ฟูจิตสึ โชว์วิสัยทัศน์ 2020 ก้าวสู่ผู้ให้บริการดิจิทัลบริการครบวงจรในปี’63 มุ่งขยายบริการ DX Data-Driven และ DX- Modernize รองรับกลุ่มลูกค้า Retain-Obtain


ฟูจิตสึ โชว์วิสัยทัศน์ 2020 ก้าวสู่ผู้ให้บริการดิจิทัลบริการครบวงจรในปี’63 มุ่งขยายบริการ DX Data-Driven และ DX- Modernize รองรับกลุ่มลูกค้า Retain-Obtain

ฟูจิตสึ ประกาศวิสัยทัศน์องค์กร 2020 เดินหน้า Transform สู่ Digital เต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับสู่บริษัทฯ ที่มุ่งเน้นงานบริการครบวงจร พร้อมผนึกเครือข่ายพันธมิตรบริษัทไอทีชั้นแนวหน้า กำหนดเป้าหมายปีพ.ศ. 2563 เดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัลครบวงจรเต็มรูปแบบ ขยายบริการ 2 ส่วนหลัก DX Data-Driven และ DX- Modernize รองรับการทำงานยุคดิจิทัล สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

โทชิโร มิอุระ

กรุงเทพฯ : โทชิโร มิอุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางธุรกิจ กลยุทธ์การบริการด้านเทคโนโลยีในปีพ.ศ. 2563 ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของหลากหลายอุตสาหกรรมที่ Transform และเดินหน้าสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างต่อเนื่องและชัดเจน เพื่อสนองตอบความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป

สำหรับผลประกอบการปีพ.ศ. 2562 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ฟูจิตสึ ประเทศไทย มียอดขายทั้งสิ้น 3.8 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในช่วงครึ่งปีแรก ตั้งแต่เมษายน -สิงหาคม ผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไป แต่ในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป

“ภายใต้สถานการณ์ที่ยากและท้าทายท่ามกลางการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 เราต้องใช้มาตรการที่รอบคอบเพื่อให้บรรลุพันธกิจที่ตั้งไว้พร้อมเดินตามเจตนารมณ์ของฟูจิตสึ ที่ประกาศชัดเจนว่า ฟูจิตสึต้องเป็นพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง สนองตอบความต้องการของลูกค้าเพื่อนำเสนอและส่งต่อความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรสู่ธุรกิจดิจิทัล ตลอดจนมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตธุรกิจที่เชื่อถือได้ร่วมกัน นั่นคือคำตอบที่ทำให้การขยายบริการดิจิทัลเป็นเป้าหมายหลักของฟูจิตสึประเทศไทย ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีและบริการที่หลากหลายของฟูจิตสึกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง จะทำให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว” มิอุระ กล่าว

สำหรับกลุ่มลูกค้าในปีพ.ศ.2562 ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตและยานยนต์ สัดส่วน 58% ส่วนกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคาร การเงิน และสินเชื่อ 16% ภาครัฐและโครงการ 10% อสังหาริมทรัพย์ บริการสาธารณสุข รวมทั้งค้าปลีกและโลจิสติกส์

พรชัย พงศ์เอนกกุล

พรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่มธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง ทิศทางการดำเนินธุรกิจของฟูจิตสึในปีพ.ศ.2563 ว่า ปีนี้ฟูจิตสึได้วางกลยุทธ์ 4 แนวทางหลักในการขับเคลื่อนองค์กรประกอบด้วย ประกอบด้วย 1. การ Transform ไปเป็นบริษัท Digital (Transform to DX Company) 2. เปลี่ยนแปลงสู่บริษัทที่มุ่งเน้นการบริการครบวงจร (Service Oriented Company) ภายในปีพ.ศ. 2565 เนื่องจากธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ เริ่มมีผลกำไรที่ต่ำ บริษัท ฯ ต้องการผลกำไรเพิ่มมากขึ้น เพิ่มบริการเข้าไป โดยในช่วงสถานการณ์ COVID-19 บริษัทฯ ได้จัดสัมมนาออนไลน์ให้ลูกค้า โดยมี Solution Package ทั้งระยะสั้นและระยะยาว 3. ผสานพันธมิตรเครือข่ายเพื่อสร้างมูลค่าธุรกิจให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายที่ดีที่สุด (DX Business Expansion) โดยแบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม Retain เก่า ได้แก ่โตโยต้า อีซูซุ ปูนนกอินทรี เป็นต้น และกลุ่ม Obtain ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มบริษัทชั้นนำ ได้แก่ เอสซีจี ซีพี ปตท. เซ็นทรัลและกรุงศรีและ4.ขยายบริการดิจิทัลควบคู่การแนะนำให้คำปรึกษา (Service Business Expansion) มุ่งเน้นกลุ่มบริการ DX-Data Driven และ DX- Modernize เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น

Core Business ของฟูจิตสึ

สำหรับ Core Business ของฟูจิตสึในปีพ.ศ.2563นี้คือ การขยายบริการธุรกิจดิจิทัลควบคู่การแนะนำให้คำปรึกษา โดยเฉพาะกลุ่มบริการ DX-Data Driven และ DX-Modernize ในส่วนของกลุ่มบริการ DX-Data Driven ฟูจิตสึจะใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานสำหรับการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ซึ่งจะช่วยปลดล็อคให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ อาศัยการจัดการและปกป้องสินทรัพย์ข้อมูลบนโครงสร้างพื้นฐานไอทีขนาดใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่ส่วนขอบไปจนถึงส่วนแกนหลักของเครือข่ายรวมถึงระบบคลาวด์ ภายใต้การนำเสนอ 4 โซลูชันดิจิทัล 1. Smart Factory การขับเคลื่อน กระบวนการของโรงงานผลิตเข้าสู่ Digital Process เพื่อสร้างความคล่องตัวให้การผลิตมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ลูกค้าเพิ่มผลผลิต โดยมีพาร์ทเนอร์ ได้แก่ ซิสโก้ มิตซูบิชิ และชไนเดอร์ ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมประเภท Oil&Gas ยังคงลงทุนทางด้านดิจิทัลในเรื่อง Smart Factory อย่างต่อเนื่อง 2. Data Analytics การวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Demand Forecast และArea Predictive Maintenanceซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่รองรับธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีการสำรวจ ประมวลผล ปกป้อง และสร้างรายได้จากข้อมูล 3 RPA -Robotic Process Automation การใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วย สร้างความถูกต้องแม่นยำ ลดต้นทุนการทำงาน เพิ่มอัตราผลผลิตได้ดี และ 4) Smart Workplace เช่น Workplace Anywhere, Digital Office, Facility Service ที่เข้ามาตอบสนองความต้องการในยุคเว้นระยะห่างทางสังคม (Distancing) เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระยะไกลผ่านโซลูชันดิจิทัล การรีโมทเครือข่ายเพื่อทำงานร่วมกันของทีมงาน

ด้านกลุ่มบริการ DX-Modernize ฟูจิตสึมีพาร์ทเนอร์เครือข่ายที่เข้มแข็งอย่างมากที่มาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมูลค่าธุรกิจเพิ่มให้ลูกค้าและบริการส่วนนี้มีอัตราการขยายตัวสูงมากในปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย SAP Solution, Modern Managed Services, Security Services และ Hybrid Cloud Services ขณะเดียวกันยังได้พัฒนาแอพพลิเคชันขึ้นในประเทศไทยเพื่อสนองตอบให้ลูกค้าได้ดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวในภาวการณ์โรคระบาด ในชื่อ COVID Respond Campaign อาทิ 1. Health Screening Solution การสแกนใบหน้า ตรวจวัดอุณหภูมิ ตรวจสอบการใส่หน้ากาก 2.Tracker Application การเช็คไทม์ไลน์ของกลุ่มคนเป้าหมายเพื่อควบคุมความปลอดภัยได้ครบทุกจุด 3. Van Sales Business for New Normal Application สนับสนุนงานขายการจัดระบบรับ-ส่งสินค้า การสร้างออเดอร์ผ่านระบบออนไลน์ วางแผนเส้นทางการจัดส่งเช็คสินค้าคงคลัง และ4. Cloud Kitchen for New Normal แอปพลิเคชันที่สนับสนุนสังคมไร้เงินสด ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจอาหาร สอดรับออเดอร์การจัดส่งในหลายรูปแบบแอปพลิเคชันนี้ จะมาเชื่อมต่อผู้ผลิตหรือเจ้าของร้านในการสื่อสารกับลูกค้าให้ง่ายขึ้น

พรชัย กล่าวถึง Next Normal หลังจากวิกฤต COVID -19 ประกอบด้วย 1. การดำเนินงานจะอาศัยระบบดิจิทัลมากขึ้น 2. Engage ของลูกค้าจะมุ่งไปที่ออนไลน์ 100% 3. Work From Home (WFH) ในปัจจุบันจะขยายไปถึงงานด้าน ทรัพยากรบุคคล(HR) 4. Business Continuity & Digital ที่มีอาจไม่เพียงพอ จะต้องเตรียมความพร้อมในส่วนนี้ทั้งนี้ ฟูจิตสึมีบริการสนับสนุนหลัง NEXT Normal คือ 1.Digital Workplace 2. Remote Access Security Service 3. Remote Workflow Management และ 4. Remote Employee Management

ทั้งนี้ ฟูจิตสึ จะจัดงาน Fujitsu World Tour 2020 ซึ่งฟูจิตสึจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จัดในรูปแบบของ Virtual World Tour ในวันที่ 14 ตุลาคม ศกนี้ เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าฟูจิตสึเป็น Digital Leader และ Digital Partner ของทุกคน