งาน “BIDC 2021” ครั้งที่ 8 ตอบโจทย์วิถี New Normal คาดตลาดดิจิทัลคอนเทนท์ปี’64 มูลค่า 39,000 ล้านบาท

THW 2024

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) พร้อมด้วย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมี 5 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BASA) สมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย (e-LAT) และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟแวร์เกมไทย (TGA)  ร่วมด้วยบริษัท ชินเอ เซอร์วิส จำกัด จัดงาน มหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ Bangkok International Digital Content Festival 2021” หรือ BIDC 2021 ครั้งที่ 8  ผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างัวนที่ 1 กรกฎาคม  -6 สิงหาคม พ.ศ.2564 เพื่อร่วมขับเคลื่อนและกระตุ้นอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างศักยภาพในเวทีระดับโลก

คาดปี’64 มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ เติบโต 15%

หลังปี’63 ดิจิทัลคอนเทนท์ –บิ๊กดาต้า เติบโตต่อเนื่อง

ผศ.ดร.สุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย นายกสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ และผู้แทนภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปีพ.ศ.2563ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มีการปรับตัวเพื่อเดินหน้าธุรกิจเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ จากการคาดการณ์อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยและบิ๊กดาต้าในปีพ.ศ. 2563 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์จะขยายตัวขึ้นอีก 10.1% คิดเป็นมูลค่าอุตสาหกรรมฯ รวม 34,229 ล้านบาท เทียบกับปีพ.ศ. 2562 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 11.51%  คิดเป็นมูลค่าอุตสาหกรรมฯ  31,080 ล้านบาท นอกจากนี้ในปีพ.ศ. 2564 มีการคาดการณ์มูลค่าอุตสาหกรรม อยู่ที่ 39,000 ล้านบาท เติบโต 15% และในปีพ.ศ. 2565 คาดการณ์มูลค่าอุตสาหกรรม อยู่ที่ 45,094 ล้านบาทและเติบโต 15%  ซึ่งเติบโตทั้งแอนิเมชั่น เกมและคาแรคเตอร์ (อ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจและคาดการณ์ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับสถาบันไอเอ็มซี)

ทั้งนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับอัตราการเติบโตข้างต้น รวมทั้งผู้ประกอบยังใช้ช่องทาง  อีคอมเมิร์ซเข้ามาตอบโจทย์ในยุคดิจิทัลในการจำหน่ายสินค้าต่างๆ และเป็นการเพิ่มโอกาสของอุตสาหกรรมฯ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับการขยายการเติบโตในอนาคต เช่น กลุ่มอีเลิร์นนิงที่ยูสเซอร์ได้มีแพลตฟอร์มการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น มีการพัฒนาคอนเทนท์ที่รองรับการเรียนรู้ใหม่ๆ และเข้าสู่การเรียนการสอนด้วยดิจิทัล 100% ในส่วนมหาวิทยาลัยมีการพัฒนาหลักสูตรด้านดิจิทัลคอนเทนท์ในสาขาต่างๆ เพื่อสร้างบุคลากรรองรับในอุตสาหกรรมฯ นี้  นอกจากนี้กลุ่มภาพยนตร์การถ่ายภาพในสตูดิโอใหญ่ก็ใช้ดิจิทัล สกรีนเข้ามาใช้ในการถ่ายทำ รวมทั้งการใช้แอนิเมชั่นมาพัฒนาต่อยอดการถ่ายทำโดยไม่ต้องไปสถานที่จริง ซึ่งช่วยให้ควบคุมต้นทุนได้อีกด้วย

 

งาน BIDC  2021 จัดผ่านระบบออนไลน์ ชู 3 ไฮไลท์

กระตุ้นอุตฯ ดิจิทัลคอนเทนท์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน   

