ซีเมนส์ หนุนอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัล เสริมแกร่งด้วย AI และแพลตฟอร์ม Xcelerator


แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยั่งยืน โปร่งใส และดีต่อสุขภาพ ส่งผลให้ “นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยลูกค้า” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดในปัจจุบัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบทางเลือก เช่น โปรตีนจากพืช หรือเสริมสารอาหารเฉพาะทาง ตลอดจนความต้องการอาหารสดที่จัดส่งได้รวดเร็วและตรงตามความต้องการเฉพาะบุคคล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงเริ่มมีบทบาทสำคัญ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อแนะนำอาหารที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต้องปรับตัวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านการผลิตที่ต้องทั้งตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะ และรักษาความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน

อเล็กซ์ เตียว กรรมการผู้จัดการและรองประธาน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกว่า 40% ของผู้ผลิตรายใหญ่ในไทยเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการผลิต และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2569 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ที่กำลังได้รับแรงหนุนจากสองแนวโน้มสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และการเพิ่มการนำเทคโนโลยีมาใช้สำหรับอาหารฟังก์ชัน ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดชี้ว่ามีเพียง 5% ของกระบวนการผลิตที่ใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ขณะที่ 61% ยังคงเป็นระบบ Manual และอีก 28% เป็นระบบอัตโนมัติบางส่วน แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเร่งปรับใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน โดยประโยชน์ของการผลิตอัจฉริยะที่เน้นการใช้ข้อมูลและการจำลองการผลิตด้วย Digital Twin นั้นสามารถลดเวลาในวงจรพัฒนาโครงการใหม่ลงถึง 30% ลดเวลาในการทดสอบการใช้งานลง 50% เพิ่มความแม่นยำสูงถึง 98% ในการจำลองการผลิตเทียบกับการผลิตจริง และเพิ่มผลิตผลโดยรวมถึง 10-20%

อเล็กซ์ เตียว กล่าวอีกว่า แพลตฟอร์ม Siemens Xcelerator ซึ่งเป็นกลุ่มโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร จะช่วยสนับสนุนการสร้าง “เส้นทางดิจิทัลทางธุรกิจ” (Business Digital Threads) ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดการสูตร ไปจนถึงกระบวนการผลิตจริง โดยมีจุดเด่นหลายด้าน เช่น การจัดการข้อมูลตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (PLM) เพื่อเพิ่มความเร็วและความคล่องตัวในการนำสินค้าเข้าตลาด การออกแบบกระบวนการแบบสหวิทยาการในแพลตฟอร์มเดียวกัน และการจัดการสูตรระดับองค์กรแบบรวมศูนย์ ช่วยให้สามารถผลิตสินค้าได้จากทุกที่ในโลก ลดเวลาการทดลองและเพิ่มทางเลือกในการผลิต

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดการให้บริการแบบ Subscribe-on-demand ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถเริ่มลงทุนในโซลูชันขนาดเล็ก ค่อยๆ ขยายตามความสำเร็จและความพร้อม ทำให้การควบคุมงบลงทุนได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการคำนวณ ROI อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับทั้งองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่เสมอ

“ซีเมนส์ ยังรวมเอาเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เข้ากับระบบซอฟต์แวร์และอัตโนมัติทั้งหมด ผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์แบบ SaaS และมีความร่วมมือกับ Microsoft Copilot จนเกิดเป็น ‘Industry Copilot’ ซึ่งช่วยในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนงานแบบ Predictive Maintenance และรองรับการทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยสามารถปรับแต่งโมดูลให้เหมาะกับกระบวนการเฉพาะของแต่ละลูกค้า ทำให้เกิดความยืดหยุ่นสูงและรองรับการเติบโตของระบบดิจิทัลในอุตสาหกรรมไทย” อเล็กซ์ เตียว กล่าว

ล่าสุด บริษัท ธนากร ผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด (TVOP) ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำมันพืชของไทย ได้เลือกใช้โซลูชันดิจิทัลโลจิสติกส์ของซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในห่วงโซ่อุปทาน โดยได้นำระบบจัดการการขนส่ง (Transportation Management System) บนแพลตฟอร์ม AX4 ซึ่งเป็นระบบคลาวด์ของซีเมนส์ มาใช้ในการวางแผน ติดตาม และจัดการกระบวนการขนส่งสินค้าอย่างครอบคลุมแบบเรียลไทม์ นับเป็นครั้งแรกที่โซลูชันนี้ถูกนำมาใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านดิจิทัลของ TVOP และความมุ่งมั่นของซีเมนส์ในการผลักดันนวัตกรรมโลจิสติกส์ในตลาดที่กำลังเติบโต