
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA จัดงาน ETDAxPress: BEING BEYOND TRUST “เปิดทุกเรื่องงานกำกับ DPS สู่อนาคตที่เชื่อมั่นได้” เดินหน้าภารกิจในปี 2569 ที่มุ่งกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลใน 3 มิติหลักๆ ได้แก่ สินค้าหรือบริการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม และการป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์ ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย DPS ล่าสุด มีการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผ่านระบบของ ETDA จำนวน 2,056 แพลตฟอร์ม (ณ วันที่ 13 มกราคม 2569)

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กล่าวถึง สินค้าหรือบริการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์มOnline Marketplace (แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า) ที่ได้มีการประกาศรายชื่อ 21 แพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ ที่เข้าข่ายเป็นแพลตฟอร์มลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ.2568 (ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่น) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญคือ 1.กำกับดูแลการขาย/โฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และองค์การคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 2.ต้องมีมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแลรายการสินค้า พร้อม แจ้งเตือนผู้ประกอบการ และดำเนินการ ลบ/ระงับ/ปิดกั้น สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ประกาศกำหนด 3.แสดงข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด และเอกสารประกอบเกี่ยวกับมาตรฐาน และ 4.จัดให้มีระบบ “แจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down)” ที่ชัดเจน เมื่อพบกรณีเข้าข่าย ต้องแจ้งเตือน และ ระงับการแสดงรายการสินค้า/ชื่อผู้ขาย พร้อม ตรวจสอบข้อมูล และ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หลังประกาศฯ มีผลบังคับใช้บทบาทของ ETDA จะเข้าสู่ช่วง “ทำให้เกิดผลจริง” คือ ติดตามการปฏิบัติตาม–ประสานหน่วยงานกำกับสินค้า–นำเสนอแนวทางการบังคับใช้–และบังคับใช้มาตรการเมื่อพบการฝ่าฝืน พร้อมกันนี้ได้เตรียมออก ประกาศฯ การดำเนินการอื่นเกี่ยวกับการขายหรือโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน สำหรับแพลตฟอร์มประเภท Social Commerce (Social Media ที่มีฟังก์ชันสนับสนุนการซื้อขาย) ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) เพิ่มเติม
ด้าน Ride Sharing หรือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์/รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ มีประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(3) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (หรือที่เรียกว่า ประกาศ Ride Sharing) มีเป้าหมายหลัก ทำให้ระบบกำกับดูแล “ใช้งานได้จริง” และเชื่อมต่อกับข้อกำหนดกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยที่ผ่านมา ETDA ได้อำนวยความสะดวกให้ไรเดอร์ขึ้นทะเบียน รย.17/18 ง่ายขึ้น พร้อมทั้งแก้เชิงโครงสร้าง เพื่อทำให้ระบบ “ไปต่อได้” เช่น ขยายการบังคับใช้ประกาศ Ride Sharing ออกไปจนถึง 31 มีนาคม พ.ศ.2569และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คภป.) เพื่อพัฒนาประกันภัยรูปแบบใหม่สำหรับรถให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม รวมทั้งตั้งผู้แทนเพิ่มจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ดร.ชัยชนะ กล่าวถึง บริการ Space Sharing เช่าที่พักระยะสั้นผ่านแพลตฟอร์มว่า ยังเป็นบริการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางกำกับดูแลภายใต้กฎหมายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) เนื่องจากมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานในหลายด้าน เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ/การใช้สถานที่ และประเด็นด้านความปลอดภัยหรือผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง) โดย ETDA เตรียมดำเนินงานดังนี้ 1.ศึกษา “มาตรการและหลักการที่ใช้ในการดูแล” เพื่อพิจารณาว่ามีเรื่องใดบ้างที่เหมาะสมจะกำหนดเป็นหน้าที่/ข้อกำหนดของแพลตฟอร์มภายใต้กฎหมาย DPS 2.หารือร่วมกับกรมการปกครอง เพื่อออกแบบแนวทาง/มาตรการให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ และพิจารณาแนวทางเชิงระบบ ว่า Space Sharing เข้าข่ายเป็นบริการที่อาจต้องมีแนวทางกำกับเฉพาะเรื่องหรือไม่ และเชื่อมกับการประเมินความเสี่ยง/ผลกระทบ เพื่อรองรับการกำหนดมาตรการในอนาคต
