DDproperty ชี้แผนรับมือ COVID-19 ที่ดีขึ้นและวัคซีน COVID-19กระตุ้นให้ตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัวอีกครั้งในครึ่งปีหลัง


DDproperty (ดีดีพร็อพเพอร์ตี้) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์ ในเครือ PropertyGuru Group คาดการณ์ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในปีพ.ศ.2564 จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ.2564 รวมทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน 3 จังหวัดท่องเที่ยว ได้แก่ ภูเก็ต, ชลบุรีและเชียงใหม่ เนื่องจากมีแผนการปรับมือและปรับตัวในสถานการณ์ COVID-19 ระลอกใหม่ที่ดีขึ้น รวมทั้งมีวัคซีนต้านเชื้อไวรัส COVID-19 ที่จะเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ดังกล่าวในเร็วๆนี้

กมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย DDproperty กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCOVID-19 ระลอกใหม่ในไทย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปีพ.ศ.2564 ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องปรับแผนเพื่อรับมือ จากที่เคยคาดการณ์ว่าปีพ.ศ. 2564 จะเป็นปีปรับสมดุลของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งในแง่ของราคาและอุปทานและจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีพ.ศ.2564 แต่การแพร่ระบาดระลอกใหม่อาจส่งผลให้ต้องใช้ระยะเวลาปรับตัวนานขึ้น แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่มีต่อการเติบโตในตลาดได้ชัดเจนเนื่องจากมีระยะเวลาที่สั้นเกินไป แต่เชื่อว่าจากประสบการณ์ตรงที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นักลงทุน และผู้บริโภครับมือการแพร่ระบาดในปีพ.ศ.2563 ที่ผ่านมาจะทำให้สามารถปรับตัวและจัดการกับสถานการณ์ครั้งนี้ได้ดีขึ้น ผนวกกับการที่วัคซีนต้านเชื้อไวรัส COVID-19 กำลังจะเข้าไทยเร็วๆ นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวหยุดชะงัก

หลัง COVID-19 ระบาดระลอกใหม่

แม้ว่าทิศทางการขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ ของผู้ประกอบการจะยังโฟกัสกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือกลุ่ม Real Demand มากขึ้น โดยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ มีสัญญาณดีขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายในช่วงไตรมาส 3 ของปีพ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา จากรายงาน DDproperty Thailand Property Market Index
ของ
DDproperty เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ได้เผยข้อมูลน่าสนใจว่า ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้น 2% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส (นับจากช่วงไตรมาสที่ 1 ปีพ.ศ. 2562) ถือเป็นสัญญาณชีพของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มกระเตื้องขึ้น โดยภาพรวมเกือบทุกจังหวัดมีการกระเตื้องขึ้นของดัชนีราคาและจำนวนอุปทาน ซึ่งการรุกหัวเมืองต่างจังหวัดยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากยังมีกลุ่ม Real Demand ที่มีกำลังซื้อในพื้นที่อยู่ และที่ดินต่างจังหวัดก็มีราคาต่ำกว่าในกรุงเทพฯ จึงเป็นอีกตลาดที่น่าจับตามองและลงทุนเพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจในอนาคตได้ ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่ยังเป็น “Blue Ocean” ผนวกกับปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ, แหล่งงานในนิคมอุตสาหกรรมและการมีห้างสรรพสินค้าเพื่อดึงดูดกำลังซื้อผู้บริโภคในพื้นที่ ล้วนช่วยอำนวยความสะดวกให้การดำรงชีวิตในต่างจังหวัดสะดวกสบายยิ่งขึ้น

“นอกจากความต้องการที่อยู่อาศัยจากกลุ่ม Real Demand ในพื้นที่แล้ว ยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ในจังหวัดท่องเที่ยวไว้เป็นบ้านพักตากอากาศกับครอบครัว หลีกหนีความวุ่นวายจากการทำงาน หรือซื้อเพื่อลงทุนเก็บไว้ปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนในอนาคตอีกด้วย แต่ก็เหมือนเป็นภาพฝันค้าง หลังจากมีการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่เคยมีแนวโน้มไปได้ดีกลับชะงักลงอีกรอบ” ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย DDproperty กล่าว

“ภูเก็ต-เชียงใหม่-ชลบุรี”

กระทบทั้งท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์

สำหรับ 3 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญได้รับผลกระทบในช่วงปลายปีพ.ศ 2563 ที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว และตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รอบแรกในไทย ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในภูเก็ตเริ่มกลับมาส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้งหลังคลายล็อกดาวน์ พร้อมทั้งได้แรงหนุนที่ดีจากการท่องเที่ยวของคนไทยที่เลือกเดินทางมาภูเก็ตมากขึ้นในช่วงที่ปิดประเทศ รวมถึงสัญญาณของภาครัฐที่เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในภูเก็ตได้อีกครั้ง แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็ยังเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งส่งผลให้มีการเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง

โดยภูเก็ตได้รับผลกระทบไม่มากนักจากการระบาดระลอกใหม่ เนื่องจากยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนัก (3 ราย ณ วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564) ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ ในภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากบ้านเดี่ยวที่มีดัชนีราคาเพิ่มขึ้นถึง 3% และคอนโดมิเนียม เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน สะท้อนให้เห็นความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีทิศทางเติบโต สำหรับดัชนีอุปทานเพิ่มขึ้นถึง 18% จากไตรมาสก่อนเช่นกัน โดยอยู่ในอำเภอกะทู้ อำเภอเมืองภูเก็ต และอำเภอถลางในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีจำนวนมากที่สุดในภูเก็ตคือ คอนโดมิเนียม คิดเป็นสัดส่วน 56% ของอุปทานทั้งหมดในจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอกะทู้

เมื่อพิจารณาจำนวนอุปทานตามระดับราคา พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ที่ราคาประมาณ 5-10 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม และบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่อยู่ในราคาประมาณ 5-10 ล้านบาทและทาวน์เฮ้าส์อยู่ในราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท

ชลบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากคลายล็อกดาวน์ ซึ่งได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาดีขึ้น ทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง รวมไปถึงการพัฒนาระบบคมนาคมและนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีพ.ศ. 2563 ดัชนีอุปทานและราคาอสังหาริมทรัพย์ กลับปรับลดลงอย่างมากจากไตรมาสก่อน คาดว่าเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ ทำให้ชลบุรีกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยพบว่า ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ ในภาพรวมลดลง 10% ในไตรมาสที่ 4 ปีพ.ศ. 2563 จากที่เคยเพิ่มขึ้น 5% ในไตรมาสที่ 3 ของปีพ.ศ.2563 โดยเกือบทุกทำเลมีดัชนีราคาลดลง ยกเว้นอำเภอเมืองชลบุรี ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 6% และอำเภอศรีราชาเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสที่ 3 ของปีพ.ศ.2563
สำหรับดัชนีอุปทานลดลงอย่างมากถึง 70% จากไตรมาสก่อน โดยอุปทานส่วนใหญ่ถึง 70% อยู่ในอำเภอบางละมุง รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ คอนโดมิเนียม มีจำนวนถึง 64% ของอุปทานทั้งหมดในจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอบางละมุง และหากแบ่งจำนวนอุปทานตามระดับราคา พบว่า ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่อยู่ที่ราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม และทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่อยู่ที่ราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวอยู่ที่ราคาประมาณ 5-10 ล้านบาท

เชียงใหม่ เป็นจังหวัดท่องเที่ยวทางภาคเหนือ ที่แม้จะมีสัญญาณดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีพ.ศ. 2563 ซึ่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ ได้อานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาดีขึ้น รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมต่างๆ แต่ในช่วงปลายปีพ.ศ.2563 ที่มีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 พบว่า ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ ในภาพรวมลดลง 7% จากไตรมาสที่ 3 ของปีพ.ศ.2563 ถือเป็นดัชนีราคาที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส (ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีพ.ศ. 2562) โดยดัชนีราคาลดลงทุกรูปแบบที่อยู่อาศัยในเกือบทุกทำเล เช่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ลดลง 3% และลดลงมากที่สุดในอำเภอพร้าว ลดลงถึง 35% ยกเว้นในอำเภอแม่แตงเพิ่มขึ้น 23%และอำเภอแม่วังเพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อน
สำหรับดัชนีอุปทานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ถึง 43% อยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีจำนวนมากที่สุดในเชียงใหม่คือ บ้านเดี่ยว มีจำนวนถึง 66% ของอุปทานทั้งหมดในจังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่และอำเภอสันทรายและหากแบ่งจำนวนอุปทานตามระดับราคา พบว่า ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่อยู่ที่ราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียมบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท