ซิสโก้เผย ‘Disruptor’ เกิดขึ้นในช่วง COVID-19 ระบาด สร้างโอกาสในการทำธุรกิจให้อุตสาหกรรมหลักในอาเซียน


Emerging Disruptors from th Global Pandemic Presented by Cisco and Jungle Ventures

กรุงเทพฯ25 พฤศจิกายน 2563 : ผลการศึกษาล่าสุดของซิสโก้และจังเกิล เวนเจอร์ส (Jungle Ventures) เผยการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ๆ ของอาเซียน เช่น การศึกษา สาธารณสุข และซัพพลายเชน ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ “Digital Disruptor

 ซิสโก้ จับมือ จังเกิล เวนเจอร์ส ำรายงาน “การเกิดขึ้นของDisruptors จาก COVID-19”

 ซิสโก้และจังเกิล เวนเจอร์ส (Jungle Ventures) ร่วมจัดทำรายงานในหัวข้อ “การเกิดขึ้นของDisruptors จากการแพร่ระบาดของ COVID-19” (Emerging Disruptors from the Global Pandemic) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจที่สำคัญ ๆ ในภูมิภาคอาเซียนในช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาด พร้อมยกตัวอย่างโมเดลธุรกิจของ Disruptor ที่ประสบความสำเร็จ

รายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล (Digitalization) ของหลายๆ ประเทศในอาเซียนที่อำนวยความสะดวกให้แก่องค์กรต่างๆ ได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจและทำงานจากระยะไกล (Remote Operation and Working) ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19  ด้วยเหตุนี้ ภูมิภาคอาเซียนจึงเป็นหนึ่งในภูมิภาคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Mobile-First ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยพัฒนาแพลตฟอร์มแบบDigital Native ที่ครอบคลุมภาคธุรกิจสำคัญต่างๆ

การศึกษา-สาธารณสุข-โลจิสติกส์ระทบหนักจาก COVID-19

Naveen Menon, Cisco

นาวีน เมนอน ประธานภูมิภาคอาเซียน ซิสโก้ กล่าวว่า สถานการณ์ COVID-19 ทำให้เห็นถึงศักยภาพของมนุษย์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต และการทำธุรกิจภายในเวลาอันรวดเร็วเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด หลายภาคส่วนได้รับผลกระทบที่รุนแรง เช่น ภาคการศึกษา สาธารณสุข และโลจิสติกส์ซัพพลายเชน จำเป็นต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ ดำเนินกลยุทธ์ที่แปลกใหม่ และมีทัศนคติและวิธีคิดที่ยืดหยุ่นแบบผู้ประกอบการ “ตอนนี้เรามองเห็นคลื่นนวัตกรรมลูกใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในโลกวิถีใหม่” นาวีน เมนอน กล่าว

 ชี้เศรษฐกิจทั่วโลกเปลี่ยนแปลง

เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพแจ้งเกิด

รายงานฉบับนี้ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งเปิดโอกาสให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพแจ้งเกิดเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เนื่องจากเศรษฐกิจของอาเซียนโดยส่วนใหญ่แล้วยังคงมีลักษณะออฟไลน์ ดังนั้นจึงมีโอกาสอย่างมากที่ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีจะประสบความสำเร็จในตลาด ข้อมูลล่าสุดจาก STATION F หนึ่งในแคมปัสสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระบุว่า 18% ของสตาร์ทอัพทั่วโลกมุ่งเน้นการทำตลาดใหม่ตั้งแต่การแพร่ระบาดเริ่มต้น และอีก 13% มีแผนที่จะดำเนินการดังกล่าวในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ธุรกิจสตาร์ทอัพในอาเซียนใช้ประโยชน์จากโอกาสธุรกิจใหม่ๆ  

Amit Anand, Jungle Ventures

อามิท อนันต์ พาร์ทเนอร์ผู้ร่วมก่อตั้งของจังเกิล เวนเจอร์ส กล่าวว่า การหยุดชะงักหรือ Disruption ของธุรกิจเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม และธุรกิจสตาร์ทอัพจำนวนมากในอาเซียนดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อรองรับกระแสความเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล และใช้ประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

“ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในบริษัท Venture Capital รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับผู้ก่อตั้งบริษัทหลายรายที่กำลังมองหาหนทางในการแก้ไขปัญหาท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และสร้างธุรกิจชั้นนำที่มีความมั่นคงในระยะยาว” อามิท อนันต์ กล่าว

 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางธุรกิจ 3 Sector ที่สำคัญ

รายงานดังกล่าวยังได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางของธุรกิจ 3 Sector ที่สำคัญ ได้แก่ การศึกษา สาธารณสุข และซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น และการปรับใช้เทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและสร้างสรรค์ เพื่อลดปัญหาการหยุดชะงักของธุรกิจและการให้บริการ

 Jarimatika Foundation

Disruptor ที่ประสบความสำเร็จ

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้สถานศึกษาต้องปิดการดำเนินงานชั่วคราว และส่งผลกระทบต่อนักเรียนนักศึกษาหลายพันล้านคนทั่วโลก รวมถึงนักเรียนนักศึกษา 160 ล้านคนในอาเซียน จากข้อมูลของยูเนสโก (UNESCO)  การเรียนการสอนต้องเปลี่ยนไปสู่ระบบออนไลน์ โดยไม่มีการทดสอบการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ล่วงหน้า ทำให้ครูและอาจารย์ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว  ถึงแม้ว่าจะมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากถึง 350 ล้านคน แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการเรียนทางไกล กลับไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกันในแต่ละพื้นที่ในภูมิภาคอาเซียน

รายงานฉบับนี้ระบุว่า บริษัทจำนวนมากยังไม่ได้เริ่มดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อรองรับการเรียนรู้แบบผสมผสานและการเรียนรู้แบบเสมือนจริง (Virtual Learning) แต่มี Disruptor บางรายที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีแนวโน้มที่จะขยายตลาดของตัวเองไปยังประเทศอื่น ๆ โดยหนึ่งในนั้นคือ Jarimatika Foundation ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับทักษะให้กับแม่บ้าน เพื่อเสริมสร้างแนวคิดและทักษะของคนรุ่นใหม่ในอินโดนีเซีย

โลกวิถีใหม่ด้านสาธารณสุข

รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลโดยเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับสถานพยาบาลที่พร้อมจะลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล และปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน ความคล่องตัวและนวัตกรรมคือข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับ Disruptor

ในการก้าวเข้าสู่ตลาดธุรกิจเฮลธ์แคร์

สำหรับ Disruptor ชั้นนำในธุรกิจนี้ได้แก่ Homage บริษัทสตาร์ทอัพของสิงคโปร์ที่ใช้ประโยชน์จากความต้องการดูแลสุภาพและป้องกันโรคที่เพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยในสิงคโปร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทดังกล่าวนำเสนอบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ มีการปรับแต่งตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และมีค่าบริการที่ถูกกว่า

ผลการศึกษาดังกล่าวพบว่าบุคลากรทางการแพทย์และองค์กรต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพหลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยุติลง  ทั้งนี้ สถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนจะต้องปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ขณะที่รัฐบาลควรบังคับใช้นโยบายที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และทั้งหมดนี้จะก่อให้เกิดโลกวิถีใหม่ในบริการด้านสาธารณสุข โดยรูปแบบการให้บริการผ่านเทคโนโลยีขั้นต้น (Technology-enabled Primary) และการป้องกันโรคแบบส่งตรงถึงบ้าน (Preventative Care Delivery Model) จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในระยะยาว

พลิกโฉมการจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์

การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ และบริษัททั่วโลกประสบปัญหาอย่างมากกับการพึ่งพาและการกระจุกตัวของซัพพลายเชนในบางพื้นที่  สถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ต่อเศรษฐกิจโลก และตอกย้ำถึงความสำคัญของซัพพลายเชน และการเชื่อมโยงเครือข่าย

รายงานผลการศึกษาแนะนำว่าควรจะสร้างเวิร์กโฟลว์ธุรกิจและกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์  บริษัทเทคโนโลยีรายสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดโลจิสติกส์นำเสนอโซลูชั่นดิจิทัลสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยผสานรวมซอฟต์แวร์และบริการเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนและก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม  Moglix แพลตฟอร์มการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบดิจิทัลของสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการโรงงานและซัพพลายเออร์ในการปรับเปลี่ยนเวิร์กโฟลว์การจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดให้เป็นรูปแบบดิจิทัล ขณะที่ยังไม่สามารถสร้างระบบอัตโนมัติในการควบคุมเหตุการณ์วิกฤตได้อย่างสมบูรณ์ แต่ระบบซัพพลายเชนแบบครบวงจร พร้อมการจัดหาข้อมูลที่แม่นยำแบบเรียลไทม์ จะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จในอนาคต

เร่งสร้างสรรค์นวัตกรรม -เปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจทั่วโลกและการเกิดขึ้นของ Disruptor ส่งผลให้บริษัทสตาร์ทอัพจำเป็นที่จะต้องปรับตัวและใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโต

นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังแนะนำว่ารัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายในอาเซียนจำเป็นที่จะต้องมองหาโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักของประเทศให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น องค์กรต่างๆ ในอาเซียนที่ต้องการส่งเสริมและใช้ประโยชน์จาก Digital Disruption จำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับพันธมิตรในอีโคซิสเต็มเพื่อปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอสินค้าและบริการอย่างเหมาะสม

ราจีฟ เมนอน หัวหน้าฝ่ายลงทุนและ M&A ซิสโก้สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งในการปรับใช้แนวทางที่ครอบคลุมหลากหลายแง่มุม โดยอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ในอีโคซิสเต็มของสตาร์ทอัพในภูมิภาคอาเซียน

“เราเชื่อมั่นในคุณค่าของอีโคซิสเต็มด้านนวัตกรรม และเรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและยกระดับธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพทั่วภูมิภาคอาเซียน” ราจีฟ เมนอน กล่าว