ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการสตาร์ทอัพ โดย บิล กรอส (Key Success Factors in Startup by Bill Gross) เครื่องมือทางการบริหารสมัยใหม่ (New Management Tools)


จากผลงานการเขียนหนังสือของ Alvin Toffler ในปี ค.ศ. 1960 หนังสือชื่อว่า “คลื่นลูกที่สาม The Third Wave” ได้เขียนบรรยายการเปลี่ยนแปลงของวิวัฒนาการของโลก โดยแบ่งออกเป็นการเปลี่ยนแปลงผ่านคลื่น 3 ลูก ดังนี้

  1. คลื่นลูกแรก (1st Wave; The Age of Agriculture) คือยุคการเกษตร ที่ดินเป็นความมั่งคั่งของมนุษย์ การพัฒนาความเจริญด้านเกษตรกรรม มหาอำนาจคือผู้ที่มีที่ดินมากเพื่อทำการเกษตร อำนาจสำคัญอยู่ที่การได้ครอบครองอาณาจักรและประชากร ซึ่งจะเป็นช่วงก่อนเราจะเห็นว่าอำนาจคือการได้ครอบครองพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ ผู้ที่ครอบครองที่ดินมากคือผู้ที่มีอำนาจสูง และเช่นกันในยุคนั้นต้องใช้วิวัฒนาการในการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานับพัน นับหมื่นปี
  2. คลื่นลูกที่สอง (2nd Wave; Industrial Revolution Age) คือการพัฒนาอุตสาหกรรม ผู้ที่มีเครื่องจักรและวัตถุดิบในการผลิตมากจะเอาชนะผู้ที่มีที่ดินมากๆ ได้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม (18C) มีเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงาน จาก Labor Intensive เป็นเครื่องจักรกล (ไอน้ำ เชื้อเพลิง) และมีการแบ่ง Zoning Area เป็นพื้นที่ส่วนราชการ ส่วนธุรกิจส่วนอุตสาหกรรม ตลอดจนมีการพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้า โทรศัพท์และวิวัฒนาการที่สำคัญที่สุดของมวลมนุษย์โลกคือ การมีการสร้างเครื่องบินสำเร็จโดยพี่น้องตระกูลไรท์ (Wright Brothers) ในปี ค.ศ. 1900 สามารถย่อโลกให้เล็กลงโดยการเดินทางทางอากาศด้วยเครื่องบิน จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้คือ การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์สมัยใหม่และการผลิตจำนวนมากๆ และเช่นกันในยุคนี้ต้องใช้วิวัฒนาการในการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานับเพียงระยะ 10 ปี ในระยะ 100 ปีจะมีการเปลี่ยนแปลงผลงานสิ่งประดิษฐ์มากมายเพื่ออำนวยประโยชน์สุขของมวลมนุษย์ ซึ่งเป็นยุคอุตสาหกรรม
  3. คลื่นลูกที่สาม (3rd Wave; Information Age and Knowledge Age) คือโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคคอมพิวเตอร์และระบบข่าวสาร สารสนเทศ คอมพิวเตอร์เป็นของราคาถูก ผู้ที่มีสมองสามารถคิดออกแบบ จัดการทำงานการผลิตได้ดีจะเป็นผู้มีอำนาจและได้เงินมากที่สุด และช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ช่วงระยะเปลี่ยนแปลงจะสั้นมากอาจเพียงช่วงข้ามคืนก็เป็นไปได้

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการสตาร์ทอัพ โดย บิล กรอส

การเปลี่ยนผ่านครั้งมหึมาผ่านจากยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) มาเป็นยุคของการปฏิวัติของข้อมูลสารสนเทศ (Information Revolution) ในช่วงกว่า 15 ปีที่ผ่านมานี้ การจ้างงานและการเติบโตของเศรษฐกิจปริมาณมหาศาลของ U.S.A. ล้วนเกิดจากธุรกิจไฮเทคจากผู้ประกอบการเทคโนโลยีที่ผลักดันให้เกิดเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) เช่น Apple, Amazon, Google, Salesforce, VMware, Facebook, Twitter, Groupon, Zynga เฉพาะ 9 บริษัทนี้ที่เพิ่งเกิดมาในช่วงไม่ถึง 15 ปีที่ผ่านมา แต่กลับสามารถสร้าง Gross Domestic Products (GDP) ให้เกือบ $1Trillion จาก GDP ของ U.S.A. ที่ประมาณ $15 Trillion! คำตอบคือโลก