สำหรับ Self-Regulation ซึ่งเป็นมาตรการยกระดับมาตรฐานตลาดสินค้าออนไลน์ สำหรับสินค้าความเสี่ยงที่ต้องจัดการเร็ว เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมรับผิดชอบเชิงระบบมากขึ้น หลังจากที่ ETDA เดินหน้ามาตรการ/ประกาศสำหรับ e-Marketplace ไปแล้ว เช่น กำหนดการดำเนินการอื่น และการกำหนดรายชื่อแพลตฟอร์มตาม ม.18(2)) ยังมี “สินค้าความเสี่ยง” บางกลุ่มที่ต้องเร่งยกระดับการดูแลในทางปฏิบัติ นอกเหนือจากประกาศที่ออกแล้ว ซึ่งต้องอาศัยกลไก “ร่วมกำกับ/กำกับดูแลกันเองหรือ Self-Regulation” กับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลได้ตรงจุดโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเสี่ยง เช่น ปืน, Sim Box, บุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น
ส่วนการดำเนินงานในระยะต่อไปที่ ETDA เตรียมดำเนินงาน เช่น การจัดทำข้อเสนอแนะ/กรอบ Self-Regulation สำหรับตลาดสินค้าออนไลน์ อาทิ “มาตรฐานขั้นต่ำ” ที่แพลตฟอร์มและทุกภาคส่วนควรทำร่วมกัน เช่น กระบวนการตรวจสอบ/คัดกรอง/แจ้งเตือน/ระงับรายการขาย และการจัดการเมื่อพบการกระทำผิดซ้ำ เป็นต้น ผ่านการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย (แพลตฟอร์ม/หน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง/ภาคผู้บริโภค) เพื่อให้ได้แนวปฏิบัติที่ “ใช้ได้จริง” ลดความเสียหายจากสินค้าผิดกฎหมาย/ไม่ได้มาตรฐาน บนแพลตฟอร์ม ปัจจุบันมีการจดแจ้งบริการกว่า 270 แพลตฟอร์ม
สำหรับประเด็นค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce ดร.ชัยชนะ กล่าวว่าETDA ได้เตรียมศึกษาถึงความเหมาะสมในการคิด ‘ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce’ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการคิดค่าธรรมเนียม ครอบคลุมตั้งแต่ การชี้แจงให้โปร่งใส เป็นค่าอะไรบ้าง จ่ายแล้วผลลัพธ์ที่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มจะได้ขั้นต่ำคืออะไร พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สภาองค์กรผู้บริโภค และผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์ม ฯลฯ เพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงและสอดคล้องอำนาจหน้าที่ เตรียมนำเสนอผลการศึกษาต่อ คณะกรรมการร่วมฯ ต่อไป
ขณะที่ประเด็นค่าขนส่ง Logistics ซึ่งมีเสียงสะท้อนจาก ผู้ให้บริการขนส่งบางส่วน เกี่ยวกับการเข้าถึงงานผ่านแพลตฟอร์ม และเงื่อนไขการจัดสรรงานที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้ขาย/ร้านค้าบางส่วน สะท้อนคุณภาพการให้บริการขนส่งและข้อจำกัดในการเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งที่แพลตฟอร์มจัดหาให้ เนื่องจากผู้ใช้บริการขนส่งมีผลประโยชน์ในธุรกิจขนส่งนั้น รวมทั้งค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ค้าไม่สามารถจำหน่ายผ่าน Deliveryได้ ETDA จึงศึกษาหาแนวทางแก้ไข ภายใต้กลไก พ.ร.ฎ. DPS และจัดทำ ร่างหลักการกำกับดูแล รับฟังข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ครบทุกฝ่าย ทั้ง ผู้ให้บริการขนส่ง แพลตฟอร์มตลาดสินค้าผู้ขายบนแพลตฟอร์ม
พร้อมกันนี้ได้ปรับปรุงร่างประกาศ โดยมีหลักการสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มต้องไม่กีดกัน/เอื้อประโยชน์ให้ผู้ให้บริการขนส่งรายใดรายหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม ไม่จำกัดทางเลือกของผู้ขาย และขอเปลี่ยนได้ภายในเวลาที่เหมาะสม แจ้งข้อมูลที่จำเป็นอย่างโปร่งใส เช่น ราคาค่าขนส่งที่แท้จริง
ส่วน Online Fraud หรือการฉ้อโกงทางออนไลน์ ได้มีการ (ร่าง) ประกาศ คธอ. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก.บัญชีม้า) ฉบับที่ 2 ซึ่งกำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวง/ฉ้อโกง เช่น การพิสูจน์ตัวตน ผู้ใช้ ผู้ลงโฆษณาทางสังคมออนไลน์จะต้องสามารถระบุผู้ใช้งาน และยืนยันช่องทางติดต่อ ตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based) ได้ ส่วนแพลตฟอร์มจะต้องพิสูจน์ว่าเป็นผู้ใช้งานตัวจริง พร้อมทั้งตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาหรือโฆษณา การระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดโดยเร็ว เมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ ETDA ยังเตรียม เดินหน้าสร้าง Community เพื่อ “ขยายกลไกร่วมกำกับ” ผ่าน DPS Trust Every Click ปี 2 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ Regulator แพลตฟอร์ม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมออกแบบแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ ผ่าน Workshop แลกเปลี่ยนมุมมอง รับฟังความคิดเห็น และเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง