งาน ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย 2020 ผลักดันไทยสู่ ‘ศูนย์กลางด้านพลังงานแห่งเอเชีย’


งาน ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย 2020 ผลักดันไทยสู่ ‘ศูนย์กลางด้านพลังงานแห่งเอเชีย’

กรุงเทพฯ – 24 ธันวาคม 2562 : กลับมาอีกครั้งกับงาน ‘ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย 2020’ (Future Energy Asia 2020)  ที่ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานแห่งเอเชีย โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พลังงานทดแทน ฯลฯ เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับโลกเกี่ยวกับความยั่งยืนด้านพลังงานให้แก่หน่วยงานภาครัฐและผู้ให้บริหารด้านพลังงานได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองต่อศักยภาพของพลังงานสะอาดและเชื่อมโยงไปถึงการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก กระทรวงพลังงาน และผู้ร่วมจัดงานอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

งานนี้จะสามารถดึงดูดผู้นำในอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และนักนวัตกรรมเข้ามาร่วมชมงานได้ อีกทั้งยังได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการกว่า 150 บริษัท จาก 9 ประเทศทั้งโลก รวมไปถึงผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 4,000 คนจาก 50 ประเทศทั่วโลก ผู้เข้าร่วมงานประชุมมากกว่า 1,000 คน และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บรรยายกว่า 200 ท่าน

ภายในงานฯ มีการผลิตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของอาเซียน และจากรายงานล่าสุดเกี่ยวกับ การเชื่อมต่อโครงข่ายพลังงานในอาเซียนเพื่อสังคมที่ยั่งยืน โดยศูนย์พลังงานอาเซียน ระบุว่าการสร้างโครงข่ายพลังงานในอาเซียนถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาพลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน[1]

ในปัจจุบัน ทวีปเอเชียมีจำนวนประชากรอยู่ที่ 4.5 พันล้านคน ซึ่งคิดเป็นจำนวนประชากรกว่าร้อยละ 60 ของประชากรโลก และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 20 ภายใน 30 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็นสามเท่า และจากการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้มีแนวโน้มที่จะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค รวมไปถึงการเพิ่มการลงทุนด้านพลังงานโดยประมาณที่ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีพ.ศ.2583 การปรับตัวและพัฒนาของอุตสาหกรรมพลังงานจำเป็นต้องตอบสนองความต้องการในการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นและยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับธุรกิจด้านพลังงานปรับตัวจากการเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานแบบบูรณาการ

ภายในปีพ.ศ. 2583 หนึ่งใน 5 ของพลังงานหลักภายในภูมิภาคเอเชียมาจากพลังงานหมุนเวียน และความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในขณะที่ความต้องการในก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 64 และ ร้อยละ 44 ตามลำดับ และมีความเป็นไปได้ที่กว่าครึ่งของความต้องการในก๊าซธรรมชาติของภูมิภาคฯ จะเป็นการนำเข้าจาก LNG ภายในปี พ.ศ.2583 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะสามารถแซงหน้าทวีปยุโรป ในฐานะผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพลังงานทดแทน เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานอย่างไม่เคยมีมาก่อนในภูมิภาคของเรา

ภาพบรรยากาศจากงาน ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย 2018
ภาพบรรยากาศจากงาน ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย 2018

ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน ถือเป็นเวทีในการพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพลังงานยั่งยืนแห่งอนาคตของบุคคลากรจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับน้ำมันก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งภายในงานฯ จะเผยให้เห็นถึงการผสมผสานของเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย ยังมีงานประชุมใหญ่ 3 หัวข้อหลัก ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในช่วงระยะเวลาการจัดงานรวมถึงงานประชุมเชิงยุทธศาสตร์สำหรับน้ำมัน ก๊าซและพลังงาน ที่เหล่าผู้นำจะเข้าหารือกันถึงการเปลี่ยนแปลงพลังงานว่าจะมีรูปร่างอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า และการประชุมเชิงเทคนิคที่จะนำเสนอในสองหัวข้อที่ศูนย์ความเป็นเลิศทางเทคนิค (COTES) ที่สามารถเข้าร่วมได้ฟรี โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญเชิงเทคนิคมากกว่า 100 ท่าน เข้าร่วมเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญในด้านเทคนิค และเจาะลึกถึงรายละเอียดในการประชุมเชิงยุทธศาสตร์

มร. คริสโตเฟอร์ ฮัดสัน ประธานบริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ ผู้จัดงานฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาจัดงานที่มีเกียรตินี้อีกครั้งในประเทศไทยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแบบบูรณาการที่ตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในภูมิภาคนี้ งานแสดงฯและการประชุมนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และยังได้มอบโอกาสอันดีในการทำงานร่วมกันระหว่างเหล่าผู้ประกอบการพลังงาน ผู้ผลิตไฟฟ้า และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน เพื่อเป็นการปูทางสู่พลังงานสะอาดในอนาคตในอาเซียนอีกด้วย ผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลกจะกลับมาแสดงสินค้าและบริการอีกครั้ง ทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธ์และเป็นพันธมิตรร่วมกับเหล่าผู้ทำธุรกิจเชิงพลังงานจากทั่วทุกมุมโลก การประชุมนี้ยังเปิดโอกาสให้สามารถพูดคุยหารือกันกับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับความท้าทายทางการเมืองและธุรกิจ งานที่เราจัดขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2561 ที่ผ่านมาได้ผลตอบรับที่ดี และมีผู้แทนการค้าเข้าร่วมงานกว่า 3,000 ราย มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บรรยายในการประชุมเชิงยุทธศาสตร์และเทคนิคถึง 200 ท่าน และมากถึง 100 บริษัทที่เข้าร่วม เราเชื่อมั่นว่างานจะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในปีพ.ศ.2563 นี้