
เมื่อก้าวเข้าสู่โลกปัจจุบัน โลกที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากมาย “การประดิษฐ์คิดค้น” จึงไม่ใช่เพียงการสร้างนวัตกรรมใหม่ หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน งาน “วันนักประดิษฐ์” ครั้งที่ 27 จึงทำหน้าที่เป็นมากกว่าเวทีจัดแสดงผลงาน แต่เป็นภาพสะท้อนศักยภาพทางปัญญาของคนไทย และบทบาทของงานวิจัยที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์จากวันวาน สู่การขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นรูปธรรมในวันนี้และอนาคต

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) ควบคู่กับการมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัย นักประดิษฐ์ และผลงานคุณภาพในสาขาต่าง ๆ ทั้งรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น
นอกจากจะเป็นพื้นที่นำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริงแล้ว งานครั้งนี้ยังเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้กับการใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย อุตสาหกรรม และสังคม โดยมุ่งผลักดันการขยายผลของงานวิจัยให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) และเป้าหมายประเทศไทย 4.0 ที่วางบทบาท “วิจัยและนวัตกรรม” เป็นหัวใจของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นภาพสะท้อนทิศทางอนาคตของประเทศไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังปัญญา นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงานว่า โลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศที่จะสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงนั้น ไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ และต่อยอดสู่นวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง กระทรวง อว. ได้ตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายผลักดันให้หน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Win”
“นวัตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่เราต้องกล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าเปลี่ยนแปลง เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศให้เข้มแข็ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก” สุรศักดิ์ กล่าว

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกย่องเชิดชูเกียรติและประกาศคุณูปการของนักวิจัย นักประดิษฐ์ และหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่สร้างผลงานโดดเด่นและมีผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งวงวิชาการและการพัฒนาประเทศ การจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงผลงาน แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ เสริมพลัง และยกระดับระบบนิเวศงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน
ภายในงานปีนี้มีกิจกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่นิทรรศการน้อมรำลึกและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการผลงานที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ไปจนถึงนิทรรศการผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาใน 6 กลุ่มเรื่องหลัก ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนางานวิจัยของประเทศอย่างรอบด้าน โดยในปีนี้ วช. ได้อนุมัติรางวัลรวมทั้งสิ้น 185 รางวัล ครอบคลุม 4 ประเภทสำคัญ ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 15 ท่าน ใน 9 สาขาวิชาการ รางวัลผลงานวิจัย จำนวน 57 รางวัล ใน 12 สาขาวิชาการ รางวัลวิทยานิพนธ์ จำนวน 51 รางวัล ใน 12 สาขาวิชาการ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 62 รางวัล ใน 9 สาขาวิชาการ

นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง อาทิ “ต้นแบบระบบบำบัดยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำเสียโรงพยาบาล (Ozone-Act)” จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมุ่งลดความเสี่ยงด้านการดื้อยาต่อสิ่งแวดล้อมและระบบสาธารณสุข ตลอดจนผลงานด้านการแพทย์และสัตวแพทย์ เช่น หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย และหุ่นฝึกกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR Training Model) โดยบริษัท เอฟ 2022 จำกัด ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการฝึกทักษะของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ยังมีผลงานด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศยานไร้คนขับแบบขึ้นลงแนวดิ่ง (VTOL Drone) สำหรับสำรวจสุขภาพพืชและติดตามการระบาดของศัตรูพืช จากมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงนวัตกรรมระบบหมุนวนอัจฉริยะสำหรับควบคุมฝุ่น PM2.5 ด้วยพลังงานสะอาดและตัวดักจับแบบกระจายตัว จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “เซลล์กรองอากาศพลวัต” เพื่อรับมือปัญหามลพิษทางอากาศในระดับพื้นที่เมืองขนาดใหญ่
ผลงานวิจัยทั้งหมดสะท้อนบทบาทของงานวิจัยไทยที่ก้าวข้ามจากแนวคิดเชิงทฤษฎี สู่การใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ปัญหาในระดับชุมชน สังคม และประเทศ ควบคู่กับกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติการ การเสวนา และการบรรยายในหลากหลายประเด็น รวมกว่า 100 หัวข้อ ที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ งานยังเปิดมิติความร่วมมือในระดับนานาชาติ ผ่านการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน “Thailand New Gen Inventors Award” หรือ “I-New Gen” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ รวมถึงการมอบรางวัล และนิทรรศการจากนานาประเทศกว่า 20 ประเทศ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม อาทิ Urban Farming Hub, Research Utilization: Flower for Use, Animal in Wonderland, New Gen x วัยเก๋า เล่นไปด้วยกัน และ MedLab Experience ผจญภัยในโลกนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่

งาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–9 มกราคม 2569 จึงเป็นมากกว่างานแสดงผลงาน แต่คือเวทีเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนประเทศด้วยการวิจัยและนวัตกรรม สู่เป้าหมายความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อย่างเป็นรูปธรรม