สจล. เปิดวิทยาเขตฉะเชิงเทรา ปั้นบุคลากรเทคโนโลยีและนวัตกรรม รองรับ EEC


จังหวัดฉะเชิงเทรา หนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางการพัฒนากำลังคนและนวัตกรรม เมื่อสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดตัว “โครงการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตฉะเชิงเทรา” พร้อมเดินหน้าปักหมุดศูนย์กลางการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รองรับการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมยกระดับพื้นที่บางกรูดสู่เมืองอัจฉริยะและฐานการเรียนรู้แห่งใหม่ของภูมิภาคตะวันออก

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงการเปิดตัว “โครงการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตฉะเชิงเทรา” ว่าเป็นความร่วมมือระหว่าง สจล.และโรงเรียนผาณิตวิทยา ตำบลบางกรูด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเริ่มต้นจากความต้องการของชุมชนที่เห็นว่าการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสให้เยาวชนมีงานทำจริง และรองรับอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่ EEC จึงมีการนำพื้นที่โรงเรียนผาณิตวิทยาเดิม ซึ่งมีจำนวนนักเรียนลดลง มาปรับบทบาทสู่การศึกษาสายเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานอนาคต

ในระยะแรก ชุมชนได้ประสานคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดตั้งโรงเรียนเตรียมวิศวกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการต่อยอดสู่ระดับอุดมศึกษา ก่อนขยายแนวคิดสู่การเชิญสจล.เข้ามาบริหารจัดการโดยตรง เพื่อพัฒนาเป็นวิทยาเขตในพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ โดยแนวทางดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสจล.และสำนักงาน EEC ซึ่งเห็นตรงกันว่าเป็นการพัฒนากำลังคนแบบ Demand-driven ที่ยึดความต้องการจริงของอุตสาหกรรมเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งชุมชน จังหวัด หน่วยงานรัฐ และภาคศาสนา

ขณะที่ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการ โดยสนับสนุนที่ดินเดิมกว่า 34 ไร่ พร้อมบริจาคเพิ่มเติมอีกกว่า 20 ไร่ รวมถึงพื้นที่สำหรับถนนเข้าสู่วิทยาเขต ควบคู่การระดมทุนและการสนับสนุนเชิงนโยบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

“นี่ไม่ใช่โครงการของสถาบันใดสถาบันหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือเพื่อพัฒนาฉะเชิงเทราในฐานะประตูสู่ EEC อย่างมีทิศทาง โดยสจล.จะมีบทบาททั้งด้านการผลิตกำลังคน งานวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม และการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้เข้าใจระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมสมัยใหม่” ดร.กิตติพงษ์กล่าว

ในระยะแรก วิทยาเขตจะเน้นหลักสูตรเตรียมวิศวกรรมควบคู่โครงการ reskill–upskill เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ใน EEC พร้อมขยายสู่เกษตรสมัยใหม่ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า อุตสาหกรรมสุขภาพ และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นฐาน โดยตั้งเป้าสร้างฉะเชิงเทราให้เป็นต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมแนวใหม่ที่เติบโตอย่างสมดุล

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า โครงการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวดำเนินงานในรูปแบบบูรณาการร่วมกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะความร่วมมือกับโรงเรียนผาณิตวิทยาในการจัดตั้ง “ศูนย์เตรียมวิศวกรรมผาณิตวิทยา” เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบและศูนย์สร้างกำลังคนแห่งอนาคต รองรับอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่ EEC ขณะเดียวกัน สจล. ได้ผนึกความร่วมมือกับเครือข่ายสำคัญ อาทิ มูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนาสถาบันพัฒนาทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม (iMake) และภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) ให้แก่ครูและนักเรียน ผ่านหลักสูตร Upskill–Reskill เพื่อสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง รองรับการยกระดับสู่ Smart EEC

นอกจากนี้ สจล. ยังมีบทบาทสนับสนุนการพัฒนาเมืองและภาครัฐ อาทิ การพัฒนาแพลตฟอร์ม E-Education การจัดทำแผนแม่บทดิจิทัล การสนับสนุนระบบแพทย์ฉุกเฉิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีการศึกษา และการส่งเสริมงานวิจัยที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ควบคู่กับการพัฒนาศูนย์ Wellness Center

ด้านการผลิตกำลังคนระดับสูง สจล. เปิดสอนหลักสูตรบัณฑิตศึกษา (CIIM) ด้านนวัตกรรมและการจัดการอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมเปิดหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตร Upskill–Reskill สำหรับบุคลากรภาคอุตสาหกรรมและชุมชน โดยเน้นหลักสูตรที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจดิจิทัลและยุทธศาสตร์ประเทศ อาทิ Data Center Engineering และ OT Cybersecurity for Industrial 5.0 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอุตสาหกรรมและเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวว่านโยบายสำคัญภายใต้เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC คือการผลักดันความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อยกระดับการพัฒนาคนทุกระดับ โดยเฉพาะแรงงานกว่า 551,378 คน ในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ต้องการการพัฒนาทักษะให้สอดรับกับภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เพื่อขยายศักยภาพด้านการศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมให้เชื่อมโยงกับแผนงานการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ต่อยอดให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ แลกเปลี่ยน ทดลอง และสาธิตเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนเป็นฐานทางวิชาการที่ตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ จังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดทำร่างแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยกำหนดพื้นที่นำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอบางปะกง พร้อมระบุ 7 ระบบอัจฉริยะ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม พลังงาน เศรษฐกิจ การบริหารภาครัฐ การเดินทางและขนส่ง พลเมือง และการดำรงชีวิต เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

“ท่ามกลางแนวโน้มประชากรเกิดใหม่ที่ลดลง ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวไปสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้น โดยเฉพาะสายวิศวกรรมที่มีความต้องการสูงและกำลังเปลี่ยนจากการแยกสาขาแบบเดิมไปสู่ “วิศวกรรมผสมผสาน” รองรับอุตสาหกรรมที่ใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการบริหารจัดการพลังงานและเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ” ดร.จุฬา กล่าว

ขณะเดียวกัน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเดิมมีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่แล้ว กำลังถูกมองว่าเป็นพื้นที่ศักยภาพใหม่ของ EEC ที่จะขยายการลงทุนไปยังอำเภอและพื้นที่โดยรอบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดของการเติบโตในระยะต่อไปยังคงอยู่ที่ความสามารถในการเตรียมแรงงานฝีมือให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของนักลงทุน เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

กฤษณ ไทยดำรงค์ นายกสมาคมศิษย์เก่า สจลกล่าวว่าสมาคมศิษย์เก่า สจล. เป็นอีกหนึ่งสมาคมที่มีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะสนับสนุน ส่งเสริมและช่วยผลักดันในเกิดความร่วมมือระหว่าง สจล. กับจังหวัดฉะเชิงเทรา และชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งในการมอบที่ดินในการสำหรับ “โครงการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตฉะเชิงเทรา” เพราะได้เล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อน ECC ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา และภาคตะวันออกต่อไป