ITAP สวทช.สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ “สวนทวีทรัพย์” จ.ชุมพร พัฒนาทุเรียนพรีเมียมมาตรฐาน ThaiGAP และ Freeze Dried เพิ่มมูลค่าสินค้า


ITAP สวทช. สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ “สวนทวีทรัพย์” จ.ชุมพร พัฒนาทุเรียนพรีเมียมมาตรฐาน ThaiGAP และ Freeze Dried เพิ่มมูลค่าสินค้า

โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Industrial Technology Assistant Program : ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญแก่ผู้ประกอบการเกษตร “สวนทวีทรัพย์” จังหวัดชุมพร ในการพัฒนาสินค้าเกษตรและผลไม้หลากชนิด เช่น ทุเรียน ส้มโชกุน มังคุด ด้วยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ โดยเฉพาะการพัฒนาทุเรียนของสวนทวีทรัพย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยของภาคเอกชน ช่วยยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของผู้ประกอบการให้มีรายได้จาการขยายช่องทางการตลาดในสินค้าระดับพรีเมียม รวมทั้งยังสนับสนุนเทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ หรือ Freeze Dried ให้แก่ผู้ประกอบการสวนทวีทรัพย์ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถส่งจำหน่ายยังต่างประเทศได้

ชนากานต์ สันตยานนท์

ชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการยกระดับผักและผลไม้ไทย : โอกาสสำหรับพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน” หรือโครงการ ThaiGAP (Thai Good Agricultural Practice) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและกลุ่มเกษตรกรด้านผักและผลไม้ในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าการเกษตร เช่น มาตรฐาน ThaiGAP, มาตรฐาน GLOBALG.A.P. และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ รวมถึงนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคเกษตร 4.0 เพื่อเปลี่ยนเกษตรดั้งเดิมสู่เกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้ยั่งยืน สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปปรับใช้เสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ ThaiGAP เป็นความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สวทช. ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดย สวทช. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งแก่ผู้ประกอบการ SME และสหกรณ์ รวมถึงวิสาหกิจชุมชน เพื่อเชิญชวนให้เกิดการยกระดับภาคการเกษตรของไทยโดยใช้มาตรฐาน ThaiGAP ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกต้องในการจัดการผลิตทางการเกษตรตามข้อกำหนด ภายใต้การให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP จาก ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม

มาตรฐาน ThaiGAP สร้างความปลอดภัยให้ผลิตผลทางการเกษตร

มาตรฐาน ThaiGAP เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคคำนึงถึงในการเลือกซื้อสินค้า เนื่องจากตระหนักถึงภัยจากการตกค้างของสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชในผักและผลไม้ ในต่างประเทศมีการใช้มาตรการสุขอนามัยและมาตรการสุขอนามัยพืชมาเป็นอุปสรรคทางการค้า ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะผักและผลไม้ของไทยมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้มีมาตรฐานทางการเกษตรที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ได้แก่ มาตรฐาน GAP ที่มีข้อกำหนดครอบคลุมระบบตรวจสอบและควบคุมคุณภาพในการผลิตตั้งแต่การบริหารจัดการฟาร์มและพื้นที่เพาะปลูก, การจัดการพันธุ์พืช, การดูแลเรื่องดิน, การให้น้ำ, การใส่ปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืช พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้สามารถคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยได้ ซึ่งมีอุปสรรคสำคัญสำหรับเกษตรกรไทยคือ มาตรฐานเหล่านี้เขียนด้วยภาษาต่างประเทศ ทำให้ยากต่อการทำความเข้าใจและนำมาตรฐานมาใช้
ด้วยเหตุนี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร และคณะเกษตร ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สร้างมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของภาคเอกชน ในนาม “ThaiGAP” เป็นภาษาไทย ทำให้เกษตรกรไทยสามารถทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติตามได้ง่าย และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ ThaiGAP ทางสภาหอการค้าฯ จึงได้สร้างกลไกการรับรองที่ได้มาตรฐานโดยติดต่อหน่วยงานให้การรับรอง เช่น TUV NORD และ Control Union โดย ITAP สวทช. เป็นผู้สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเกษตรในการพัฒนาระบบ ThaiGAP ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและบริหารจัดการโครงการอย่างครบวงจร

นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีช่วย “สวนทวีทรัพย์” ผลิตสินค้าพรีเมียม

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2560 ITAP ได้จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการเกษตรที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยผู้ประกอบการเกษตรจากหลากหลายภาคส่วน หนึ่งในนั้นมี “สวนทวีทรัพย์” จังหวัดชุมพรเข้าร่วมอบรมด้วย ภายหลังจากการอบรมในครั้งนั้นทำให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบการให้ปุ๋ย, ระบบการให้น้ำ, การห่อผลผลิตกันแมลงเข้าทำลายผลผลิตที่สำคัญช่วยให้ผิวของผลไม้ชนิดนั้นๆสวยงามสามารถเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้าพรีเมียมได้อีกทางหนึ่งด้วย, การตรวจประเมินความเสี่ยงของฟาร์ม และอื่นๆตามโปรแกรมการทำงานของโครงการฯในแต่ละช่วงเวลาของพืชผลทางการเกษตร ผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน สวนทวีทรัพย์ที่นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคให้การยอมรับนิยมเข้ามาสั่งจองล่วงหน้าก่อนฤดูกาล มีทั้งเข้ามาซื้อเองภายในสวนและสั่งซื้อทางออนไลน์จำนวนมาก

นอกจากนี้ได้ให้คำปรึกษาการพัฒนาระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิต” โดยได้รับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP สวทช. เครือข่ายมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ หรือ Freeze Dried เข้ามาช่วยแนะนำการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรภายในสวนทวีทรัพย์เพิ่มเติม เช่น การแปรรูปทุเรียนอบแห่ง, ทุเรียนกวน, มังคุด, มะม่วง, สับปะรด และเงาะสอดไส้สับปะรด เป็นต้น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร สามารถที่จะเก็บผลผลิตภายในสวนไว้ขายได้ตลอดทั้งปีแม้สิ้นสุดฤดูการผลิตผลไม้แต่ละชนิด ที่สำคัญสามารถที่จะสร้างรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ลูกจ้างแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงภาวะวิกฤต COVID-19 ได้อีกทางหนึ่งด้วย

วีรวัฒน์ จีรวงส์ ประธานบริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จำกัด
วีรวัฒน์ จีรวงส์ ประธานบริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จำกัด

ทุเรียนจากสวนทวีทรัพย์ได้มาตรฐาน ThaiGAP

วีรวัฒน์ จีรวงส์ ประธานบริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จำกัด กล่าวว่า บริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จำกัด เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขายส่งผลไม้ ธุรกิจภายในครอบครัว ตั้งอยู่ที่ ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีการทำสวนมาตลอดชีวิตของครอบครัว เริ่มแรกจากการทำสวนมะพร้าวตั้งแต่บรรพบุรุษในปีพ.ศ.2500 แซมด้วยการปลูกยางพาราในช่วงที่ราคายางพารากิโลกรัมละ 100 บาท แต่ด้วยประสบการณ์จึงมองแล้วว่าราคายางพาราที่สูงขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยั่งยืนสำหรับวิถีชาวสวนในยุคต่อ ๆไป จึงได้ศึกษาและเรียนรู้เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญทั้งจากกรมวิชาการเกษตร เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและจังหวัดจนมาลงตัวที่การปลูกทุเรียนผสมผสานการปลูกผลไม้ตามความต้องการของตลาดในช่วงปี พ.ศ.2534 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันบนพื้นที่กว่า 300 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนทำการปลูกผลไม้แต่ละชนิด พร้อมทั้งแบ่งเป็นพื้นที่ชมวิถีท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย

ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง

สำหรับการเข้าร่วมโครงการรับรอง ThaiGAP ทางสวนฯ ได้นำพื้นที่ที่ทำการปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง, ส้มโชกุน, มังคุด, แก้วมังกรและ ลองกอง ประมาณ 100 ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากโปรแกรม ITAP สวทช. ในการดำเนินโครงการ “การลงพื้นที่แปลงเพื่อพัฒนาระบบการผลิตที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน ThaiGAP ของ บริษัท สวนทวีทรัพย์ ฟู้ด จำกัด” โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เข้ามาให้คำแนะนำให้คำปรึกษาในเนื้อหาและแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้ตามมาตรฐาน ThaiGAP เช่น การตรวจประเมินความเสี่ยงของฟาร์ม, ชี้แนะข้อบกพร่องเพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐาน, การจัดทำระบบเอกสารที่จำเป็นในการควบคุมความเสี่ยง และการปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP โดยได้ขอตรวจประเมินแปลงเพื่อขอการรับรองประมาณเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง

จากผลตรวจประเมินพบว่า ทำการเกษตรได้สอดคล้องกับการทำมาตรฐานการผลิตผักและผลไม้ปลอดภัย (ThaiGAP) เป็นอย่างดี มีการบันทึกการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี, นำส่งใบส่งผลผลิตตามการประเมินความเสี่ยงต่างๆ ในแปลงปลูก เช่น การประเมินความเสี่ยงพื้นที่ปลูก, การประเมินความเสี่ยงของน้ำ และภายในสวนแห่งนี้ไม่มีการใช้สารเคมีที่จะส่งผลต่อความปลอดภัยของผลผลิต และยังมีการอบรมการทำเกษตรปลอดภัยให้กับลูกจ้างรงงานผู้ปฏิบัติงานในแปลงทุกคนได้เข้าใจตามข้อกำหนดดังกล่าวร่วมกัน เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของสวน ผลไม้ภายในสวนให้มีคุณภาพตามกำหนดอยู่เสมอ พร้อมทั้งตรวจสารพิษตกค้างในเลือด สำหรับผู้ฉีดพ่นสารเคมี และมีอุปกรณ์ป้องกันอย่างถูกต้อง

ทุเรียนของสวนทวีทรัพย์ จ.ชุมพร ได้รับการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP
ทุเรียนของสวนทวีทรัพย์ จ.ชุมพร ได้รับการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP

วีรวัฒน์ กล่าวว่า ผลที่ได้จากการทำตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญภายในโครงการดังกล่าว สามารถสุ่มตัวอย่างวิเคราะห์เพื่อยืนยันความปลอดภัยของผลผลิตจากสารเคมี ตลอดจนมีระบบตามสอบผลไม้ในสวนสามารถตรวจย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตได้ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ค้าและผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และทางบริษัทฯ ยังได้รับรองมาตรฐาน ThaiGAP ในทุเรียน ตั้งแต่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ .2562 -5 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 เป็นระยะเวลา 3 ปี ทำให้บริษัทฯ ได้พัฒนาศักยภาพ เพิ่มการเรียนรู้ระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโรงคัดบรรจุ รวมถึงได้ผลผลิตที่มีคุณภาพปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยจากเคมี จุลินทรีย์ และสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

มาตรฐานรับรอง

นำเทคโนโลยีการทำ Freeze Dried เพิ่มมูลค่าสินค้า

วีรวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เล็งเห็นว่าผลไม้ในช่วงที่มีผลผลิตจำนวนมาก ทำให้ส่งขายตลาดและผู้บริโภคไม่ทันต่อการผลิต ทำให้ผลไม้เน่าเกิดความเสียหาย จึงสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการในการแปรรูปผลไม้ทั้งขายภายในประเทศและส่งขายไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน จึงได้เข้าร่วม “โครงการการให้คำปรึกษาการพัฒนาระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิต” โดยได้รับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP สวทช. เครือข่ายมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ หรือ Freeze Dried เริ่มต้นจากการสร้างโรงอบแห้งผลไม้แยกเป็นสัดส่วนให้การทำงานตรงตามผู้เชี่ยวชาญกำหนดเพื่อให้การบริหารจัดการทำงานมีความคล่องตัว หากเกิดปัญหาจะได้แก้ไขได้ตรงจุด แบ่งเป็น ส่วนรับผลไม้, คัดผล, บ่ม, แกะเปลือก, ห้องแช่แข็งลมเย็นจัด ที่อุณหภมิประมาณ-40 องศาเซลเซียส, ห้องพักผลผลิตแช่แข็ง, ห้องเย็นเก็บผลผลิต ที่อุณหภูมิประมาณ -20 องศาเซลเซียส, ห้องหั่นผลผลิต เครื่องอบแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ, ห้องบรรจุผลิตภัณฑ์ และห้องล้างอุปกรณ์ โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการแปรรูป คือ เทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ หรือ Freeze Dried คือ การทำแห้ง (Dehydration) ด้วยการแช่เยือกแข็ง (Freezing) ทำให้น้ำเปลี่ยนสถานะเป็นผลึกน้ำแข็งก่อน แล้วจึงลดความดันเพื่อให้ผลึกน้ำแข็งระเหิด (Sublimation) เป็นไอ ด้วยการลดความดันให้ต่ำกว่าบรรยากาศปกติ

สำหรับขั้นตอนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง เริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม เช่น การล้าง, การปอกเปลือกและการลดขนาดจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการหลัก ได้แก่ การแช่เยือกแข็ง (Freezing), การทำแห้งขั้นต้น (Primary Drying) และการทำแห้งขั้นที่สอง (Secondary Drying) โดยผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ผ่านกรรมวิธีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศแล้วจะสามารถคงคุณภาพทั้งคุณค่าทางสารอาหาร, กลิ่นและรสชาติของอาหารหรือผลไม้สดจริงตามวัยของผลไม้ที่นำมาผ่านกระบวนการแปรรูปมากที่สุด ซึ่งการแปรรูปดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตผลไม้ พืชผักในสวนออกสู่ตลาดจำนวนมากในแต่ละฤดูกาล ราคาตกต่ำ การขายผ่านพ่อค้าคนกลางได้ราคาไม่คุ้มทุน แต่เมื่อนำผลไม้ พืชผักภายในสวนมาเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม Freeze Dried สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถส่งจำหน่ายยังต่างประเทศเก็บไว้รับประทานในเวลาที่ยาวนานขึ้น

แพกเกจจิ้ง

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้จัดทำแพกเกจจิ้งตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมในการที่จะนำไปบรรจุผลผลิตผลไม้ในสวน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน, ส้มโชกุน, ลองกองและอื่นๆ มี QR CODE ทุกกล่องบรรจุภัณฑ์ พร้อมคำแนะนำในการรับประทานผลไม้นั้นๆ โดยเฉพาะทุเรียนจะมีการแจ้งระยะเวลาความสุข ดิบ และเวลาในการที่จะแกะรับประทานได้ไว้ภายในกล่องบรรจุ เนื่องจากผู้บริโภคนิยมรับประทานทุเรียนไม่เหมือนกัน บางคนชอบทุเรียนห่ามและบางคนชอบทุเรียนสุก

สำหรับราคาของผลไม้ในสวนนั้นจะมีราคาตามท้องตลาด เช่น ราคาทุเรียนจะมีราคาตัดหน้าสวนอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 115 บาท, ส้มโชกุนราคากิโลกรัมละ 100 บาท และลองกองราคาประมาณกิโลกรัมละ 80 บาท เป็นต้น