
Midea (ไมเดีย) ผู้นำระดับโลกด้านเครื่องใช้
ด้วยแนวโน้มความต้องการระบบ HVAC ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิ

ปัจจุบันโรงงานแห่งใหม่ของ Midea Building Technology ที่จังหวัดระยองได้เริ่มเปิ

แจ๊ปสัน ไจ๋ ผู้อำนวยการ Midea Building Technology ประเทศไทย กล่าวว่า การขยายธุรกิจของไมเดียสู่ตลาดระบบปรับอากาศสำหรับอาคารเชิงพาณิชย์ภายใต้ชื่อ Midea Building Technology นับเป็นก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของไมเดียเพื่อตอกย้ำการเป็น World’s No. 1 Air Treatment Brand โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพทั้งในเชิงพื้นที่และตลาดเครื่องปรับอากาศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไมเดียเชื่อมั่นว่าการเปิดโรงงานผลิตระบบปรับอากาศสำหรับอาคารแห่งนี้จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจระบบปรับอากาศในเมืองไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมคุณภาพชีวิตของแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้ประกอบด้วย ระบบ VRF (Variable Refrigerant Flow) ที่เน้นการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยนวัตกรรมเฉพาะของ MBT ได้แก่ เทคโนโลยี HyperLink ที่ช่วยให้ติดตั้งง่าย ลดต้นทุนและรองรับระบบไฟฟ้าที่ยืดหยุ่น เทคโนโลยี Shieldbox ตู้ควบคุมไฟฟ้ามาตรฐาน IP55 ที่ช่วยป้องกันชิ้นส่วนภายในจากความเสียหาย และ META 2.0 ที่สามารถปรับอุณหภูมิการระเหยของสารทำความเย็นให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อม ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าร้อยละ 28 นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ Midea Magnetic Chiller เครื่องทำความเย็นแรงเหวี่ยงแม่เหล็กประสิทธิภาพสูง ที่มีความเร็วในการทำความเย็นสูง ใช้พลังงานต่ำ และมีอายุการใช้งานยาวนาน
“ปัจจุบัน Midea Group มีโรงงานในประเทศไทยรวม 8 แห่ง ครอบคลุมการผลิตตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เครื่องปรับอากาศสำหรับครัวเรือน ไปจนถึงระบบปรับอากาศสำหรับอาคารเชิงพาณิชย์ รวมกำลังการผลิตกว่า 4 ล้านเครื่องต่อปี โดยประมาณ 90% ของสินค้าทั้งหมดส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะชิ้นส่วนระบบปรับอากาศอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ขณะที่ในอนาคตมีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศไทยและอาเซียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดย Midea ตั้งเป้ายอดขายในตลาดไทยเติบโตแบบ “ดับเบิ้ลดิจิท” ภายใน 3-5 ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”
ในด้านสิ่งแวดล้อม MBT ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติกรีไซเคิล และวัสดุทางเลือกที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ เช่น R432, R454B และ R290 เพื่อลดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศ ทั้งนี้ คอมเพรสเซอร์ที่ใช้ในระบบชิลเลอร์ Midea ได้พัฒนาและผลิตเองทั้งหมด โดยมีทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ทุ่มงบประมาณอย่างน้อย 5% ของรายได้ในแต่ละปี เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เพิ่มประสิทธิภาพและช่วยลดการปล่อย CO₂ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ Midea ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น โดยเตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) ระดับ 5 ดาวแห่งแรกในประเทศไทยภายในสิ้นปีนี้ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม HVAC ในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมวางโครงสร้างทีมบริการแบบครบวงจร ทั้งฝ่ายขาย วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเดินหน้าสร้างพันธมิตรกับภาครัฐและเอกชน รวมถึงสมาคมวิศวกรรมและกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระบบปรับอากาศแห่งอนาคต
“การขยายธุรกิจและการเปิดโรงงานแห่งใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไมเดียในการนำเสนอนวัตกรรมที่ครอบคลุมความต้องการและสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ผู้บริโภค และความตั้งใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันอุตสาหกรรมปรับอากาศไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานศักยภาพไทย” แจ๊ปสัน กล่าวทิ้งท้าย