ทีทีบี นำร่องปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล “แคชทูโก” คิดดอกเบี้ยตามคะแนนเครดิต แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย


ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะหนี้สินเชื่อบุคคลซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดถึง 43% ของหนี้ทั้งหมด และกระจายอยู่ในทุกช่วงวัย ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดอาจสูงได้ถึง 25% ต่อปี ภายใต้โมเดลเดิมที่ยึด “ระดับรายได้” เป็นหลัก ทำให้ผู้กู้ที่มีวินัยดีแต่รายได้ไม่สูง ต้องรับภาระดอกเบี้ยในอัตราใกล้เคียงกับกลุ่มเสี่ยงกว่า

ทีทีบี จึงนำร่องปล่อยกู้ “คิดดอกเบี้ยตามเครดิต” แทนเกณฑ์รายได้แบบเดิม เดินหน้าสู่ระบบกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยง (Risk-based Pricing: RBP) รายบุคคล โดยใช้ข้อมูลเครดิตจาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เพื่อให้การปล่อยกู้แม่นยำและเป็นธรรมมากขึ้น ประเดิมใช้กับสินเชื่อบุคคล “แคชทูโก” หวังช่วยคลายปมหนี้ครัวเรือนไทย พร้อมให้รางวัลคนมีวินัยการเงินด้วยดอกเบี้ยที่ดีกว่าเดิม

ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ทีเอ็มบีธนชาต (TMBThanachart) หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีทีบีมุ่งมั่นให้การช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระการเงินและแก้หนี้อย่างยั่งยืนให้กับคนไทย สำหรับปีนี้ ธนาคารได้ปรับแนวคิดใหม่ ใช้ “คะแนนเครดิต” จากฐานข้อมูลเครดิตแห่งชาติเป็นตัวสะท้อนพฤติกรรมการชำระหนี้จริง เปิดทางให้ลูกค้าที่ผ่อนดี เครดิตดี ได้ดอกเบี้ยเหมาะสมกับความเสี่ยงของตนเอง ภายใต้แนวคิด “ผ่อนดี ดอกยิ่งดี” โดยสินเชื่อบุคคลแคชทูโกเริ่มต้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 13.99% ต่อปี สำหรับผู้มีรายได้ประจำ และคงที่ตลอดอายุสัญญา ลดลงอย่างมีนัยจากเพดานเดิมในตลาด

“เป้าหมายภายในปี 2569 ธนาคารตั้งวงเงินปล่อยสินเชื่อภายใต้โมเดลใหม่นี้กว่า 15,000 ล้านบาท ผลตอบรับช่วงทดลองราว 1 เดือน พบว่าประมาณ 70% ของลูกค้าที่ได้รับอนุมัติ ได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าระบบคิดแบบเดิม ช่วยลดภาระได้เฉลี่ยราว 5% ต่อปี หรือประหยัดประมาณ 20,000 บาท ต่อการกู้ทุก 100,000 บาท พร้อมคาดหวังให้แนวทาง Risk-based Pricing กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้กู้รักษาวินัยทางการเงิน”

ฐากร กล่าวเสริมว่า มาตรการและแคมเปญที่ออกแบบใหม่นี้จะช่วยคัดกรองลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าที่มีเครดิตดีเข้ามาใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณชัดเจนกับลูกค้าที่มีพฤติกรรมชำระหนี้ไม่ดีว่าจะต้องรับภาระดอกเบี้ยในอัตราที่สะท้อนความเสี่ยงมากขึ้น แตกต่างจากอดีตที่อาจพิจารณาเพียงระดับรายได้ ซึ่งแม้มีรายได้สูงแต่หากพฤติกรรมไม่ดี ก็ยังมีโอกาสกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้ ทั้งนี้เชื่อว่าแคมเปญดังกล่าวจะไม่ส่งผลให้ NPL เพิ่มขึ้น

ด้านความกังวลต่อสถานการณ์หนี้ในระบบ ภาคการเงินน่าจะผ่านจุดที่น่ากังวลที่สุดมาแล้ว หลังตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารได้เร่งปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งสินเชื่อบ้าน รถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงเข้าร่วมโครงการแก้หนี้ต่าง ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” และ “คุณสู้ เราช่วย” ส่งผลให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถประคับประคองสถานะทางการเงินได้ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน คุณภาพลูกหนี้รายใหม่ที่ยื่นขอสินเชื่อมีแนวโน้มดีขึ้น ธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาภาระหนี้และรายได้คงเหลือสุทธิต่อเดือน เพื่อไม่ให้ขยายสินเชื่อเข้าสู่ฐานความเสี่ยงมากเกินไป จึงประเมินว่าสถานการณ์คุณภาพสินเชื่อในปีนี้มีแนวโน้มทรงตัวดีขึ้น และระบบสถาบันการเงินโดยรวมผ่านช่วงเลวร้ายที่สุดไปแล้ว

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า เครดิตสกอร์เป็นเครื่องมือสะท้อนความเสี่ยงจากพฤติกรรมชำระหนี้ในอนาคต การนำมาใช้กำหนดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้ผู้มีประวัติดีได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสมมากขึ้น และกระตุ้นให้ประชาชนเห็นคุณค่าของการรักษาประวัติเครดิต อย่างไรก็ตาม การอนุมัติสินเชื่อยังเป็นดุลยพินิจของสถาบันการเงิน โดยเครดิตสกอร์เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยกำหนดราคา

ผลิตภัณฑ์แคชทูโกให้อัตราดอกเบี้ยในช่วง 13.99%–25% ต่อปี เช่น ลูกค้ากลุ่ม AA จะได้ดอกเบี้ยต่ำสุด 13.99%, BB ดอกเบี้ย 16%, CC-DD ดอกเบี้ย 18%, EE ดอกเบี้ย 20%, FF ดอกเบี้ย 22% และ GG, HH ดอกเบี้ย 25%วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท หรือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ย ผ่อนได้นานถึง 72 เดือน สมัครผ่านแอปและสาขาธนาคาร ภายใต้กรอบการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบตามหลัก Responsible Lending ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ แนวทางกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยง (Risk-based Pricing) ที่ทีทีบีนำร่องใช้งาน ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดสินเชื่อไทย และคาดหวังว่าจะมีสถาบันการเงินอื่นเข้าร่วมใช้แนวทางเดียวกันในอนาคต โดย NCB ให้บริการเครดิตสกอร์มาอย่างต่อเนื่องด้วยเป้าหมายให้คนไทยเห็นคุณค่าและวางแผนดูแลคะแนนเครดิตของตนเอง เพราะพฤติกรรมการเงินที่ดีควรได้รับผลตอบแทนที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม