“VICTAM Asia 2026” เวทีนวัตกรรมอาหารสัตว์–ธัญพืชครบวงจร หนุนไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีเกษตรอาหารเอเชีย


VIV Health & Nutrition Asia ผนึกกำลัง GRAPAS Asia 2026 เตรียมกลับมาจัดงาน VICTAM Asia 2026 งานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการแปรรูปธัญพืชระดับภูมิภาค ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์ เทคโนโลยีการโม่แป้งและสีข้าวไปจนถึงโภชนาการและสุขภาพสัตว์

งานในปี 2026 นี้มุ่งนำเสนอนวัตกรรมในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ปีก สัตว์น้ำ และสัตว์เลี้ยง นวัตกรรมในการโม่แป้ง การสีข้าว พร้อมเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยที่ครอบคลุมตั้งแต่สารเติมแต่งและวัตถุดิบ เครื่องจักรการผลิต ระบบอัตโนมัติ โปรแกรมการผลิต ส่วนผสมเพื่อสุขภาพ การวิเคราะห์ข้อมูล และการควบคุมคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดเอเชียที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังเปิดโอกาสผู้ประกอบการสร้างเครือข่าย ต่อยอดองค์ความรู้ และเตรียมความพร้อมแข่งขันในตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ กรุงเทพฯ จึงถูกตอกย้ำบทบาทในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีเกษตรอาหารของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยมีสมาคมสำคัญของไทย เช่น สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย (TFMA), สมาคมโรงสีข้าวไทย (TRMA), สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย (TPIA) และพันธมิตรอื่น ๆ ประกาศเข้าร่วมสนับสนุนงานในครั้งนี้ด้วย

เซบาส วาน เด็น เอ็นเดอ  (กลาง) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิคแทม อินเตอร์เนชัลแนล

เซบาส วาน เด็น เอ็นเดอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิคแทม อินเตอร์เนชัลแนล กล่าวว่า ยินดีที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน“VICTAM Asia 2026 ด้านโภชนาการสัตว์ที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอีกครั้ง งานนี้ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และธัญพืช เราขอเชิญผู้แสดงสินค้า ผู้เข้าชมงาน และสื่อมวลชนทุกท่านมาร่วมกันที่กรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสนวัตกรรม เชื่อมต่อกับผู้นำระดับโลก และร่วมกันกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมโภชนาการสัตว์และการผลิตอาหารในเอเชีย

ด้านYvonne Kaal, Event Manager Victam International กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ภายใต้แนวคิด Themed Days ช่วยให้ผู้เข้าชมได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งการเข้าถึงเครื่องจักรจริง พบผู้ผลิตโดยตรง และเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อเชิงลึกที่สะท้อนเทรนด์สำคัญของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งช่วยต่อยอดธุรกิจและการส่งออก โดยงานในปี 2026นี้ความร่วมมือกับสมาคมและพันธมิตรถือเป็นหัวใจสำคัญ เช่น สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมสัตว์เลี้ยงไทย และสมาคมอื่น ๆ ที่ร่วมจัดเวิร์กช็อปเฉพาะด้านในแต่ละ Themed Day ทำให้กิจกรรมตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม และผู้เข้าชมได้ใกล้ชิดกับผู้ประกอบการจากหลายประเทศ ทั้งเอเชียและยุโรป

สมภพ เอื้อทรงธรรม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ทางสมาคมฯ ให้ความร่วมมือทั้งด้านประชาสัมพันธ์ความรู้และการเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไทยมีการผลิตมากกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี การใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ การลำเลียง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้แรงงาน ลดคาร์บอน และเปลี่ยนพลังงานจากถ่านหินเป็นแสงอาทิตย์ เรื่องคาร์บอนอีมิชันถือเป็นประเด็นสำคัญ เราเริ่มพัฒนาเรื่องนี้มากว่า 10 ปี ความร่วมมือกับพันธมิตรช่วยให้ไทยเรียนรู้สิ่งใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนในห่วงโซ่อาหารทั้งหมด

บรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ภายในงานเราจะพบเครื่องจักรใหม่ ๆ ที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน โม่แป้งหลายชนิด และเพิ่มการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าว ต่อยอดสิ่งที่มีอยู่และกำลังพัฒนา ข้าวหอมมะลิในภาคตลาดมีความเฟื่องฟู การชมเครื่องจักรในครั้งนี้ช่วยยกระดับความรู้ให้เกษตรกร พัฒนาการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ลดคาร์บอน และต่อยอดการบริหารจัดการข้าวให้ดียิ่งขึ้น สมาชิกของเราจะได้เข้าชมเครื่องจักรระดับโลกควบคู่ข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของไทย ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญ โรงสีเข้าร่วมมากกว่า 500 โรง”

นันทพล ตันติวงศ์อำไพ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า  อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเติบโตต่อเนื่อง ปลายปีที่ผ่านมาเราได้ส่งอาหารสัตว์เลี้ยงไปทั่วโลก และตลาดยังขยายเพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาตรฐานและคุณภาพพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ งานเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในระบบอีโคซิสเต็ม ช่วยให้เห็นความก้าวหน้าเทคโนโลยี วัตถุดิบ และข้อกฎหมายสำคัญต่อการผลิตและการส่งออกให้ทันมาตรฐานสากล

เทคโนโลยีกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน ที่นำมาจัดแสดงในงาน ประกอบด้วย

  • Geelen Counterflow (เนเธอร์แลนด์)  ระบบอบแห้งและทำความเย็นแบบ Counterflow ประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 80% และปลอดการปล่อยมลพิษ
  • Cimbria Heid GmbH (เดนมาร์ก) เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้พลังงานต่ำ ลดการปล่อยฝุ่น เพิ่มมาตรฐาน และรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ได้อย่างยั่งยืน

ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล และความแม่นยำ ประกอบด้วย

  • KSE Process Technology B.V. (เนเธอร์แลนด์)  ระบบอัตโนมัติ PROMAS ST ที่รวมการชั่ง การจ่าย และการผสมเข้าด้วยกัน รองรับนวัตกรรมอุตสาหกรรม 4.0
  • ANDRITZ Feed & Biofuel A/S (เดนมาร์ก)  ผู้ผลิตอุปกรณ์และโซลูชันครบวงจรสำหรับการผลิตอาหารสัตว์และชีวมวลคุณภาพสูง
  • Hydronix Ltd (สหราชอาณาจักร)  ผู้นำด้านเซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นด้วยไมโครเวฟแบบเรียลไทม์
  • iGrain ApS (เดนมาร์ก)  ระบบ IoT เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น และคาร์บอนไดออกไซด์ ป้องกันการเน่าเสียและเพิ่มความปลอดภัยของอาหารหลังการเก็บเกี่ยวระบบโรงงานแบบครบวงจรและนวัตกรรมเครื่องจักร
  • Amandus Kahl GmbH & Co. KG (เยอรมนี) – ผู้นำด้านเทคโนโลยีการอัดเม็ดสำหรับอาหารสัตว์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และการรีไซเคิล
  • Ottevanger Milling Engineers (เนเธอร์แลนด์) – ผู้พัฒนาเครื่องจักรและไลน์ผลิตอาหารสัตว์และธัญพืชระดับโลก
  • YEMMAK A.S. (ตุรกี) ผู้ออกแบบโรงงานอาหารสัตว์แบบครบวงจรที่ผสานระบบกู้คืนพลังงาน ลดของเสีย และใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน
  • Vibrafloor (ฝรั่งเศส)  ผู้พัฒนาระบบพื้นไซโลแบบสั่นที่สามารถระบายวัตถุดิบได้หมดโดยไม่เกิดฝุ่น เพิ่มความปลอดภัยและสุขอนามัยในการจัดเก็บ

ส่วนควบคุมอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ FrigorTec GmbH (เยอรมนี)  ผู้ผลิตระบบทำความเย็นสำหรับเก็บรักษาธัญพืช Granifrigor™ ที่ยืดอายุการเก็บรักษาโดยไม่ใช้สารเคมี