เราตอนนี้กำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมมาสู่การปฏิวัติของข้อมูลสารสนเทศโลกเราตอนนี้มีผู้ใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตจำนวนหลายพันล้านคนและมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนอีกหลายพันล้านคนและมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ก่อให้เกิดการมาของยุคข้อมูลสารสนเทศอย่างแท้จริง

ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่า ผู้ประกอบการเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญในยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะคนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาเพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง และนำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในหลายๆ ภาคธุรกิจ นำนวัตกรรมให้เข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้นกว่าสมัยก่อน มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในด้านกิจวัตรประจำวันที่ต้องใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วย รวมไปถึงการประกอบอาชีพการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจอย่างมากในศตวรรษที่ 21 เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัวหรือคิดวิธีใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป บริบทการแข่งขันทางธุรกิจของตลาดในประเทศและตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลง

ธุรกิจ Startup เป็นแนวคิดธุรกิจแบบใหม่ คือการที่เรามองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนส่วนมากแล้วสร้างโมเดลธุรกิจเพื่อมาแก้ไขปัญหาโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยวิธีการที่แตกต่างจากเดิม และธุรกิจจะต้องสามารถสร้างกำไรได้เรื่อยๆ เพิ่มผู้ใช้ได้เรื่อยๆ และสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาอันสั้นและกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่นั่นเอง Startup มีจุดเริ่มต้นที่ Silicon Valley ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีปัจจุบัน นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจกับธุรกิจ Startup มากขึ้น เพราะ Startup มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้แบบก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับการทำธุรกิจแบบในอดีตที่ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนจำนวนมากในการขยายธุรกิจให้เติบโตหลายบริษัทระดับโลก เช่น 1. Apple 2. Google 3. Facebook 4. Instagram 5. Twitter ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เคยผ่านการเป็น Startup มาก่อนแล้วทั้งสิ้น

Startup จึงเป็นแนวคิดธุรกิจแบบใหม่ที่เกิดขึ้นและเติบโตอย่างรวดเร็วแต่การที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จนั้นต้องมีปัจจัยหลายๆ ด้านที่ต้องเรียนรู้ ซึ่งในยุคนี้เราจะได้ยินคนรุ่นใหม่ๆ ทั้งที่กำลังจบการศึกษาและที่กำลังทำงานประจำพูดให้ได้ยินอยู่เสมอว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจเป็นอาชีพในฝันที่อยากทำเพราะนอกจากจะได้เป็นเจ้านายตัวเองแล้ว ยังมีอิสระในการทำงานหารายได้ด้วยฝีมือตนเอง อย่างไรก็ตาม การจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่เข้มแข็งอยู่รอดได้จนประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องมีความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกิจเป็นอย่างดีเสียก่อน โดยเฉพาะธุรกิจ Startup โดยองค์ประกอบความสำเร็จมีปัจจัยที่สำคัญดังเช่น ปัจจัยด้านจังหวะเวลา ปัจจัยด้านทีมงาน ปัจจัยด้านแนวความคิดสร้างสรรค์ ปัจจัยด้านแผนธุรกิจ และปัจจัยด้านเงินทุน ซึ่งปัจจัยแต่ละด้านก็ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ Startup นั้นๆ ด้วยว่าจะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านไหนเป็นอันดับแรก ดังนั้นธุรกิจ Startup จะประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องใส่ใจในปัจจัยนี้เป็นหลักดังกล่าว หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวเนื่องซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมภายนอก (External Environment: PEST& EL) ประกอบด้วย นโยบายรัฐ (Political) เศรษฐกิจ (Economic) สังคม (Social) เทคโนโลยี (Technology) และสิ่งแวดล้อม (Environment) กฎหมาย (Law) อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Startup ที่จะประสบความสำเร็จได้คือ ธุรกิจต้องสามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้ตามความต้องการของผู้บริโภคได้และเป็นความถนัดและชำนาญการของผู้ประกอบการ

ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจ Startup ประสบความสำเร็จ

บิล กรอส (Bill Gross) นักลงทุนและผู้ก่อตั้งบริษัท Idealab ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยและศึกษาจนพบว่าการที่บริษัทเกิดใหม่จะประสบความสำเร็จนั้นต้องมีปัจจัย 5 อย่าง ซึ่งประกอบไปด้วย แนวคิด ทีมงาน แผนธุรกิจ เงินทุน และจังหวะเวลา

Legend Ranking 5 Essential Elements that Lead to Success Top 5 Factors in Success Across More Than 200 Companies
Idea "Truth" Outlier แนวคิดหรือไอเดียในการทำธุรกิจ ต้องมีความแปลกใหม่มีความน่าสนใจ ตอบโจทย์ปัญหา หรือ Pain Point ของผู้บริโภคได้ และสร้างความเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น (3) 28%
Team / Execution ทีมงาน เมื่อมีไอเดียที่ดีแล้ว คุณจำเป็นต้องหาผู้ที่มาร่วมกันทำงานเป็นทีมเพราะธุรกิจไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว การคัดเลือกคนมาร่วมในทีมทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก (2) 32%
Business Model แผนธุรกิจที่ชัดเจน ว่าสินค้าหรือบริการของธุรกิจคืออะไร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นใคร จะสร้างรายได้จากจุดไหนได้บ้าง แผนธุรกิจที่ชัดเจนจะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปในทางที่ถูกต้อง ธุรกิจที่คุณทำจะต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ และสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภคด้วย เพื่อการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน (4) 24%
Funding เงินทุน เป็นปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เพราะหากไม่มีเงินทุนแล้วธุรกิจคงไปได้ยาก แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกกว่านี้ การมีเงินทุนที่มากพอก็ไม่ได้รับรองว่าธุรกิจของคุณจะไปรอด เพราะนอกจากมีเงินทุนแล้ว การบริหารเงินทุนรวมถึงการจัดทำบัญชีอย่างรอบคอบก็เป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกิจเช่นกัน (5) 14%
Timing จังหวะเวลา การทำธุรกิจนั้นต่อให้มีปัจจัยทั้ง 4 ที่กล่าวมาข้างต้นเพียบพร้อมแล้ว แต่ถ้าธุรกิจเปิดตัวและดำเนินการในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น ในช่วงตลาดอิ่มตัว หรือมีตัวเลือกมาก ก็จะทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ (1) 42%

ซึ่งสิ่งที่ค้นพบจากการศึกษาและวิจัย Startup ที่ประสบความสำเร็จมากว่า 20 ปี กว่า 200 บริษัท พบว่ากระบวนการทำงานกับไอเดียนั้นสำคัญมากเป็นอันดับแรก แต่ผลกลับเป็นว่าจังหวะเวลานั้นสำคัญกว่าทุกอย่าง และวิธีที่ดีที่สุดที่จะประเมินจังหวะเวลาคือดูว่าเวลานั้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราพร้อมหรือยังกับสิ่งที่เราจะเสนอให้ ซึ่งต้องประเมินอย่างตรงไปตรงมาอย่าหลอกตัวเองกับผลลัพธ์ที่เห็น เพราะถ้าคุณมีสิ่งที่คุณรักจะทำและต้องการส่งมอบมัน คุณต้องประเมินผลลัพธ์อย่างซื่อสัตย์กับตนเอง โดยมีทีมงานที่สามารถตอบสนองความต้องการและมีประสิทธิภาพเป็นตัวช่วยผลักดัน การมีไอเดียที่ดีจะช่วยส่งเสริมธุรกิจสู่ความต้องการของลูกค้า ดำเนินการอย่างมีแผนธุรกิจที่สามารถสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และการมีเงินลงทุนทางธุรกิจหลังจากได้พิสูจน์แล้วว่ามาถูกทางและต้องการขยายสู่ความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจต่อไป

ในวันที่เริ่มทำ Startup ทุก คนคาดหวงั ความสำเรจ็ ในธุรกิจ แต่การที่จะทำธุรกิจ Startup ประสบความสำเร็จนั้นต้องมีปัจจัยหลายๆ อย่างจากวงการ Startup โดย บิล กรอส ได้กล่าวไว้และพอสรุปให้พอเข้าใจเบื้องต้นใน Startup ของธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้

