวิจัย-บริการอุตสาหกรรมในงาน ProPak Asia 2020 เสริมแกร่งผู้ประกอบการ-SME


วว. เตรียมโชว์ผลงานวิจัย-บริการอุตสาหกรรมในงาน ProPak Asia 2020 เสริมแกร่งผู้ประกอบการ-SME

กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ProPak Asia 2020” งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีด้านกระบวนการผลิต การแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ แห่งภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 28 โดย วว. พร้อมนำผลงานวิจัย บริการ ครบวงจรตลอด Value Chain การผลิตสินค้าเข้าร่วมจัดแสดง เพื่อร่วมขับเคลื่อน สร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ณ โรงแรมเดอะควอเตอร์อารีย์ บาย ยูเอชจี)

ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) สามารถช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการผลิตของผู้ประกอบการ ช่วยสร้างสินค้าให้มีความแตกต่าง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ในวิกฤต COVID-19 ทำให้มองเห็นทั้งปัญหาและชีวิตวิถีใหม่ได้อย่างชัดเจน ภาคธุรกิจต้องเร่งสร้างผลิตภัณฑ์/สินค้าที่มีความแตกต่าง ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคซึ่งต้องการสินค้าที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าผ่านทั้ง E-commerce และออนไลน์มากขึ้น

สำหรับงาน ProPak Asia 2020 วว. จะนำผลงานวิจัยและบริการอย่างครบวงจรตลอดทั้ง Value Chain ในการผลิตสินค้าเข้าร่วมจัดแสดงในงานดังกล่าว ได้แก่ การได้มาของวัตถุดิบและเทคโนโลยีการผลิตสารสกัด กระบวนการแปรรูป การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ เช่น บรรจุภัณฑ์สำหรับจำหน่ายผลิตผลสดออนไลน์ บรรจุภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาและการตลาดจากโครงการ Brand DNA โดยมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ Show Case ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จด้วยเทคโนโลยี วว. พร้อมนำเสนอผลงานที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์

ผลงานวิจัย

นอกจากนี้ วว. ยังจัดงานสัมมนาเรื่อง “กุญแจสู่ความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบสู่ท้องตลาด” ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสินค้าให้สามารถวางจำหน่ายได้จริงและตอบโจทย์ผู้บริโภค ได้แก่ การเลือกใช้และจัดหาวัตถุดิบ ส่วนผสมและสารเติมแต่ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง การประเมินอายุการเก็บผลิตภัณฑ์อาหารและการทดสอบบรรจุภัณฑ์อาหาร การควบคุมคุณภาพและการประกันคุณภาพสินค้า เป็นต้น

ขณะเดียวกัน วว. ยังส่งนักวิชาการร่วมเป็นวิทยากรในการสัมมนาเรื่อง “การทำการตลาดและจัดการช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ” และเข้าร่วมเสวนาพิเศษ หัวข้อเรื่อง “ความท้าทายในการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด”

“วว. พร้อมเป็น Total Solution ช่วยผู้ประกอบการด้วย วทน. อย่างครบวงจร ตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง ถึงปลายทาง เพื่อร่วมขับเคลื่อน สร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ผลงานที่ วว. จะนำมาแสดงในงาน ProPak Asia 2020 จะช่วยตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ” ผู้ว่าการ วว. กล่าวทิ้งท้าย

มนู เลียวไพโรจน์

มนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัทอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากวิกฤต COVID-19 ในขณะนี้ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับต้นๆที่ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้ อย่างไรก็ตาม COVID-19 มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีผลกระทบในเชิงลบ ที่ทำให้ปริมาณการค้าการลงทุนลดลง และเชิงบวกซึ่งทำให้เกิดลู่ทางในการค้าขาย การลงทุน อีกทั้งได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปสู่การค้าขายแบบออนไลน์มากที่สุด

ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ งาน “ProPak Asia 2020” ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย จะช่วยตอบโจทย์นี้ได้ โดยกำหนดจัดระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2563 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการ ไบเทค บางนา โดยจัดขึ้นแบบ New normal นำรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน กระตุ้นการปรับใช้เทคโนโลยีในการผลิตและบรรจุภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยการเจรจาธุรกิจออนไลน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-25 ตุลาคม 2563 ที่ www.propakasia.com และสามารถเยี่ยมชมงานได้ ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2563 เวลา 9.00-18.00 น. ณ ศูนย์ฯ ไบเทค บางนา

แถลงข่าวร่วมจัดงาน ProPak Asia 2020

วันเพ็ญ รัตนกังวาล ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีความสำคัญมากต่อธุรกิจในวันนี้ เนื่องจากช่วยสร้างมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์เดิมให้สูงขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายและตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภค

ในงาน ProPak Asia 2020 จะนำผลงานกว่า 500 ชิ้น จากการประกวดโครงการบรรจุภัณฑ์ไทย ประจำปี 2563 ไปร่วมจัดแสดงและมีการมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดด้วย เพื่อถ่ายทอดความรู้และพัฒนาอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ของไทย

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า สถานการณ COVID-19 เป็นแรงผลักดันครั้งใหญ่ที่จะทำให้คนคุ้นเคยกับการขายสินค้าทางตรงสู่ผู้บริโภคเร็วขึ้น ปัจจุบันนับว่ามีความสะดวกด้วยการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งระบบอีคอมเมิร์ซและแอปพลิเคชัน ซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้หลังจากนี้สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่พฤติกรรมการบริโภคและการซื้อสินค้าจะเปลี่ยนแปลงไปตามแนวทางนี้ แม้นว่าการส่งออกหลากหลายจะติดลบ 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่สินค้าด้านอาหารติดลบประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องตามให้ทันเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลยคือบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารจานเดียว อาหารปรุงสด บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารหลากหลายเมนู ที่ส่งถึงบ้าน ต้องมีการเลือกใช้อย่างเหมาะสม สามารถรักษาคุณภาพสินค้าให้คงอยู่ได้นาน สะดวกต่อการขนส่ง มีความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจเรื่องการปลอดเชื้อให้แก่ผู้บริโภคได้

นพดล ศรีพัฒนพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทเกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมการเกษตร แม้ว่าเทคโนโลยีบางอย่างจะเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ แต่หากเทียบกับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีนั้นๆก็ถือว่าคุ้มค่า ทั้งนี้นวัตกรรมมีความสำคัญกับการเกษตรในปัจจุบันและอนาคต นักวิชาการไทยมีความเก่ง มีความเชี่ยวชาญไม่แพ้ชาติใดในโลก และสามารถพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งเกษตรกร ผู้ประกอบการ เอื้อมถึง จับต้องได้ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาครัฐที่พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ความรู้ต่างๆ

รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงาน ProPak Asia 2020 กล่าวว่า จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการและบริษัทชั้นนำของโลก ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาห
กรรมการผลิตและผู้ประกอบการไทยด้วยการสร้างมาตรฐานและคุณภาพ โดยเห็นว่าประเทศไทยถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการผลิตในทุกระดับ ผู้ประกอบการมีความรู้ความสามารถในการปรับตัว ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการใช้ข้อได้เปรียบด้านคุณภาพและความหลากหลายของวัตถุดิบภายในประเทศมาผลิตและเพิ่มมูลค่า

บรรจุภัณฑ์

“แม้ไทยจะยังอยู่ในภาวะ COVID-19 แต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นสินค้าจำเป็น เช่น กลุ่มอาหาร ยา-เวชภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค และบรรจุภัณฑ์ ที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น และน่าจะฟื้นตัวก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงประเทศไทยยังได้รับการยอมรับว่าควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี ทำให้คู่ค้าจากทั่วโลกมีความมั่นใจในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์” รุ้งเพชร กล่าว