RUN เปิดตัว 100 นักวิจัยด้านอาหารจาก 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำในงาน FoodX – Premiumization Day 2025 เป็นครั้งแรกในไทย


เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) จาก 8 มหาวิทยาลัย เปิดตัว RUN TOP100 ซึ่งรวบรวม 100 นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนให้โซลูชันกับผู้ประกอบการ ในกิจกรรมTable Talk – R&D For Growth ภายในงาน FoodX – Business for Food Forum – Premiumization Day 2025 เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยความร่วมมือของ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เพื่อเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทำวิจัย เช่นห้องปฏิบัติการ โรงงานต้นแบบ ศูนย์สัตว์ทดลอง เครื่องมืออุปกรณ์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ใน 10 คลัสเตอร์วิจัย ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งด้านสุขภาพ เกษตรและอาหาร อาหารมูลค่าสูง การเกษตร พลังงาน ดิจิทัล วัสดุขั้นสูง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลจิสติกส์ และอาเซียนศึกษา โดยมีรองอธิการบดีของ 8 มหาวิทยาลัยในฐานะกรรมการบริหารเครือข่าย RUN เป็นผู้กำหนดนโยบาย

เครือข่าย RUN เริ่มดำเนินกิจกรรมตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 10 ปี โดยทำหน้าที่เป็น Think Tank หรือ Solution Provider ให้กับประเทศ ในปีนี้ RUN ได้นำ RUN TOP100 หรือนักวิจัยด้านอาหารเชิงลึก 100 ท่านจากเครือข่าย RUN จาก 6 กลุ่มงานวิจัย ได้แก่

  1. การแปรรูปอาหารขั้นสูง (Advance Food Processing) ได้แก่ การประมวลผล และเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารรูปแบบใหม่ ที่ช่วยรักษา ลดการสูญเสียคุณภาพอาหาร สามารถยืดอายุการเก็บรักษา และสร้างคุณประโยชน์เชิงหน้าที่ของอาหาร สร้างอาหารที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่นการป้องกัน การกักเก็บ หรือนำส่งสารอาหารสำคัญ
  2. การผลิตอาหารฟังก์ชั่น และส่วนประกอบอาหาร (Functional Food and Ingredients Production) ได้แก่ การออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์ฟังก์ชั่น หรือส่วนประกอบอาหาร เช่น โปรไบโอติก พรีไบโอติก และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ส่งผลดีต่อร่างกาย
  3. การออกแบบอาหารเฉพาะบุคคล(Personalized Food Design) คือการออกแบบกระบวนการผลิตอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล หรือตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค เช่น อาหารสำหรับผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์นักกีฬา หรือ กลุ่มคนทำงาน เป็นต้น
  4. บรรจุภัณฑ์อาหารฟังก์ชัน (Functional Food Packaging) ที่มีลักษณะพิเศษ หรือบรรจุภัณฑ์อัฉริยะ ที่สามารถรักษาคุณภาพยืดอายุอาหาร หรือสามารถแสดงสัญญาณบ่งชี้ระดักบความสุก หรือความเน่าเสียของอาหาร
  5. สื่อสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่าอาหาร (Creative Content to Increase Value of Food) การออกแบบอาหาร การส่งเสริม Soft Power ด้านอาหาร เป็นต้น
  6. โปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) เช่น งานวิจัยด้านการผลิตแหล่งโปรตีนทางเลือก หรือการพัฒนาโปรตีนทางเลือกที่ปลอดภัย หรือการขยายสเกลการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ได้มีโอกาสเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาด้านการผลิตอาหารให้กับภาคเอกชนในงาน FoodX – Business For Food Forum –  Premiumization Day

“การที่นักวิจัยในเครือข่าย RUNได้เข้ามาพูดคุย เข้าใจความต้องการ และเห็นปัญหาของผู้ประกอบการมากขึ้น สามารถทำงานวิจัยที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้จริง ในกิจกรรม “ Table Talk – R&D For Growth ” ภายในงาน FoodX  ถือเป็นมิติใหม่ในการเชื่อมโยงนักวิจัย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร  ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโซลูชันให้แก่ผู้ประกอบการ ที่จะขับเคลื่อนให้สินค้าและบริการของไทยแตกต่างจากคู่แข่ง  โดยเปิดพื้นที่ในแบบโต๊ะเจรจาธุรกิจ ที่ผู้สนใจที่เข้ามาชมงานสามารถเข้ามานั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง สอบถามขอคำแนะนำ หรือกับนักวิจัยแต่ละกลุ่มทั้งร้อยท่าน หรือทำความรู้จัก หาความร่วมมือกับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหาร ได้ตลอดทั้งวัน  ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการเปิดประตูในการพัฒนาธุรกิจอาหารด้วย เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูงจากนักวิจัยไทย” รศ.ดร.ชาลีดา กล่าว

สำหรับตัวอย่างงานวิจัยด้านอาหารที่สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการ เช่นอาหารเชิงสุขภาพที่กำลังอยู่ในกระแส มีงานวิจัยด้านโปรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลหรือควบคุมคลอเรสเตอรอล ที่ได้รับการทดสอบในสัตว์และคน งานวิจัยในการพัฒนาแป้งทนย่อย การพัฒนาอาหารผู้สูงอายุ โปรตีนทางเลือก หรือในกลุ่มปแปรรูปอาหารเช่น การฆ่าเชื้อในอาหารและเครื่องดื่มด้วยแรงดันสูง พลาสม่ากำจัดมอด การพัฒนาเปลือก เศษใบของใบสับปะรดเป็นหนังจากใยสับปะรด ทดแทนหนังจากสัตว์ หรืองานวิจัยเครื่องสำอาง น้ำหอมชื่อดังที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน มาจากนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเครือข่ายของ RUN และอีกหลายงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยอีกมาก ที่ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ และการถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการได้มากขึ้น

รศ.ดร.ชาลีดา กล่าวถึง ความคาดหวังต่อการจัดงานในครั้งนี้ว่า  จากวันนี้ นักวิจัย และผู้ประกอบการจะรู้จักและร่วมมือกันมากขึ้น และสามารถเข้าถึงทุนจากภาครัฐในการสนับสนุนงบประมาณการพัฒนางานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นกลไก ในการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงลงทุน  (BOI) เป็นต้น

“ ขอขอบคุณ FOODX ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย RUN ได้มาเปิดตัวครั้งแรกในวงการอาหาร หลังจากนี้ RUN จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนมากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะช่วยผู้ประกอบการได้อย่างแน่นอน” รศ.ดร.ชาลีดา กล่าว

สำหรับทิศทางงานวิจัยในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย คือการพัฒนาอาหารไทย เชื่อมโยงผู้ประกอบการ และนักลงทุน ผสมกับการดีไซน์ เล่าเรื่องราวของอาหารไทย ผสมผสานการนำนวัตกรรมด้านเกษตรอาหารของไทย และมองตลาดให้ถูกจุดสามารถเปลี่ยนสินค้าไทยให้เป็นสินค้าพรีเมี่ยมได้

ด้าน  รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร   รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหธราวิทยาลัยรมศาสตร์  ในฐานะประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย  หรือ RUN  กล่าวว่า    RUN ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558  เพื่อต้องการที่จะพัฒนาศักยภาพกำลังคนที่เป็นคณาจารย์รวมถึงนักวิจัย  โดยส่งเสริมความร่วมมือของอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านการวิจัยทั้ง 8 แห่ง และต่อยอดงานวิจัยออกไปสู่สังคมให้มากยิ่งขึ้น  ซึ่งความร่วมมือของ RUN  คือพยายามที่จะสร้างระบบนิเวศการวิจัยให้ครบวงจรมากขึ้น  โดยรวบรวมคณาจารย์และนักวิจัยที่มีความสามารถเข้ามาอยู่ใน  Forum  หรือในเวทีเดียวกัน เพื่อที่จะขับเคลื่อนสังคมไปพร้อมกัน

สำหรับการดำเนินงานในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา  จะมีการประชุม RUN ในทุก ๆ ปี  และมีเวทีในการช่วยพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิจัยรุ่นกลาง และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างนักวิจัยอาวุโสกับนักวิจัยรุ่นใหม่ รวมถึงมีกิจกรรมในการดึงแหล่งทุนภายนอกทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนโครงการวิจัยต่าง ๆ  อย่างต่อเนื่อง   ซึ่งในทุก ๆ ปีจะมีการนำเสนอผลงานวิชาการและผลงานการวิจัยของ 8 มหาวิทยาลัยเครือข่าย  โดยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาRUN มุ่งเน้นสนับสนุนในเรื่องของพลังงานทดแทน ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ในปี 2568 นี้ ได้มีการผลักดันในเรื่องนวัตกรรมอาหาร   ซึ่ง RUN ได้มาร่วมนำเสนอผลงานในงาน   FoodX – Business for Food Forum – Premiumisation Day 2025

รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์  กล่าวถึงเทรนด์ด้านนวัตกรรมอาหารว่า มีความจำเป็นและสำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่การวิจัยในเชิงนวัตกรรมเท่านั้น แต่มีความสำคัญในเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์   ดังนั้นเรื่องของอาหารไม่ได้สำคัญกับคนทั่วไปเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสูงวัยด้วยในแง่ของการพัฒนางานวิจัย และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารโดยเฉพาะ จึงต้องช่วยกันสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทยและประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล มหาวิทยาลัย หรือคนไทยทุกคนต้องช่วยกันสนับสนุน

จากการประชุมล่าสุดได้มีการพูดถึงเรื่องของการจัดการภัยพิบัติ  ดังนั้นการจัดงานของ RUN ในปีหน้าจะส่งเสริมในเรื่องของการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติทั้งด้านการจัดการภัยพิบัติ และการฟื้นฟูสภาพหลังภัยพิบัติอีกด้วย

รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์  กล่าวถึงเทรนด์ด้านนวัตกรรมอาหารว่า มีความจำเป็นและสำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่การวิจัยในเชิงนวัตกรรมเท่านั้น แต่มีความสำคัญในเรื่องของการสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์   ดังนั้นเรื่องของอาหารไม่ได้สำคัญกับคนทั่วไปเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสูงวัยด้วยในแง่ของการพัฒนางานวิจัย และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารโดยเฉพาะ จึงต้องช่วยกันสร้างความมั่นคงให้กับสังคมไทยและประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล มหาวิทยาลัย หรือคนไทยทุกคนต้องช่วยกันสนับสนุน