NTT เปิดสำนักงานในไทย พร้อมแต่งตั้งสุทัศน์เป็นซีอีโอ ตั้งเป้า 5 ปีให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะครบวงจร


NTT Ltd. บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก จากการรวมตัวของ 31 บริษัทในกลุ่ม NTT Group จากทั่วโลกรวมทั้ง Dimension Data, NTT Communications, NTT Security และ Training Partners เพื่อขับเคลื่อนให้บริการเทคโนโลยีและนวัตกรรมใน NTT Group ตอบโจทย์ความต้องการของกลู่มลูกค้าในแต่ละธุรกิจของ NTT Group ให้เติบโตตามเป้าที่วางไว้สำหรับตลาดภูมิภาคอินโดจีน ได้เปิดสำนักงานประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีสุทัศน์ คงดำรงเกียรติ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และลาว เพื่อให้บริการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ครบวงจรสำหรับตอบโจทย์ความท้าทายด้านดิจิทัลของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

สุทัศน์ คงดำรงเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และลาว NTT Ltd. กล่าวว่า ในภูมิภาคนี้มีกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม โซลูชั่นด้านดิจิทัล รวมถึงองค์กรชั้นนำ ด้านบริการทางการเงิน, เวชภัณฑ์, โทรคมนาคม, พลังงาน สาธารณูปโภค และการผลิตยานยนต์ เป็นต้น ถือเป็นความท้าทายมากในการขับเคลื่อนการทำงานต่าง ๆ ให้ตามเป้าที่วางเอาไว้ใน 5 ปี ที่จะต้องตอบโจทย์ลูกค้าทุก ๆ กลุ่มให้ดีที่สุดและต้องมีการจัดการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโชคดีที่บริษัทฯ มีพันธมิตรที่เก่งและแข็งแกร่งมาร่วมทำงานให้ความเสี่ยงต่าง ๆ หมดไป

โดยเบื้องต้นได้วางกลยุทธ์ในการทำงานสู่ยุคดิจิทัล ด้วยโซลูชั่นไอซีทีครบวงจร ครอบคลุม 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) Intelligent Business (ธุรกิจอัจฉริยะ) โซลูชั่นสำหรับธุรกิจดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและปลดล็อกศักยภาพทางด้านข้อมูล รวมถึงการวิเคราะห์ และแอพพลิเคชั่นบนมัลติคลาวด์ 2) Intelligent Workplace (สำนักงานอัจฉริยะ) สร้างสภาพแวดล้อมอันทันสมัยสำหรับองค์กร ผสานเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสม เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้าในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือผ่านอุปกรณ์การสื่อสารใดภายใต้ความปลอดภัยมาตรฐานสากล 3) Intelligent Infrastructure (ระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ) รองรับการบริการบนเครือข่าย ศูนย์ข้อมูล และโซลูชั่นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นด้วยกระบวนการอัตโนมัติ และบริการ Managed Service ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้าที่อยู่บนสภาพแวดล้อมของไฮบริดคลาวด์และ 4) Intelligent Cybersecurity (ระบบความปลอดภัยไซเบอร์อัจฉริยะ) ออกแบบความปลอดภัยสำหรับธุรกิจ โดยสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่เหนือกว่า สามารถทำการวิเคราะห์ คาดการณ์ ตรวจจับ และแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงตอบสนองต่อการโจมตีโดยอัตโนมัติอย่างชาญฉลาด เพื่อสนับสนุนการใช้นวัตกรรมในธุรกิจและบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มานาบุ คาฮาระ (ขวา) ประธานบริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด
มานาบุ คาฮาระ (ขวา) ประธานบริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทใน NTT Group ได้แก่ Arkadin, CAPSiDE, Communications Lifecycle Management (CLM), DPA, DTSI Group, Emerio, e-shelter, Euricom, e2y, Global IP Network (GIN), Gyron, Netmagic Solutions, NTT Communications Cloud Infrastructure Services (NTT Com CIS), NTT Communications Managed Services, NTT Global Networks, NTT Indonesia Nexcenter (NTTI Nexcenter), Oakton, RagingWire, Secure-24, SQL Services, Symmetry, Training Partners, Transatel, Viiew and WhiteHat Security จะค่อย ๆ ทยอยรวมกันเป็นบริษัทเดียวภายใต้ NTT Ltd. ซึ่งถึงปัจจุบันรวมตัวได้แล้วกว่า 30% เนื่องจากบริษัทมีขนาดใหญ่มีพนักงานกว่า 40,000 คนทั่วโลกใน 57 ประเทศ

สุทัศน์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย บริษัทฯ มีศูนย์บริการ 15 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, พิษณุโลก, เชียงใหม่, เชียงราย, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, อุดรธานี, ระยอง, ชลบุรี, อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต และเพชรบุรี ในการให้บริการและนำเสนอโซลูชั่นไอซีทีที่ครอบคลุมในด้าน Big Data, Cloud, Network และ Security เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าของทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน แบ่งเป็นภาคเอกชน 90% และภาครัฐ 10% ส่วนในประเทศกัมพูชา เมียนมา และลาวที่ดูแลลูกค้าก็มีสัดส่วนเช่นเดียวกันกับประเทศไทยเนื่องจากลูกค้ามั่นใจในศักยภาพด้านเทคโนโลยีจากนวัตกรรมของ NTT ในญี่ปุ่น รวมทั้งเครือข่ายพันธมิตรของบริษัทที่จะนำเสนอรูปแบบเทคโนโลยีและโซลูชั่นด้านดิจิทัลสำหรับทุกลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น