กรมควบคุมโรค ผนึกกำลัง สวทช. ปั้น‘องค์กรควบคุมโรคยุคดิจิทัล’ เดินหน้า Smart Community Health รับโรคอุบัติใหม่


ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ทวีความซับซ้อนจากโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมควบคุมโรค จึงเร่งปรับบทบาทสู่การเป็น “องค์กรแห่งนวัตกรรม” โดยความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ถูกมองเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับงานวิจัย เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบข้อมูลด้านการควบคุมโรคของประเทศ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลจริง พร้อมสร้างเครือข่ายนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญร่วมแก้ปัญหาสุขภาพเชิงระบบอย่างยั่งยืน

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนการทำงานจากเชิงรับเป็นเชิงรุก ผ่านการใช้ข้อมูลดิจิทัลและงานวิจัยเชิงประจักษ์พัฒนาระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสุขภาวะของประชาชนไทยในระยะยาว ที่ผ่านมา สวทช. และกรมควบคุมโรคได้ร่วมผลักดันนวัตกรรมสำคัญหลายด้าน ตั้งแต่ระบบ “ทันระบาด” แอปพลิเคชันสำรวจลูกน้ำยุงลายแบบเรียลไทม์เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงไข้เลือดออก ระบบ IAAM สำหรับยืนยันตัวตนและจัดการสิทธิ์แบบ Zero Trust รองรับแพลตฟอร์มบริหารโรคติดต่อ

นอกจากนี้ ยังมี BigStream แพลตฟอร์มจัดการข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์ที่รองรับ Big Data, Open Data และ IoT ขณะเดียวกันยังมี INTERVAC และ INTERVAC TUC ระบบใบรับรองวัคซีนดิจิทัลสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศซึ่งถูกนำมาใช้ช่วง COVID-19 รวมถึง DDC-Care Platform สำหรับติดตามสุขภาพผู้เสี่ยงโรคอุบัติใหม่ โครงการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ใช้งานเพื่อยืนยันตัวตนดิจิทัลลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และระบบ NCD Public BP หรือ Health Station ที่ใช้คัดกรองและติดตามผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อในระดับชุมชน สะท้อนทิศทางการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการยกระดับระบบควบคุมโรคของประเทศ

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ความคาดหวังของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงโครงการจากส่วนกลาง แต่ต้องการให้เกิดจากทุกกองงานที่เห็นความจำเป็นจริงในภารกิจของตนเอง ก่อนนำแนวคิดมาแลกเปลี่ยนกับนักวิจัย สวทช. เพื่อประเมินว่าสามารถต่อยอดสู่การวิจัยและนวัตกรรมได้หรือไม่ โดยมองว่าวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความร่วมมือให้เข้มข้นขึ้น แม้ทั้งสองหน่วยงานจะทำงานร่วมกันมาราว 5 ปีแล้วก็ตาม แต่จากนี้ไปจะมีการขับเคลื่อนโครงการเชิงรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งเบื้องต้นมีแนวคิดอยู่ในระบบแล้วอย่างน้อย 12 ประเด็น สะท้อนทิศทางการเปิดพื้นที่ให้หน้างานเป็นต้นทางนวัตกรรม และใช้การวิจัยเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาสุขภาพของประเทศอย่างเป็นระบบ

ด้านศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ความร่วมมือกับกรมควบคุมโรคครั้งนี้สะท้อนพันธกิจ “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โดยชี้ว่าทั้งสองหน่วยงานเคยร่วมรับมือวิกฤตสาธารณสุขระดับโลกมาแล้ว ทั้ง COVID-19 และโรคเมอร์ส ก่อนจะขยายบทบาทสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้าถึงชุมชนมากขึ้นในระยะต่อไป โดยจะนำศักยภาพด้านวิจัย แพลตฟอร์มข้อมูล และนวัตกรรมสุขภาพมาสนับสนุนงานควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ Traffy Fondue แพลตฟอร์มดิจิทัลรับแจ้งปัญหาชุมชนที่ช่วยให้ประชาชนรายงานความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขได้แบบเรียลไทม์ ไปจนถึง OV-ATK ชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับแบบรู้ผลภายใน 10 นาที ซึ่งพัฒนาและผลิตในประเทศเพื่อลดต้นทุน

การนำแพลตฟอร์มอย่าง Traffy Fondue มาปรับใช้เฝ้าระวังสุขภาพคนเมือง รวมถึงการพัฒนาชุดตรวจที่รู้ผลไวและแม่นยำ จะเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้าง “สุขภาพชุมชนอัจฉริยะ” หรือ Smart Community Health อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ยังครอบคลุมการพัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ และการยกระดับทักษะบุคลากรแบบข้ามสายงาน เพื่อเตรียมพร้อมต่อวิกฤตสุขภาพในอนาคต พร้อมวางรากฐานเป็นโมเดลบูรณาการระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงสาธารณสุข ในการใช้นวัตกรรมนำหน้าลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม และยกระดับความมั่นคงด้านสุขภาพของไทยสู่มาตรฐานสากล