
ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาถือเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญยิ่งของประเทศไทยและของโลก เนื่องจากครอบคลุมพื้นที่ทะเลน้อย (จังหวัดพัทลุง) ทะเลหลวง (จังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา) และทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และเป็นหนึ่งในแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของโลมาอิรวดี ซึ่งปัจจุบันถูกจัดอยู่ในสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง” (Critically Endangered) ตามการประเมินของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 5 พื้นที่ของโลกที่พบโลมาชนิดนี้อาศัยอยู่เพียง 14 ตัว
ขณะที่โลมาอิรวดีซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำจืดอีก 4 แห่งทั่วโลก ได้แก่ แม่น้ำอิรวดี มีโลมาอิรวดี 79 ตัว แม่น้ำโขงมี 89 ตัว แม่น้ำมาฮากัม อินโดนีเซียมี 70-90 ตัว และทะเลสาบชิลิกาที่อินเดียมีกว่า 100 ตัว จะเห็นได้ว่าโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาของไทยมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับอินเดีย ซึ่งเป็นทะเลสาบเหมือนกัน ประกอบกับมีโครงการก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีผลกระทบต่อโลมาอิรวดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังไม่นับรวมถึงธรรมชาติของโลมาอิรวดีใช้เวลาในการตั้งท้อง 12 เดือน กินนมแม่ 18 เดือน เฉลี่ยใช้เวลา 30 เดือนถึงจะมีโลมาอิรวดีที่แข็งแรง อีกทั้งยังใช้เวลาถึง 8 ปีกว่าจะมีลูก 1 ตัว ทำให้โลมาอิรวดีในไทยเสี่ยงที่จะใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งอนุรักษ์โลมาอิรวดีที่มี 14 ตัว พร้อมหาทางเพิ่มจำนวนประชากรโลมาอิรวดีโดยด่วน
ทช.เริ่มสำรวจการแพร่กระจายโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา หลังพบมีแนวโน้มลดลงจากหลายปัจจัย
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชากรโลมาอิรวดีในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีแนวโน้มลดลงจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากเครื่องมือประมง สภาพทะเลสาบที่ตื้นเขิน คุณภาพน้ำของทะเลสาบ และปัญหาการปนเปื้อนของมลพิษ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อถิ่นอาศัยและการดำรงชีวิตของโลมาอิรวดีโดยตรง
ในปี 2547 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จึงเริ่มสำรวจการแพร่กระจายโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา ทำให้ทราบพื้นที่การแพร่กระจายของโลมาอิรวดี และร่วมกับชมรมอนุรักษ์โลมาอิรวดี ในพระบรมราชูปถัมภ์ จ.พัทลุง และคณะชาวญี่ปุ่น นำโดยดร.อากามาซี สำรวจโลมาอิรวดีทางเรือ โดยใช้เครื่องไฮโดรโฟนเพื่อบันทึกคลื่นเสียงของโลมาอิรวดีจากใต้น้ำ
ในปีต่อมา ทช.เริ่มขอความร่วมมือจากชาวประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้แจ้งเหตุเกยตื้นของโลมาอิรวดี เพื่อเก็บข้อมูลตำแหน่งพิกัดและจำนวน พร้อมนำซากมาศึกษาและหาสาเหตุการตาย จากนั้นในปี 2550 ทช.ได้วางทุ่นแนวเขตพื้นที่คุ้มครองโลมาอิรวดี บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนบน เนื้อที่ประมาณ 100 ตร.กม. พร้อมห้ามทำการประมง โดยใช้เครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อโลมาอิรวดี

ทช.ขอความร่วมมือยกเลิกใช้อวนปลาบึกในทะเลสาบสงขลา พร้อมประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา
ในปี 2557 ทช.ขอความร่วมมือยกเลิกการใช้อวนปลาบึกในทะเลสาบสงขลา โดยมีชาวประมงเข้าร่วมจำนวน 25 ราย และอวนปลาบึก 300 ผืน ต่อมาในปี 2558 จนถึงปัจจุบันได้สำรวจการแพร่กระจายของโลมาอิรวดีด้วยอุปกรณ์ติดตามสัญญาณเสียงใต้น้ำ (Acoustic Survey) ปี 2561 เขตห้ามล่าสัตว์ทะเลหลวง จ.พัทลุง-สงขลา ประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ในปี 2565 เริ่มจัดทำ (ร่าง) แผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ค.ร.ม. อนุมัติให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินงานก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง วงเงิน 4,800 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าโครงการดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากนั้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 5 แห่ง ประกอบด้วย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กรมทางหลวงชนบท และกรมประมง ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาการใกล้สูญพันธุ์ของโลมาอิรวดี ในบริเวณทะเลสาบสงขลา
จัดทำแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา หวังลดภัยคุกคามต่อโลมาอิรวดีและแหล่งที่อยู่อาศัย
ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งแห่งชาติ เห็นชอบแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567-2576) แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรก พ.ศ. 2567-2571 ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาการสร้างสะพาน และระยะหลัง พ.ศ. 2572-2576 โดยระยะแรกมีแผนงานหลัก 6 ด้าน คือ
- เพื่อลดภัยคุกคามที่เป็นอันตรายต่อโลมาอิรวดีและแหล่งที่อยู่อาศัย
- ฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา และการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ
- ศึกษาวิจัยนิเวศวิทยาและชีววิทยาของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา
- วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประชากรโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา
- การดำเนินงานอนุรักษ์โลมาอิรวดี
- การเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน
กองทุน ววน. โดย สกสว. สนับสนุนทุนวิจัยกว่า 89 ล้านบาท ยับยั้งการลดลงของประชากรโลมาอิรวดี
ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรอบค่าใช้จ่ายสำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567 – 2571) ระยะ 5 ปีแรก วงเงิน 402.818 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายจากเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เป็นลำดับแรก
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จึงได้สนับสนุนงบประมาณวิจัยภายใต้แผนงาน P24 เพื่อแก้ปัญหาภาวะวิกฤตเร่งด่วนของประเทศ จำนวน 89.030 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการสนับสนุนจากกองทุน PROBLUE ของธนาคารโลก จำนวนเงิน 132.360 ล้านบาท หรือ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และงบประมาณ 181.428 ล้านบาทที่จัดสรรโดยตรงให้หน่วยงานหลัก เพื่อยับยั้งการลดลงของประชากรโลมาอิรวดี และฟื้นฟูระบบนิเวศของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบอย่างสมดุลและยั่งยืน
ทช.วางแผนติดตั้งอุปกรณ์ติดตามสัญญาณเสียงใต้น้ำ 64 ตัว ลดการตายของโลมาอิรวดีจากเครื่องมือประมงเป็นศูนย์

สันติ นิลวัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในฐานะหัวหน้าโครงการ “การประเมินประชากรและการกระจายตัวของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาด้วยการสำรวจเชิงบูรณาการและระบบรายงานการพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” กล่าวว่า ภายในระยะเวลา 30 ปี โลมาอิรวดีมีอัตราการตายเพิ่มก้าวกระโดด 144 ตัว เฉลี่ย 8.4 ตัว/ปี โดยภัยคุกคามสำคัญ คือ เครื่องมือประมง เช่น อวนปลาบึก รวมทั้งมลพิษในทะเลสาบสงขลาที่สะสมมานานแต่โลหะหนักยังไม่เกินเกณฑ์ และปัญหาที่อยู่อาศัย
โครงการฯ จึงวางแผนติดตั้งอุปกรณ์ติดตามสัญญาณเสียงใต้น้ำ (Acoustic Survey) 64 ตัว เพื่อจะได้ทราบขนาด จำนวนประชากร และการแพร่กระจายของโลมาอิรวดี รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวในแต่ละฤดูกาล โดยจัดแสดงผ่าน Dashboard และแอปพลิเคชัน เพื่อง่ายต่อการจัดการ อีกทั้งมีการสำรวจทางเรือ เครื่องบินและโดรน ขณะเดียวกันให้ชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้ทำอวนเป็นผู้ดูแลโลมาอิรวดี เพื่อเฝ้าระวังตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีเป้าหมายให้ภัยคุกคามหายไป หรือการตายของโลมาอิรวดีจากเครื่องมือประมงเป็นศูนย์ และขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวงดเข้าใกล้เขตที่อยู่อาศัยเพื่อไม่เป็นการรบกวนโลมาอิรวดี