ผศ.ดร.สุรพงษ์  กล่าวถึงการจัดงาน Bangkok International Digital Content Festival 2021 หรือ BIDC  2021 ว่า งานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือของภาคเอกชนประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) (TCEB) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ โดยมี 5 สมาคม ได้แก่  สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BASA)  สมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย (DCAT)  สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย (e-LAT)  และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA)  ในครั้งนี้มีพันธมิตรเข้าร่วมให้การสนับสนุนกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ (Webinar)  ได้แก่ บริษัท ชินเอ เซอร์วิส จำกัด เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ในการสร้างเม็ดเงินและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ  โดยส่งเสริมและสนับสนุน รวมถึงการสร้างเครือข่ายให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยสู่เวทีระดับโลก นับเป็นการผนึกความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างภาคอุตสาหกรรมฯและภาครัฐอย่างต่อเนื่องและได้รับการตอบรับอย่างมากตลอดการจัดงานสู่ปีที่ 8 ในครั้งนี้

โดยงานในปีพ.ศ.2564  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม พ.ศ.2564 ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมขับเคลื่อน และกระตุ้นอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างศักยภาพในเวทีระดับโลก  มีกิจกรรมไฮไลท์ในงาน BIDC  2021 ประกอบด้วย 1.วันที่ 1 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564 จะเป็นกิจกรรมเสวนาออนไลน์ (Webinar) โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ กว่า 23 หัวข้อผ่านทางระบบ Zoom Meeting และถ่ายทอดสดในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง www.facebook.com/bidc.fest    2.วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564 จะเป็นพิธีเปิดโครงการ Bangkok International Digital Content Festival 2021 ปีที่ 8 พร้อมมอบรางวัลผลงานดีเด่น BIDC AWARDS ประจำปี.2021 ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ ที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปี โดยถ่ายทอดสด ในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่งผ่าน www.facebook.com/bidc.fest  และเว็บไซต์ www.bidcfest.com   3.วันที่ 4-6 สิงหาคม พ.ศ. 2564 การจัดเจรจาธุรกิจออนไลน์ ระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทยและผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ชั้นนำจากทั่วโลก

 

MDES โดย depa สนับสนุนการจัดงาน BIDC 2021

มุ่งให้อุตฯ เติบโตต่อเนื่อง ปรับตัวรับเทรนด์ New Normal

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) กล่าวว่า  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งเป็นองค์กรในการกำกับดูแลของกระทรวงฯ ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ จัดงานมหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ “Bangkok International Digital Content Festival 2021” หรือ BIDC 2021 ครั้งที่ 8  ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างยั่งยืนรวมทั้งปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ New Normal ภายในงานประกอบด้วยหลากหลายกิจกรรม ทั้งการเจรจาธุรกิจออนไลน์ระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทย และผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์  ชั้นนำของโลก การมอบรางวัลด้านดิจิทัลคอนเทนท์ BIDC AWARDS ประจำปี 2021 และกิจกรรมเสวนาออนไลน์ (Webinar) ในรูปแบบสตรีมมิ่ง เป็นต้น ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมที่จัดนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลคอนเทนท์ของประเทศไทยให้เติบโตต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

 

พาณิชย์พร้อมผลักดันให้ดิจิทัลคอนเทนท์

ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด “Creative Economy”

ดร. สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีความมุ่งมั่นและมีนโยบายที่จะผลักดันให้ดิจิทัลคอนเทนท์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด Creative Economy” และส่งเสริมให้ประเทศเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ (Digital Content Hub) เพื่อสอดคล้องกับนโยบาย 14 แผนงานประจำปีพ.ศ. 2564 ของกระทรวงพาณิชย์ โดยได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน BIDC มาอย่างต่อเนื่องตลอด 8 ปี เพื่อสร้างเวทีเจรจาธุรกิจในยุคดิจิทัล นำร่องสู่การพัฒนาเศรษฐกิจตามแผนยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการส่งเสริมและขยายช่องทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ในช่วง  2 ปีที่ผ่านมาผลการเจรจาการค้าจากการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย ในส่วนของแอนิเมชั่น คาแรคเตอร์ และเกม มีมูลค่ารวมกว่า 2,700 ล้านบาท และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งไทย ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสู่วิถีความปกติใหม่ หรือ New Normal ทำให้การจัดงาน BIDC 2021 ในกิจกรรมเจรจาธุรกิจเป็นรูปแบบออนไลน์เป็นปีที่ 2  ซึ่งคาดว่าจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจมากกว่า 200 คู่และสร้างมูลค่าไม่น้อยกว่า 490 ล้านบาท

สำหรับการจัดงานในปีพ.ศ.2564 นี้ ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนท์ทั่วโลกเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ จำนวน 36 บริษัท จาก 11 ประเทศ และมีผู้ประกอบการไทยร่วมเจรจาธุรกิจในครั้งนี้จำนวน  57 บริษัท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยให้เกิดความแข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับบนเวทีการค้าโลก

 

ทีเส็บหนุนใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีออนไลน์

จัดงานอีเวนท์ในรูปแบบ New Normal

นิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)  (TCEB) กล่าวว่า จากการระบาดของ COVID- 19 ส่งผลให้งานเทศกาลต่างๆ ต้องปรับตัวไปสู่การจัดงานเทศกาลแบบ New Normal ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบออนไลน์ หรือ Hybrid ดังนั้น ทีเส็บจึงมีนโยบายให้การสนับสนุนและส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีออนไลน์ในการจัดงาน เพื่อให้ยังคงสามารถจัดงานได้รวมถึงการรักษาฐานลูกค้าที่ดีของงานไว้ได้อย่างเข้มแข็ง ตลอดจนส่งเสริมและรักษาฐานอุตสาหกรรมการจัดงานอีเวนท์และเทศกาล

ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ทีเส็บได้จัดเก็บข้อมูลการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน BIDC พบว่า งาน BIDC ได้สร้างผลทางเศรษฐกิจต่อรายได้ประชาชาติ (GDP) มีมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ 233 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานกว่า 10,700 ตำแหน่ง

 

CEA สนับสนุนการจัดงาน BIDC 2021 เป็นปีแรก

สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

พิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ  CEA กล่าวว่า CEA มีพันธกิจสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้ขับเคลื่อนและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจของประเทศ  การจัดงาน BIDC นี้ เพื่อแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่โดดเด่นของไทย และในปีพ.ศ.2564  CEA ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมซึ่งสอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

งาน BIDC 2021 ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ภาครัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง รวมทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยที่มีเวทีแสดงศักยภาพ  และความพร้อมของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ของไทยแก่ผู้ที่สนใจทั้งในระดับประเทศและระดับสากล พร้อมทั้งยังเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างองค์ความรู้ทักษะจำเป็นต่างๆ ผ่านงานสัมมนาและการประชุมเชิงปฏิบัติการได้มาร่วมแสวงหาโอกาสและความร่วมมือผ่านการเจรจาธุรกิจทางระบบออนไลน์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางความคิดสร้างสรรค์ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ และพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน

 

มอบรางวัลผลงานดีเด่น BIDC AWARDS ประจำปี 2021

สำหรับรางวัล ผลงานดีเด่น BIDC AWARDS ประจำปี 2021 แบ่งเป็น 5 ประเภท  ประเภทแรก รางวัลจากสมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ สาขา BASA : Emerging Technology & Education ประกอบด้วย 1.รางวัล Best Student’s Animation Technical Project Award ได้แก่ ผลงาน FAST WEIGHTS 2.รางวัล Best Student’s Animation Art & Design Project Award ผู้ ได้แก่ ผลงาน Little Miss Dungjai และ3.รางวัล Best Student’s Game Project Award ได้แก่  ผลงาน PARASITE

ประเภทที่ 2.รางวัลจากสมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย (DCAT) สาขา Character ประกอบด้วย 1.รางวัล Character of the Year Award ผลงานคาแรคเตอร์ไทยที่มีผลงานโดนเด่นที่สุดในด้านการตลาด การบันเทิง หรือการทำประโยชน์แก่สังคมในช่วงปีที่ผ่านมา ได้แก่ ผลงาน Character : Warbie Yama จาก บริษัท อาร์วามะ จำกัด 2.รางวัล Best Corporate Character of the Year Award ผลงานออกแบบคาแรคเตอร์มาสคอตเพื่อการตลาดหรือประชาสัมพันธ์ให้องค์กรภาคเอกชนหรือภาครัฐที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมา ได้แก่ ผลงาน Character : ZONZON จาก บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด และ 3.รางวัล Most Popular Character in Social Media Award ผลงานคาแรคเตอร์ที่ประชาชนชื่นชอบและใช้อย่างกว้างขวางใน Social Media (Line, Facebook, Instagram, etc) ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ ผลงาน Bear Please หรือ หมีขอ จาก คมสัน ฟักสกุล

ประเภทที่ 3.รางวัลจากสมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย (e-LAT) สาขา e-Learning ประกอบด้วย 1.รางวัล e-Learning for School Award รางวัลยอดเยี่ยมด้าน “รางวัลอีเลิร์นนิ่งในโรงเรียน ได้แก่ AR Education เทคนิคและอาชีวะจาก บริษัท อินฟินิตี้ เดฟ จำกัด  และ2.างวัล Virtual Class Room Platform Innovation Award รางวัลยอดเยี่ยมด้าน “สำหรับการสร้างสรรค์ออกแบบนวัตกรรมห้องเรียนเสมือนเพื่อสังคม”  ได้แก่ ผลงาน ห้องเรียนอาชีพออนไลน์จาก สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)

ประเภทที่ 4.รางวัลจากสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สาขา Animation and Visual Effect ประกอบด้วย 1.รางวัล Best VFX In TV Commercial Award ได้แก่ ผลงาน BTS Past & Present  จาก บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ 2. Best VFX in Motion Picture Award  ได้แก่ ผลงาน The Yin Yang Master’s จาก บริษัท เดอะมั้งค์ สตูดิโอ จำกัด 3. รางวัล Best VFX in Thai Drama Award ได้แก่ ผลงาน ภาพยนตร์ซีรี่ส์ “อินจัน” จำนวน 13 ตอน จาก บริษัท กันตนา แอนนิเมชั่น สตูดิโอ จำกัด 4.รางวัล Best Animated Short Award ได้แก่ ผลงาน A Town Where We Live) จาก บริษัท อิ๊กกลู สตูดิโอ จำกัด 5.รางวัล Best Motion Design Award ได้แก่ ผลงาน Okinawa Symphony จาก บริษัท ดีไซนด์ คิท จำกัด และ 6.รางวัล Best Animated Content Award ได้แก่ ผลงาน หนุมานนักรบมนตรา จาก Riff Studio

ประเภทที่ 5.รางวัลจากสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สาขา Game & Interactive ประกอบด้วย 1.รางวัล Game of the Year Award ได้แก่ ผลงาน Kingdoms Reborn จาก บริษัท เอิร์ธไชน์ จำกัด 2.รางวัล Best of Game Design Award ได้แก่ ผลงาน Kingdoms Reborn จาก บริษัท เอิร์ธไชน์ จำกัด 3.รางวัล Best of Visual Art Award ได้แก่ ผลงาน Dash Dash World จาก บริษัท โมชั่นเอ็กซ์ สตูดิโอ จำกัด 4.รางวัล Best of Sound Award ได้แก่ ผลงาน Kingdoms Reborn จาก บริษัท เอิร์ธไชน์ จำกัด และ5.รางวัล Developer Choice Award ได้แก่ ผลงาน Kingdoms Reborn จาก บริษัท เอิร์ธไชน์ จำกัด

งาน BIDC การจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมากโดยจำนวนผู้เข้าร่วมงานในทุกปีมากกว่า 287 บริษัท ซึ่งสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศจากอุตสาหกรรมฯ หลายพันล้านบาท อีกทั้งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ CEA ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐแต่ละภาคส่วน พร้อมเชื่อมั่นในศักยภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยความร่วมมือและการส่งเสริมจากทุกภาคส่วน


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save