กสอ. หนุน 3 นโยบายเร่งด่วน หวังกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 8,000 ล้านบาท รับปีแห่ง “SMEs Disruption” ในปี 2021


กรุงเทพฯ : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เผยนโยบายเร่งด่วนปี 2564 มุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งอุตสาหกรรมไทย ผ่านปัจจัย 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะเร่งด่วน เครื่องมือเร่งด่วน และ อุตสาหกรรมเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการฝ่าคลื่นปฏิวัติเอสเอ็มอี หรือ SMEs Disruption โดย กสอ. เตรียมปรับบทบาทเป็นโค้ชชิ่ง ให้คำแนะนำเชิงลึกกับผู้ประกอบการ เปลี่ยนบทบาทมุ่งเน้นการส่งเสริมในเชิงรุกเป็นผู้ปั้นปรุงเปลี่ยนเอสเอ็มอีให้ดีพร้อม หรือ เอสเอ็มอีดิสรับเตอร์ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวได้อย่างทันท่วงที และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในไทยได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยตั้งเป้าส่งเสริมไม่ต่ำกว่า 3,356 กิจการ ด้วยงบประมาณดำเนินการกว่า 500 ล้านบาท  คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 8,000 ล้านบาท

ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  สถานการณ์ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมทั่วโลกและทำให้เกิดคลื่นปฏิวัติเอสเอ็มอี หรือ SMEs Disruption ในปีพ.ศ.2564  ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญและเร่งรัดการดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่ต้องได้รับการสนับสนุน

จากการดำเนินงานของ กสอ. ในปีพ.ศ. 2563 ผ่านนโยบาย ปั้น ปรุง เปลี่ยน เอสเอ็มอีให้ดีพร้อม โดยกสอ.มีโครงการที่ดำเนินการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนผู้ประกอบการไปแล้ว จำนวน 1,731 กิจการ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 8,000 ล้านบาท   อย่างไรก็ตามพบว่ายังต้องยกระดับการส่งเสริมให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ดังนั้น กสอ. จึงกำหนดนโยบายการดำเนินงานในปีพ.ศ. 2564 เร่งด่วน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่าน นโยบาย “สติ : STI” ประกอบด้วย 3 ปัจจัยเร่งด่วนสำคัญ ได้แก่  1.ทักษะเร่งด่วน หรือ Skill ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยตลอดการดำเนินงานในปีพ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา พบว่าเอสเอ็มอีจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบธุรกิจ แบ่งออกเป็น 3 ทักษะที่จำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ประกอบด้วย ทักษะวิชาตัวเบา (Lean) ผ่านการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ในปัจจุบัน โดยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด หมุนเงินให้ทัน  เพื่อให้สามารถดำเนินการกิจได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจะต้องพัฒนาต่อยอดทักษะเดิม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง ทักษะการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี  ซึ่งมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยพัฒนาบุคลากรให้ควบคุมการทำงานของ AI  ได้ เพื่อการปรับใช้ในกระบวนการต่าง ๆ และทักษะความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรม โดย กสอ. จะขยายผลศูนย์ Mini Thai-IDC ไปยังภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ในระดับท้องถิ่นไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.เครื่องมือเร่งด่วน หรือ Tools ที่จะเป็นตัวช่วยเร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ซึ่งประกอบไป

ด้วย แพลตฟอร์มออนไลน์ (DIProm มาร์เก็ตเพลส) รวบรวมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจาก กสอ. ซึ่งเปิดตัวในวันที่ 22 ธันวาคมนี้  เบื้องต้นมีผู้ประกอบการกว่า 90 รายที่ใช้สื่อ Social Network    ได้ เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าทั้งยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค นิเวศอุตสาหกรรม โดยการเชื่อมโยงเครือข่ายของผู้ประกอบการทั้งมิติเชิงอุตสาหกรรมและพื้นที่ เพื่อสร้างความร่วมมือ ต่อยอดองค์ความรู้ และการยกระดับอุตสาหกรรม เงินทุนเพื่อการประกอบการ ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการประกอบกิจการ อาทิ เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย การสนับสนุนเงินกู้จากสถาบันการเงินทั้งในกำกับของรัฐ และเอกชน รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากภาคเอกชน มีโครงการชุบชีวิตลูกหนี้ เพื่อสร้างสภาพคล่องให้กับการดำเนินธุรกิจและก่อให้เกิดการจัดตั้งธุรกิจได้ในอนาคต

 3.อุตสาหกรรมเร่งด่วน หรือ Industry  ที่มุ่งเน้นคือเกษตรอุตสาหกรรม ซึ่งจากข้อมูลจากสำนักงาน

เศรษฐกิจอุตสาหกรรม มูลการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป ระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2563
อยู่ที่ 243,855 ล้านบาท ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับการสนับสนุนในระยะเวลาเร่งด่วน เพื่อให้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ผ่านการยกระดับศักยภาพในภาคการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป การพัฒนานักธุรกิจเกษตร และการส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพและพัฒนาภาคการเกษตรให้มีศักยภาพ   เพื่อสร้างนักธุรกิจเกษตร  (Smart Farming) รวมทั้งการพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจสู่กระบวนการผลิตที่มีมูลค่าสูงต่อยอดขยายผลเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการส่งเสริมวิสาหกิจให้มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับความต้องการของผู้บริโภค

“ในปีพ.ศ. 2564 กสอ. จะปรับวิธีเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จากเดิมที่ทำหน้าที่โค้ชชิ่ง ให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ เปลี่ยนบทบาทมามุ่งเน้นการส่งเสริมในเชิงรุก โดยการเป็นผู้ปั้นปรุงเปลี่ยนเอสเอ็มอีให้ดีพร้อม หรือ เอสเอ็มอีดิสรับเตอร์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมอย่างทันท่วงที โดยตั้งเป้าหมาย ส่งเสริมผู้ประกอบการทั่วประเทศ 3,356 กิจการ พัฒนาทักษะกับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม 13,375 คน ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน 177 กลุ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพเพิ่มขึ้น 982 ผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในไทยให้มีความเข้มแข็ง ด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท” ณัฐพล กล่าว

ณัฐพล   กล่าวว่า  คำว่า Next  Normal  มีบริบทที่แตกต่างกันออกไป ในส่วนของกสอ.  Next  Normal   ของเอสเอ็มไทย หมายถึง 1. อาหารดีพร้อม  2. สุขภาพ ดีพร้อม  สำหรับสถานการณ์ COVID-19  ประเทศไทยถือว่ารับมือได้ดี  มีเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์และถุงมือยางพร้อม  ทั้งนี้มีธุรกิจใหม่ที่สร้างที่พักพิงให้ผู้สูงอายุ   ซึ่งในส่วนนี้อาจมาทดแทนการท่องเที่ยวได้ 3. มูลค่า ดีพร้อม   โดยสร้างมูลค่า Commodity    สินค้า OTOP ส่วนใหญ่ ยังไม่มีความสร้างสรรค์ในสินค้ามากพอ  4. เครือข่ายพร้อม   เศรษฐกิจปัจจุบันเป็น Globalize   ถ้าไม่มีเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ     เศรษฐกิจอาจมีปัญหาได้  และ 5 .คุณภาพพร้อม  ตั้งแต่มี COVID-19  ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานและอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น