“พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์” เผยโครงการ “Bangkok Free Trade Zone” สร้างรายได้ Q1/63 กว่า 100 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบ 2,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจโรงงาน – คลังสินค้าให้เช่า


“พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์” เผยโครงการ “Bangkok Free Trade Zone” สร้างรายได้ Q1/63 กว่า 100 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบ 2,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจโรงงาน -คลังสินค้าให้เช่า

บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (PD) ในเครือ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เผยโครงการ “Bangkok Free Trade Zone” สร้างรายได้ในไตรมาสที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2563 ประมาณ101 ล้านบาท พร้อมขยายธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าใหม่รองรับลูกค้าอีก 2 แห่ง รองรับความต้องการใช้พื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าของลูกค้าในช่วง 1-2 ปีจากนี้ ด้วยงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท บริเวณถนนเทพรัตน กม.19 และย่านเทพารักษ์ บนพื้นที่รวม 150,000 ตารางเมตร โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างทั้ง 2 แห่งในช่วงปลายปี พ.ศ. 2563

พรอสเพค

รัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (PD) ในเครือ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ผู้พัฒนาและบริหารโครงการ Bangkok Free Trade Zone : BFTZ กล่าวว่า ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าภายใต้โครงการ BFTZ มีการดำเนินการพัฒนาโครงการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน พรอสเพคฯ มีพื้นที่อาคารโรงงานและคลังสินค้าประมาณ 220,000 ตารางเมตร มีอัตราการเติบโตสูงถึง 160% ซึ่งหากพัฒนาเต็มพื้นที่ในโครงการ พรอสเพคฯ จะมีพื้นที่ทั้งหมด 300,000 ตารางเมตร ภายในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2564 ปัจจุบันอัตราการเช่าอยู่ที่ 92% และในสิ้นปี พ.ศ. 2563 จะมีพื้นที่เช่าใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 100,000 ตารางเมตร รวมเป็น 294,000 ตารางเมตร ทั้งนี้พรอสเพคฯ ตั้งเป้ามีอัตราการเช่ามากกว่า 90% โดยพื้นที่เช่าที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 100,000 ตารางเมตร ขณะนี้มีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจติดต่อเข้ามาจองแล้วประมาณ 30%

สำหรับรายได้ไตรมาสที่ 1ของปี พ.ศ. 2563 นั้น พรอสเพค สามารถสร้างรายได้แล้ว 101 ล้านบาท ส่วนไตรมาสที่ 2 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตกว่าในไตรมาสที่ 1 เนื่องจากลูกค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนให้ความสนใจเข้ามาจับจองพื้นที่ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากหลีกเลี่ยงปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา และประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิต ส่วนรายได้ทั้งปีคาดว่าจะโตขึ้นประมาณ 1 เท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2562 อีกทั้งพรอสเพคฯ มีทำเลที่ตั้งดี มีการให้บริการที่หลากหลายและครบวงจรในการรองรับการดำเนินธุรกิจ และรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนสิทธิประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจจากลูกค้าชาวต่างประเทศมากขึ้น

รัชนี กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าของพรอสเพคฯ แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจโรงงาน 75%, กลุ่มธุรกิจคลังสินค้า15% และกลุ่มธุรกิจบริการ 10% โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลูกค้าชาวญี่ปุ่น 25%, ยุโรป 24% จากประเทศสวีเดนและฝรั่งเศส, ลูกค้าชาวไทย 19%, ลูกค้าชาวจีน 19% ลูกค้าอินเดีย 7% และลูกค้าในภูมิภาคเอเชียอื่น ๆ 6% ส่วนกลุ่มประเภทธุรกิจอุตสาหกรรม เช่น กลุ่ม Equipments 15%, Paper 15%, Logistics Service 12%, Plastics 10%, Recycle 10%, Food & Beverage 10%, Automatics & Autoparts 7% เป็นต้น

ปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้โครงการ “Bangkok Free Trade Zone” มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากโครงการก่อสร้างที่รองรับกลุ่มลูกค้ามีทั้งส่วนที่เป็น Free Zone และ General Zone มีพื้นที่ในการบริการทั้งในส่วนที่เป็นคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าบนพื้นที่โซนสีม่วงใหญ่ที่สุดในย่านบางนา-เทพารักษ์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างโรงงานในพื้นที่นี้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขออนุญาต มีระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่ขนาดใหญ่ 1,000 ไร่ โดยแบ่งเป็น 700 ไร่ คือเป็นพื้นที่เพื่อการเช่าหรือ Leasable Area และ 300 ไร่ คือพื้นที่เพื่อการสาธารณูปโภค เช่น ถนนสาธารณะ โรงบำบัดน้ำเสีย และส่วนการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ เป็นต้น การเดินทางสามารถเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง คือ ถนนเทพรัตน กม. 23 และ ถนนเทพรัตน กม. 19 และมีการคมนาคมที่สะดวก ใกล้กรุงเทพมหานคร ซึ่งห่างจากท่าเรือคลองเตยเพียง 23 กิโลเมตร, ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 17 กิโลเมตร ห่างจากท่าเรือแหลมฉบังเพียง 90 กิโลเมตร และห่างจากเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพียง 50 กิโลเมตร มีบริการเสริมสำหรับอำนวยความสะดวกที่เตรียมไว้ให้ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น Consulting Service เป็นบริการให้คำปรึกษาเรื่องการขออนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทย ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมในการทำธุรกิจ เอกสารประกอบ และให้คำปรึกษาด้านการขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร (กศก. 185) เป็นต้น

จากการประเมินการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พรอสเพคฯ จึงได้เดินหน้าขยายธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าใหม่อีกจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณถนนเทพรัตน กม.19 และย่านเทพารักษ์ รวม 150,000 ตารางเมตร รองรับลูกค้าจากนี้อีก 1-2 ปี ด้วยงบการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปลายปี พ.ศ. 2563 ซึ่งหากมีการพัฒนาเต็มทุกเฟสจะทำให้บริษัทมีพื้นที่อาคารโรงงานและคลังสินค้ากว่า 450,000 ตารางเมตร พร้อมกันนี้ พรอสเพคฯ ยังมีแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ด้วย นอกจากนี้กำลังพิจารณานำแผงโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบนหลังคาบริเวณพื้นที่สาธารณูปโภคส่วนกลางบริการแก่ลูกค้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน จากที่โครงการต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยนำมาติดตั้งมาก่อน

รัชนี กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจว่า มีความเป็นห่วงในเรื่องปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมีมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลไทย ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติไปตั้งฐานการผลิตใหม่ในประเทศอาเซียนด้วยกันที่ค่าแรงต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุนการผลิตด้านแรงงาน ส่วนเรื่อง COVID-19 นั้นอาจจะส่งกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุนแก่นักลงทุนรายใหม่ ๆ แต่สำหรับนักลงทุนรายเดิมที่เป็นลูกค้าอยู่แล้วจะไม่มีความกังวล ในทางกลับกันจะเพิ่มการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากมองว่าประเทศไทยมีการดูแลและควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี