แคนนอน เปิดตัวเรือธงใหม่ กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R5 และ EOS R6 พร้อมรุกตลาดทุกเซกเมนต์


แคนนอน เปิดตัวเรือธงใหม่ กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R5 และ EOS R6 พร้อมรุกตลาดทุกเซกเมนต์

กรุงเทพฯ – 10 กรกฎาคม 2563 แคนนอน ยกทัพผลิตภัณฑ์ล่าสุดบุกตลาดกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม เปิดตัวกล้องใหม่พร้อมกันถึง 2 รุ่น คือ EOS R5 และ EOS R6 มาพร้อมฟังก์ชันการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงสุดถึง 8K ระบบออโต้โฟกัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบป้องกันภาพสั่นในตัวกล้อง ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 20 ภาพต่อวินาที พร้อมด้วยเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM เลนส์ไพรม์ 3 รุ่น คือ RF85mm f/2 IS STM, RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM รวมถึงอุปกรณ์ขยายระยะเลนส์ Extender RF 1.4x และ Extender RF 2x เจาะกลุ่มนักถ่ายภาพสมัครเล่นระดับจริงจังไปจนถึงระดับมืออาชีพ

กล้อง EOS R5 มาพร้อมเซ็นเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรม ความละเอียด 45 ล้านพิกเซล ใกล้เคียงกล้องมีเดียมฟอร์แมต ใช้ได้ทั้งการถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทิวทัศน์ ไปจนถึงภาพสัตว์ป่า ค่าความไวแสงมาตรฐานสูงสุดที่ ISO51200 ขยายได้ถึง ISO102400

ส่วนกล้อง EOS R6 ใช้เซ็นเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ความไวแสงมาตรฐานสูงสุดที่ ISO10240 ขยายได้ถึง ISO204800 ทั้งสองรุ่นใช้ชิปประมวลผลภาพ DIGIC X ที่จัดการสัญญาณรบกวนภาพได้ดีมากขึ้น ถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์สูงสุด 20 ภาพต่อวินาที และด้วยชัตเตอร์แมคคานิคสูงสุด12 ภาพต่อวินาที มีระบบออโต้โฟกัสใหม่ Dual Pixel CMOS AF II ที่ทำให้เซ็นเซอร์อ่านภาพได้เร็วขึ้น ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลภาพ DIGIC X เพิ่มประสิทธิภาพในระบบออโต้โฟกัส และเป็นครั้งแรกของกล้องตระกูล EOS ที่พื้นที่ออโต้โฟกัสสามารถครอบคลุมพื้นที่ 100% ของเซ็นเซอร์ภาพ ทั้งแนวตั้งและแนวนอน จึงสามารถโฟกัสได้ง่ายแม้ที่ขอบภาพ

กล้อง EOS R5

ทั้งกล้อง EOS R5 และ EOS R6 มีจุดโฟกัสอัตโนมัติ 1,053 จุด มากกว่า EOS R ถึง 7 เท่า ส่วนจุดโฟกัสแบบแมนนวลใน EOS R5 มี 5,940 จุด และ EOS R6 มี 6,072 จุด ประสิทธิภาพการออโต้โฟกัสจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งสองรุ่นมีโหมด AF Priority สำหรับการเลือกติดตามโฟกัสคนหรือสัตว์ สามารถติดตามได้ทั้งร่างกาย ศีรษะ และดวงตา สำหรับการถ่ายภาพในที่แสงจำกัด EOS R5 โฟกัสได้ในที่แสงน้อยถึง EV -6 ส่วน EOS R6 ทำได้ถึง EV -6.5 ซึ่งเป็นระดับที่มืดจนตาคนแทบจะมองไม่เห็น อีกทั้งมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกนในตัวกล้อง (In-Body IS) ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ RF ที่มีระบบกันสั่นไหวแบบออปติคอลหรือไม่มีก็ตาม จะช่วยความเบลอที่เกิดจากการสั่นของกล้องได้เท่ากับการลดความเร็วชัตเตอร์ถึง 8 สต็อป และช่วยลดการสั่นได้ทุกช่วงซูมตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงเทเลโฟโต้

ด้วยชิปประมวลผลภาพ DIGIC X และการ์ดหน่วยความจำ CFexpress ทำให้กล้อง EOS R5 สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 8K/30 fps จากการอ่านสัญญาณจากพื้นที่ทั้งหมดของเซ็นเซอร์ มีความคมชัดสูง สะดวกในการนำไปตัดต่อภายหลัง รวมถึงสามารถถ่ายวิดีโอ 8K RAW โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม นอกจากนี้ยังถ่ายวิดีโอสโลว์โมชัน 4K/120 fps ได้ บันทึกวิดีโอได้หลายฟอร์แมต เช่น RAW, H.265 HEVC, H.264 MP4 และบีบอัดเป็นฟอร์แมต ALL-I หรือ IPB ได้ด้วย ส่วน EOS R6 ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ถึง 60 เฟรมต่อวินาที และถ่ายสโลว์โมชัน Full HD/ 120 fps โดยไม่ต้องครอป เหมาะสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทั้งสองรุ่นมีช่องต่อ HDMI ได้ถึง 4K/60 fps 10-bit 4:2:2 และมีฟีเจอร์ PQ และ Canon Log สำหรับการถ่ายภาพ HDR

กล้อง EOS R6

กล้องทั้งสองรุ่นมีขนาดกะทัดรัด ตัวกล้องทำจากแมกนีเซียมอัลลอยพร้อมซีลกันหยดน้ำและฝุ่น น้ำหนักเบา ด้านบนตัวกล้อง EOS R5 มีจอแอลซีดี ส่วน EOS R6 มีแป้นปรับโหมด และทั้งสองรุ่นมีแป้นปุ่ม Multi-Controller และ Quick Control เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเลือกจุดโฟกัสและปรับตั้งค่าต่างๆ มีจอแอลซีดีทัชสกรีนปรับหมุนได้ที่ใช้ในการเลือกจุดโฟกัสและเมนูการใช้งานต่างๆ

พร้อมกันนี้แคนนอนยังได้เปิดตัว RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้รุ่นแรกสำหรับกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตระกูล EOS R ด้วยทางยาวโฟกัสถึง 500 มม. พัฒนามาจากเลนส์ยอดนิยมรุ่น EF100-400mm f/4.5-5.6L IS II USM ที่มีช่วงซูมกว้างและใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่การถ่ายภาพกีฬา สัตว์ป่า ธรรมชาติ ไปจนถึงถ่ายภาพข่าว แต่ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM มีน้ำหนักเบากว่า 15% และทางยาวโฟกัสยาวกว่าถึง 100 มม. พร้อมกำลังขยาย 5 เท่า จึงครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่การซูมระยะกลาง (100mm) ไปจนถึงการซูมระยะไกล (500 มม.)

แคนนอนยังจัดเต็มด้วยเลนส์ไพรม์ใหม่อีก 3 รุ่น ได้แก่ RF85mm f/2 IS STM, RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM โดย RF85mm f/2 IS STM เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคลและมาโคร ส่วน RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM เป็นเลนส์รุ่นประหยัดสำหรับการซูมระยะไกลด้วยทางยาวโฟกัสถึง 600 มม. และ 800 มม. ตามลำดับ
นอกจากนี้ แคนนอนยังเปิดตัวอุปกรณ์ขยายระยะเลนส์ใหม่ 2 รุ่น คือ Extender RF 1.4x และ Extender RF 2x ที่ใช้ร่วมกับเลนส์ RF100-500mm f/4.5-7.1L IS USM, RF600mm f/11 IS STM และ RF800mm f/11 IS STM ช่วยขยายทางยาวโฟกัสได้อีก 1.4 เท่า และ 2 เท่า ตามลำดับ โดยไม่ลดคุณภาพของภาพถ่าย

อุปกรณ์ขยายระยะเลนส์ทั้ง 2 รุ่นมีขนาดกะทัดรัดและให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง การใช้เมาท์ RF ยังช่วยลดความยาวของอุปกรณ์ลงถึง 25% เมื่อเทียบกับ Extender EF 1.4xIII และ Extender EF 2xIII อีกทั้งใช้วัสดุแก้วที่ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของสี ชิ้นเลนส์เคลือบพิเศษติดกัน 3 ชิ้น ช่วยลดการสัมผัสอากาศเพื่อลดการเกิดภาพหลอก (ghosting) ทั้ง 2 รุ่นเคลือบสีขาวป้องกันความร้อน มีไมโครโปรเซสเซอร์ในตัวที่ช่วยในสื่อสารระหว่างเลนส์กับกล้องเพื่อการโฟกัสที่แม่นยำ โครงสร้างทนต่อแรงสั่นและการกระแทก พร้อมป้องกันฝุ่นและหยดน้ำ เพื่อความทนทานและไว้ใจได้ในการใช้งาน