  1. จังหวะเวลาการทำธุรกิจ นั้นต้องมีปัจจัยหลายๆ ปัจจัย แต่ถ้าธุรกิจเปิดตัวและดำเนินการในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่นในช่วงตลาดอิ่มตัวแล้วหรือมีตัวเลือกมาก ก็จะทำให้ธุรกิจไปรอดได้ยาก อย่างเช่น ธุรกิจ Ookbee เป็นธุรกิจแอพพลิเคชั่นขายหนังสือออนไลน์ เป็นธุรกิจ Startup ประเภทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ที่ทำธุรกิจมา 5 ปีกว่าจะได้เป็นที่รู้จักก็ต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงของบริษัทในหลายรูปแบบ โดยณัฐวุฒิ พึงเจริญพงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Ookbee ได้กล่าวว่า เวลาและข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคนอื่นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจได้เปรียบในการเข้าครอบครองตลาด และ ธุรกิจ Uber เป็นธุรกิจผู้ให้บริการแท็กซี่แบบใหม่ โดยให้บุคคลทั่วไปที่มีรถยนต์มาขับเป็นแท็กซี่และมีการเรียกผ่านแอพพลิเคชั่นได้ เป็นธุรกิจ Startup ประเภทบริการซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ เป็นธุรกิจที่เปิดตัวในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีหรือคนหารายได้เสริมมากขึ้นทำให้ Uber เป็นที่รู้จัก
  2. ทีมธุรกิจ ทุกธุรกิจทีมงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การทำงานเป็นทีมจะทำให้ไปได้ไกลและประสบความสำเร็จและถ้าได้ทีมงานที่ดี เข้าใจกัน มีแนวคิดการทำงานที่ตรงกันและให้ความร่วมมือดี งานก็จะออกมาดี ธุรกิจก็จะเติบโตและประสบความสำเร็จ อย่างเช่น ธุรกิจ Ookbee ให้ความสำคัญกับทีม เพราะในการทำธุรกิจ Startup จะใช้เวลาไม่มากแต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็ว ทำให้ต้องมีทีมที่ดีและเข้าใจการแบ่งงานกันทำเพราะคนเดียวไม่สามารถทำทุกอย่างได้เองทั้งหมด และไม่สามารถเข้าใจงานได้ถ้าไม่ใช่ทีมเดียวกัน ธุรกิจ Ookbee มีทีมงานที่เรียกว่า IT WORKS ที่ทำให้ธุรกิจสามารถเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดได้ และ ธุรกิจ Wongnai เป็นแอพพลิเคชั่นร้านอาหารที่ผู้บริโภคสามารถรีวิวอาหารได้ทั่วประเทศ เป็นธุรกิจ Startup ประเภท User-Generated Content หรือการสร้างเนื้อหา (Content) ที่เกิดจากผู้ใช้หรือผู้ติดตามมาไว้บนพื้นที่ของเว็บไซต์ โดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งได้เริ่มทำธุรกิจ Startup ที่อเมริกาเพราะช่วงนั้นที่นั่นคนทำค่อนข้างมาก และจากการขาดทีมงานจึงจ้างทีมที่อินเดียเขียนโปรแกรม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จจึงกลับมาทำธุรกิจที่ประเทศไทย เพราะยอด มั่นใจว่าหาทีมได้ไม่จำเป็นต้องจ้างทำและค่อยๆ รวมทีมเพื่อนมหาวิทยาลัยขึ้นมา การทำงานกับเพื่อนทำให้เข้าใจกันง่ายขึ้นอยากเปลี่ยนตรงไหน อยากเพิ่มอะไรก็ทำได้ง่ายขึ้น เมื่อได้ทีมที่ดีธุรกิจก็ประสบความสำเร็จ
  3. ไอเดียหรือแนวความคิดใหม่ๆ การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ต้องมีแนวความคิดใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ รู้จักแก้ปัญหา เพราะแนวความคิดใหม่ๆ จะเป็นตัวบอกว่าเราจะทำอะไร ทำอย่างไร แก้ไขอะไร เป็นการเริ่มต้นในการทำ Startup ให้ประสบความสำเร็จโดยที่แนวความคิดต้องไม่ซ้ำหรือจะเป็นการต่อยอดแนวความคิดเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น อย่างเช่น Garrett Camp ผู้ร่วมก่อตั้ง Uber Camp ที่เขาเกิดแนวความคิดใหม่ๆ จากการแก้ปัญหาเรียกแท็กซี่ยาก จึงมีแนวความคิดเรียกรถผ่านแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า UberCab.com และอีกธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับแนวความคิดใหม่ๆ
  4. แผนธุรกิจ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจ Startup ประสบความสำเร็จ การที่เราจะทำธุรกิจอะไรก็ตามต้องมีการวางแผนที่ชัดเจนเพื่อให้ธุรกิจเป็นไปในทิศทางที่เราต้องการ อย่างเช่น ธุรกิจ WASHBOX 24 เป็นธุรกิจ Startup ที่ช่วยแก้ปัญหาคนทำงานที่ไม่มีเวลาและต้องการความสะดวกในการซักผ้า โดยใช้บริการซัก-รีดผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือใช้งานได้ 24 ชั่วโมงโดย นิธิพนธ์ ไทยานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งธุรกิจ WASHBOX24 เป็นธุรกิจ Startup ประเภทบริการ ธุรกิจ Wongnai เป็นธุรกิจที่มีแผนธุรกิจที่ชัดเจนเช่นกัน เนื่องจากผู้ก่อตั้งมีความถนัดทางด้านซอฟต์แวร์จึงทำให้สามารถพัฒนาโปรแกรมตามแผนธุรกิจที่วางไว้ได้ และธุรกิจ CLAIM DI ที่มีแผนธุรกิจที่ยืดหยุ่นเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
  5. เงินทุน ปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้ธุรกิจ Startup ประสบความสำเร็จคือ เงินทุน การทำธุรกิจสิ่งที่สำคัญคือเงินทุนหรือแหล่งเงินทุน เงินลงทุนเป็นเครื่องมือของการเติบโตของธุรกิจ Startup และธุรกิจ Wongnai ที่ใช้เงินทุนตนเองลงเพื่อพัฒนาให้มีผู้ใช้จำนวนมากและขอรับการระดมทุนในภายหลังทำให้ง่ายต่อการระดมทุนเพราะธุรกิจมีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จึงมีความเสี่ยงน้อย

จะเห็นว่าลักษณะของธุรกิจแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม แต่ละธุรกิจต่างมีปัจจัยแห่งความสำเร็จที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน ประกอบด้วย 5 ปัจจัยหลักๆ คือ 1. จังหวะเวลา2. ทีม 3. ไอเดียหรือแนวคิดใหม่ๆ 4. แผนธุรกิจ และ 5. เงินทุน

ที่ทำให้ธุรกิจ Startup ประสบความสำเร็จแต่มิได้หมายถึงว่าทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญตามอันดับที่ บิล กรอส ศึกษา ในแต่ละธุรกิจจะสามารถเน้นปัจจัยที่แตกต่างกัน เช่น ธุรกิจ Startup ประเภทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) จะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านจังหวะเวลาเป็นอันดับแรก เพราะจะต้องอาศัยสินค้าหรือบริการที่ตรงกับช่วงจังหวะเวลาและความต้องการของผู้คนส่วนมาก และปัจจัยรองลงมาคือทีมงานที่ดี ร่วมงานกันง่ายและเงินทุน ส่วนธุรกิจ Startup ประเภท User-Generated Content จะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านทีมเป็นอันดับแรก เพราะการที่มีทีมที่สามารถทำงานกันได้ง่าย เข้าใจกัน ก็จะนำไปสู่แผนธุรกิจที่ลงตัว ออกมาในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้สามารถระดมเงินทุนได้มาก ธุรกิจ Startup ประเภทบริการ จะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านแนวความคิดใหม่ๆ ธุรกิจนี้จะต้องมีความแปลกใหม่ตลอดเวลา มีความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถเรียกความสนใจให้คนมาใช้บริการได้ และยังให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาที่ผู้คนส่วนมากพบเจอปัญหาและเกิดความต้องการพอดีอีกด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนธุรกิจที่ดีและคิดครอบคลุมทุกด้านทุกมุมในการทำธุรกิจนั้นปัจจัยด้านเงินทุนสำคัญมากกับธุรกิจ Startup ทุกๆ ประเภท แต่ทั้งนี้ก็ถือเป็นปัจจัยรองที่แต่ละธุรกิจให้ความสำคัญเพราะหากธุรกิจนั้นมีทีมที่ดี แนวความคิดใหม่ๆ แผนธุรกิจที่น่าลงทุน และจังหวะเวลาที่เหมาะสม ก็จะสามารถหาเงินระดมทุนได้ไม่ยาก ซึ่งปัจจุบันมีโอกาสเปิดกว้างและมีการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐด้วย และสุดท้ายปัจจัยหลักที่ทำให้ Startup ประสบความสำเร็จนั้น คือความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงใจผู้บริโภค ขณะเดียวกัน Startup ก็ต้องสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจดังกล่าวได้ด้วย ถึงจะกล่าวได้ว่าธุรกิจ Startup นั้นประสบความสำเร็จจริง