นักวิชาการ สจล. แนะ5 มาตรการควบคุมสุขลักษณะร้านอาหารริมทางทั่วประเทศ ในช่วงผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์


นักวิชาการ สจล. แนะ5 มาตรการควบคุมสุขลักษณะร้านอาหารริมทางทั่วประเทศ ในช่วงผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์

กรุงเทพฯ : นักวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แนะ5 มาตรการควบคุมสุขลักษณะสถานประกอบการขนาดเล็กอยู่ในที่โล่งแจ้ง ได้แก่ ร้านค้าประเภทหาบเร่ แผงลอย ไม่มีหน้าร้าน ตลอดจนร้านอาหารริมทาง (Street Food) ในภาวะการควบคุมสุขลักษณะอย่างเข้มงวด ท่ามกลางมติขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร พร้อมชี้รัฐบาลจำเป็นต้องสนับสนุนผู้ค้าจัดการประกอบกิจการร้านอาหารริมทางภายใต้มาตรฐาน 3 ข้อ ได้แก่ สะอาดปลอดภัย อร่อย และดีต่อสุขภาพ ในระยะยาว เพื่อสุขลักษณะที่ดีของประชาชน โดยการประยุกต์เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในรถเข็นขายอาหารริมทางเพื่อควบคุมการจัดการทางสุขลักษณะ และควบคุมการจัดการของเสียจากการประกอบอาหาร เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ผศ.ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล

ผศ.ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล หัวหน้าศูนย์ Food Innopolis @KMITL กล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2563 พร้อมประกาศผ่อนคลายมาตรการบังคับใช้กฎหมายบางอย่างให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติขึ้น
เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และสังคม โดยคำนึงถึงปัจจัยทางด้านการสาธารณสุขเป็นหลัก

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ Food Innopolis @KMITL ได้ตระหนักถึงแนวทางการประกอบกิจการร้านอาหารริมทาง (Street Food) ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของประชาชน ในช่วงขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อีกทั้งมีความจำเป็นต้องจัดการมาตรฐานด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด จึงได้แนะนำ 5 มาตรการควบคุมสุขลักษณะร้านอาหารริมทาง ได้แก่

  1. รักษาระยะห่าง ยังสำคัญ ร้านค้าต้องจัดระบบการเข้าคิวสั่ง – รอรับอาหาร โดยใช้หลักการรักษาระยะห่างทั้งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และระหว่างผู้ซื้อด้วยกัน อาทิ การมาร์คจุดเข้าคิว การจัดที่นั่งรอโดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคระหว่างบุคคล
  2. ผู้ขายต้องหมั่นดูแลสุขลักษณะส่วนตัว โดยหมั่นล้างมืออย่างถูกวิธี สวมใส่หน้ากากอนามัย ไม่พูดคุยเล่นขณะปรุงอาหาร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค รวมถึงหมั่นเปลี่ยนหน้ากากอนามัย และผ้ากันเปื้อนเพื่อป้องกันการหมักหมมของสิ่งสกปรก
  3. รักษาความสะอาดของพื้นผิวสัมผัส จัดวางอุปกรณ์ให้ไกลเชื้อโรค พื้นผิวสัมผัสทุกจุดที่ต้องมีการวางวัตถุดิบในการปรุงอาหาร อาทิ ชั้นวางวัตถุดิบ พื้นผิววัสดุสำหรับเตรียมประกอบอาหาร หม้อ กระทะ รวมถึงภาชนะใส่อาหาร จะต้องผ่านการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาด และเช็ดให้แห้ง รวมถึงต้องจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ เช่น หม้อ กระทะ ให้อยู่สูงจากพื้น 60 ซม. เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสิ่งสกปรก
  4. คนซื้อต้องใส่แมสก์ และล้างมือเสมอ ร้านค้าต้องให้บริการเจลแอลกอฮอล์แก่ผู้ซื้อ รวมถึงขอความร่วมมือให้ผู้ซื้อสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  5. สังคมไร้เงินสด ต้องมาให้ทันเวลา ร้านค้าควรปรับรูปแบบการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดการสัมผัสระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยอาจมีวิธีการชำระเงินที่หลากหลายให้ผู้ซื้อได้เลือกชำระเงินตามความสะดวก

ผศ.ดร.นภัสรพี กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะคลี่คลายลง แต่มาตรการควบคุมสุขลักษณะร้านอาหารริมทางดังกล่าว ควรนำมาปรับใช้ในระยะยาว เพื่อยกระดับคุณภาพร้านอาหารริมทางให้ดำเนินกิจการภายใต้มาตรฐานด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน สอดรับกับ New Normal ของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าเพื่อการบริโภคที่มีคุณภาพ สะอาด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งการนำเทคโนโลยีอันชาญฉลาดมาปรับใช้ในรถเข็นขายอาหารริมทาง เป็นทางเลือกที่สำคัญในการควบคุมสุขลักษณะ ตลอดจนควบคุมกระบวนการกำจัดของเสียที่ได้จากกระบวนการปรุงอาหารในร้าน อีกทั้งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และทัศนียภาพบริเวณร้านอาหารอีกด้วย

ร้านอาหารริมทาง

“ระยะเวลาผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ถือเป็นช่วงเวลาพิสูจน์ความสามารถของผู้ประกอบการร้านอาหารริมทาง และสถานประกอบการขนาดเล็กที่ได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการก่อน ภายใต้การบริหารจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานทางสาธารณสุข หากผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจอื่นๆ ให้เรียนรู้แนวทางการจัดการที่ดี และมีโอกาสได้รับการผ่อนปรน” ผศ.ดร.นภัสรพี กล่าว