นายกฯ มอบรางวัล “Digital Government Awards 2019” เผยหน่วยงานระดับกรม- จังหวัดรั้งท้ายด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้


นายกฯ มอบรางวัล “Digital Government Awards 2019” เผยหน่วยงานระดับกรม- จังหวัดรั้งท้ายด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจัลทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA จัดพิธีมอบรางวัล “Digital Government Award 2019” หรือรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2562 เพื่อให้กำลังใจ และสร้างแรงบันดาลใจ ให้แก่หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงาน ที่ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลเชื่อมต่อกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “รัฐบาลดิจิทัล : กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างจริงจัง ซึ่งจะต้องรับมือกับความท้าทายในหลายมิติ การที่แต่ละหน่วยงานจะประสบความสำเร็จในการเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลนั้น จะต้องปรับทัศนคติของบุคลากรในองค์กรตามยุคสมัยตามโลกที่เปลี่ยนไปให้ทำงานด้วยความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในรูปแบบต่าง ๆ พร้อมทั้งเรียนรู้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ความท้าทายในการนำมาใช้งานและถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ต่าง ๆ จากรุ่นสู่รุ่น เมื่อโลกปรับเราก็ต้องเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นจะอยู่ต่อไม่ได้ ต้องสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ ถ้าไม่สร้างเมื่อถูกแฮกข้อมูลจะทำให้ทุกการพัฒนาหยุดชะงัก เช่น การแฮกข้อมูลทางดิจิทัลป่วนโครงการ “ชิม ช้อป ใช้ เฟส 2” ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้แล้ว

ดังนั้นเราต้องปรับตัว ช่วยกันทำงานร่วมกับรัฐบาล และหากจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดรับด้วย ในการค้าการลงทุนต่าง ๆ ในภูมิภาคและระดับโลกก็จำเป็นต้องทำ ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือในการทำงาน สร้างการตระหนักรู้ โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกสำเนาเอกสารทางราชการ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อลดภาระประชาชนในการจัดเตรียมสำเนาเอกสาร เมื่อต้องติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐ สามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวทำได้ทุกเรื่องเป็นรูปแบบ One-Stop Service รวมทั้งผลักดันการออกพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการปฏิรูประบบข้อมูลภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลที่เปิดเผยและเชื่อมต่อระหว่างกัน ภายใต้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ 6 ประการ ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบและหลักความคุ้มค่า

“สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนคือหน่วยงานที่ดูแลการถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนอยากให้รูปที่ถ่ายออกมาเหมือนกับตัวจริง จากเสียงสะท้อนของประชาชนที่นำบัตรไปใช้กับเครื่องอ่านบัตรแล้วแสดงผลรูปถ่ายที่ปรากฏไม่เหมือนกับตัวจริง รูปไม่เหมือนหน้า หน้าไม่เหมือนรูป ซึ่งจริง ๆ ก็คือคนเดียวกันแต่อาจจะเพราะระยะเวลาในการถ่ายรูปจะมีใบหน้ามีหนวด หรือไม่มีหนวดเพิ่มเข้ามาทำให้รูป ณ ปัจจุบันที่ขอรับสิทธิประโยชน์ภาครัฐไม่สามารถกระทำได้ รวมถึงการตรวจสอบก็ไม่มีฐานข้อมูลรองรับ ทั้งนี้การทำงานของรัฐบาลเพื่อเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลนอกจากมีปัญหาและอุปสรรคภายในประเทศเข้ามากระทบแล้วยังมีปัญหาและอุปสรรคจากต่างประเทศ เช่น สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ GSP ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาเพราะทุกวันนี้การค้าเป็นแนวทางต่างตอบแทน อะไรที่เขาให้ เมื่อเขาจะเอาคืนก็สามารถที่กระทำได้หมด เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ อย่าลืมว่าเราก็โตขึ้นมากแล้ว บางครั้งถ้าเราทำตัวเป็นเด็กเล็ก ๆ ต่อไปก็ไม่ได้อีก เราต้องสร้างความเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง คนไทยต้องสร้างประเทศไทยเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง ด้วยความร่วมมือระหว่างกันให้เร็วที่สุด อย่าทำงานด้วยรูปแบบเดิม ๆ ส่วนการซื้อของออนไลน์ ได้มีการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบดูแลว่าสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ขายออนไลน์โดยเฉพาะใน Facebook ที่มีการขายสินค้าจำนวนมากนั้น โฆษณาเกินจริง ได้มาตรฐาน อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือไม่อย่างไร เพื่อสร้างความปลอดภัยไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA กล่าวว่า DGA ดำเนินโครงการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นประจำทุกปี และในปีพ.ศ. 2562 นี้ DGA ได้สำรวจหน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 323 หน่วยงาน โดยมีหน่วยงานตอบแบบสำรวจฯ กลับ จำนวน 301 หน่วยงาน คิดเป็น 93.2% และหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ไม่รวมกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,533 หน่วยงาน ซึ่งมีหน่วยงานตอบแบบสำรวจฯ กลับ จำนวน 1,356 หน่วยงาน คิดเป็น 88.5% จากผลสำรวจพบว่า หน่วยงานภาครัฐระดับกรมโดยรวมมีคะแนนระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอยู่ที่ 64.60 คะแนน จาก 100 คะแนน

รางวัล “Digital Government Awards 2019”

สำหรับคะแนนที่ได้มากที่สุด คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ (Secure and Efficient Infrastructure) 75.36 คะแนน ด้านบริการภาครัฐ (Public Services) 68.57 คะแนน ด้านศักยภาพเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านดิจิทัล (Digital Capabilities) 66.08 คะแนน ด้านการบริหารจัดการรูปแบบดิจิทัล (Smart Back Office) 61.97 คะแนน และด้านแนวนโยบายและหลักปฏิบัติ (Policies / Practices) 57.21 คะแนน ส่วนด้านที่ได้คะแนนน้อยที่สุด คือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้ (Digital Technological Practices) มีคะแนนอยู่ที่ 37.46 คะแนน

รางวัล “Digital Government Awards 2019”

สำหรับหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดโดยรวมมีคะแนนระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอยู่ที่ 51.09 คะแนน จาก 100 คะแนน โดยคะแนนที่ได้มากที่สุด คือด้านโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 59.65 คะแนน ด้านศักยภาพเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านดิจิทัล 57.20 คะแนน ด้านบริการภาครัฐ 53.66 คะแนน ด้านการบริหารจัดการรูปแบบดิจิทัล 52.57 คะแนน และด้านแนวนโยบายและหลักปฏิบัติ 41.07 คะแนน ส่วนด้านที่ได้คะแนนน้อยที่สุด คือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้ มีคะแนนอยู่ที่ 22.73 คะแนน

ไอรดา กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2562 นี้ หน่วยงานระดับกรมที่ได้รับโล่รางวัลรัฐบาลดิจิทัลจำนวน 10 รางวัล ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การประปาส่วนภูมิภาค และสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำหรับประกาศนียบัตรระดับจังหวัด 5 รางวัล ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ลำพูน ระนอง เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ และรางวัลการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ตามโครงการยกเลิกสำเนาเอกสารราชการ จำนวน 60 หน่วยงาน