ส่วนกรมประมงได้แบ่งโซนพื้นที่การใช้อวนปลาบึก เพื่อลดการใช้เครื่องมือประมงขนาดใหญ่ พร้อมทั้งส่งเสริมชุมชนประมง 60 ชุมชนให้มีอาชีพอื่นๆ เพื่อหารายได้ เช่น แปรรูปอาหารทะเล และท่องเที่ยว รวมทั้งมีโครงการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ เพื่อให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือขนาดเล็กในการจับปลานิล ปลากระพงขาว ช่วยให้ชาวบ้านลด ละ เลิกคุกคามโลมาอิรวดี และจัดทำโครงการซั้งปลา เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศในทะเลสาบสงขลา
สกสว. ชูแผนงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา

เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งสนับสนุนงบประมาณวิจัยภายใต้แผนงาน P24 เพื่อแก้ปัญหาภาวะวิกฤตเร่งด่วนของประเทศ จำนวน 89.030 ล้านบาท ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงานปฐมนิเทศแผนงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา
โดยมี ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย เสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้แทนกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และธนาคารโลก เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหา และทิศทางการขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในมิติเชิงระบบ ตลอดจนเป็นเวทีเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานนโยบาย หน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
เดินหน้าอนุรักษ์โลมาอิรวดีต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มประชากรโลมาอิรวดีใน 3 ปี

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า การปฐมนิเทศครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์โลมาอิรวดี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลหายาก และเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ในสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง” โดยข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 จำนวนประชากรเหลือไม่ถึง 14 ตัวเท่านั้น ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน และประเทศชาติในระยะยาว

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกรอบค่าใช้จ่ายสำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567-2571) วงเงิน 402.818 ล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายจากเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และกองทุน ววน. เป็นลำดับแรก สกสว. จึงสนับสนุนงบประมาณวิจัยเพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดีและฟื้นฟูระบบนิเวศของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จำนวน 89.030 ล้านบาทภายใต้แผนงานแก้ปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤตเร่งด่วนของประเทศ ผ่าน วช. เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรโลมาอิรวดีและระบบนิเวศทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน ผสานกับการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบให้สอดคล้องและเกื้อหนุนต่อการคุ้มครองทรัพยากร โดยตั้งเป้าจะดำเนินการต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี เพิ่มประชากรโลมาอิรวดี 3 ตัว
“งานวิจัยต้องสามารถเชื่อมโยงไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะ การบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ การสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับชุมชน และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนา หากสามารถนำพลังของ ววน. มาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและพลังความร่วมมือของชุมชนได้อย่างแท้จริง เชื่อมั่นว่าทะเลสาบสงขลาจะเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการระบบนิเวศที่ยั่งยืนของประเทศได้ และเป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญคือ การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติ และอนาคตของชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง กล่าว
วช. คาดภายใน 6 เดือน ทราบเพศของโลมาอิรวดีทั้งหมด 14 ตัว
สำหรับแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีฯ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 15 โครงการ 36 กิจกรรม เช่น การลดภัยคุกคามต่อโลมาอิรวดีและแหล่งที่อยู่อาศัย การจัดทำแนวเขตพื้นที่คุ้มครองโลมาอิรวดีที่ชัดเจน การประกาศเขตพื้นที่ห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย การฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลาและการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำชายฝั่งบริเวณที่รับผิดชอบของชุมชน ประมงท้องถิ่น การศึกษาวิจัยนิเวศวิทยาและชีววิทยาของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา การสำรวจการแพร่กระจายและจำนวนประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา การศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาภาพแวดล้อมในทะเลสาบสงขลา
ขณะเดียวกันนี้ สกสว. ได้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา เพื่อกำหนดทิศทางและบริหารจัดการแผนอนุรักษ์ผ่านกองทุน ววน. และติดตามประเมินผลการดำเนินงานวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดย วช. คาดว่าภายในระยะเวลา 6 เดือนน่าจะทราบเพศของโลมาอิรวดีทั้ง 14 ตัว ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาในอนาคต